bitkub-banner

จีนลดถือพันธบัตรสหรัฐฯ เหลือ $6.5 แสนล้าน ต่ำสุดรอบ 16 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลว่าจีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เหลือ 6.5 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2026 ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2008
  • ก่อนหน้านี้เดือนกุมภาพันธ์ 2026 จีนถือครองอยู่ที่ 6.9 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว ขณะที่ยอดรวมการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ โดยต่างชาติทั้งหมดลดลงจาก 9.49 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือ 9.35 ล้านล้านดอลลาร์
  • จีนยังคงกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์โดยเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่อง นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาว่าแนวโน้มนี้จะกดดันความน่าเชื่อถือของดอลลาร์สหรัฐฯ มากขึ้นหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ของจีนสะท้อนความกังวลเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระยะยาว แต่ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโตในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม หากแรงขายพันธบัตรรุนแรงขึ้นจนผลตอบแทนพุ่ง อาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้ในระยะถัดไป

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงาน Treasury International Capital (TIC) ประจำเดือนมีนาคม 2026 โดยตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าจีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ 6.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2008 หรือต่ำสุดในรอบกว่า 16 ปี จากเดิมที่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ยังอยู่ที่ 6.9 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว สัญญาณนี้ทำให้ตลาดการเงินโลกจับตาทิศทางการกระจายทุนสำรองของปักกิ่งอย่างใกล้ชิด

จีนขยับออกจากดอลลาร์ หันสะสมทองคำแทน

การลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ของจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะปักกิ่งเริ่มกระบวนการนี้ต่อเนื่องตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ควบคู่ไปกับการเพิ่มการถือครองทองคำซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ความกังวลเรื่องความยั่งยืนของหนี้สหรัฐฯ รวมถึงนโยบายกระจายความเสี่ยงของทางการจีน ณ เดือนมีนาคม 2026 จีนอยู่ในอันดับสามของผู้ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ รายใหญ่รองจากญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร

น่าสังเกตว่าไม่ใช่แค่จีนที่ลดการถือครอง ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุดก็ลดลง 4.77 หมื่นล้านดอลลาร์เหลือ 1.192 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกัน ส่งผลให้ยอดรวมการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ โดยต่างชาติทั้งหมดลดลงจาก 9.49 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือ 9.35 ล้านล้านดอลลาร์ ในทางกลับกัน สหราชอาณาจักรกลับเพิ่มการถือครองขึ้น 3.3% แตะ 9.3 แสนล้านดอลลาร์ ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือครองรายใหญ่อันดับสอง

ผลกระทบต่อเสถียรภาพการเงินโลกและตลาดสินทรัพย์

ข้อมูล TIC รายเดือนเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น เนื่องจากบางส่วนของการถือครองอาจซ่อนอยู่ในศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ของประเทศอื่น เช่น เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก หรือแคนาดา กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เองก็ระบุว่าการสำรวจประจำปีมีความแม่นยำกว่ารายงานรายเดือนสำหรับยอดการถือครองที่แท้จริง ดังนั้นตัวเลขนี้จึงไม่ควรตีความเกินไปในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะยาวที่จีนค่อยๆ ถอยออกจากพันธบัตรสหรัฐฯ มีนัยสำคัญต่อความต้องการดอลลาร์ในระดับโลก ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 30 ปี พุ่งแตะ 5.18% สูงสุดรอบ 19 ปี ซึ่งสะท้อนว่าความกังวลของตลาดเรื่องหนี้สหรัฐฯ มีมาต่อเนื่อง การที่ประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่ทยอยขายพันธบัตรออกอาจยิ่งกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นต่อไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักลงทุนทุกประเภทควรติดตาม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขนี้น่าเป็นห่วงมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชี แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสกุลเงินสำรองโลก จีนไม่ได้ขายพันธบัตรแล้วเก็บเงินสดไว้เฉยๆ แต่นำไปซื้อทองคำและสินทรัพย์อื่นแทน ถ้าแนวโน้มนี้ดำเนินต่อเนื่องและประเทศอื่นทำตาม อาจเป็นแรงกดดันระยะยาวต่อค่าดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรได้ สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือรายงาน TIC เดือนเมษายน ว่าจีนจะลดต่อเนื่องหรือหยุดพัก และท่าทีของธนาคารกลางอื่นๆ ในเอเชียว่าจะปรับทิศทางตามหรือไม่

ที่มา: @เจ้ามือInsider

เครดิตภาพจาก @WhaleInsider