สรุปข่าว
- NYT เปิดเผยการสอบสวนพบว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ CFTC ที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ Polymarket, Crypto.com และ Gemini ถูกพักงานและถูกบีบให้ออกจากตำแหน่ง
- อดีตประธาน CFTC รักษาการ Caroline Pham และที่ปรึกษา Brigitte Weyls ถูกระบุว่าเข้าช่วยเหลือแพลตฟอร์มเหล่านี้ ก่อนที่ทั้งคู่จะย้ายไปทำงานให้บริษัทคริปโตที่เกี่ยวข้องในภายหลัง
- เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นแรงกดดันทางการเมืองต่อหน่วยงานกำกับดูแลในยุค Trump ซึ่งตลาดคริปโตต้องจับตาดูผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ CFTC
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีแนวโน้มผ่อนปรนการกำกับดูแลตลาดคริปโตและตลาดทำนายผล ซึ่งอาจเป็นบวกต่อแพลตฟอร์มอย่าง Polymarket และ Gemini ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์และความน่าเชื่อถือของหน่วยงานกำกับดูแลอาจสร้างความไม่แน่นอนในระยะยาว
เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph ที่อ้างอิงการสอบสวนของ New York Times พบว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานกำกับดูแลการซื้อขายสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับแพลตฟอร์มตลาดทำนายผลอย่าง Polymarket รวมถึง Crypto.com และบริษัทในเครือ Gemini ถูกพักงาน ถูกตรวจสอบภายใน และถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งในที่สุด เจ้าหน้าที่เหล่านี้เคยตั้งคำถามว่า Crypto.com ปฏิบัติต่อผู้ใช้รายเล็กอย่างเป็นธรรมหรือไม่ Polymarket มีมาตรการป้องกันการทุจริตเพียงพอหรือเปล่า และบริษัทในเครือ Gemini ผ่านการอนุมัติตามกฎระเบียบครบถ้วนแล้วหรือยัง การเปิดเผยครั้งนี้ก่อให้เกิดคำถามใหญ่เกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ภายในหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ
จากเจ้าหน้าที่ CFTC สู่บริษัทที่เคยกำกับดูแล
หนึ่งในประเด็นที่ NYT หยิบยกมาวิเคราะห์คือเส้นทางอาชีพของ Caroline Pham อดีตประธาน CFTC รักษาการ ซึ่งถูกระบุว่าเข้าแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือ Polymarket, Crypto.com และบริษัทในเครือ Gemini ให้ผ่านกระบวนการอนุมัติและคำขอทางธุรกิจ หลังจากลาออกจาก CFTC เธอไปร่วมงานกับ MoonPay ซึ่งเป็นบริษัทคริปโตที่เป็นพันธมิตรกับ Polymarket ในขณะที่ Brigitte Weyls ที่ปรึกษาอาวุโสของเธอ ก็ย้ายไปดำรงตำแหน่ง General Counsel ของ Gemini Titan ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่เธอเคยช่วยผลักดันการอนุมัติในช่วงที่ยังทำงานอยู่ที่ CFTC
ภายใน CFTC มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ 2 คนที่ตั้งคำถามเรื่องเหล่านี้ถูกพักงานในช่วงปลายปี 2568 และยังมีเจ้าหน้าที่อีก 3 คนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายคริปโตที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลอย่างชัดเจน ทำให้บรรยากาศภายในองค์กรส่งสัญญาณชัดเจนว่า “อย่าก่อปัญหา”
CFTC ยุค Trump กับนโยบายคริปโตที่เปลี่ยนไป
การเปลี่ยนแปลงท่าทีของ CFTC เห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบสองยุค ในช่วงรัฐบาล Biden มีการดำเนินคดีด้านคริปโตมากกว่า 80 คดี แต่ภายใต้รัฐบาล Trump ชุดปัจจุบัน CFTC ยุติการสอบสวนคริปโตไปแล้วอย่างน้อย 5 คดี และยื่นฟ้องคดีใหม่เพียง 2 คดี ซึ่งทั้งสองล้วนเป็นคดีที่กล่าวหาผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ใช่สถาบันขนาดใหญ่ ในด้านหนึ่ง ทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกข้อ โดยระบุว่า “ประธานาธิบดี Trump ดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนสหรัฐฯ เสมอมา และไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ใดทั้งสิ้น”
ในช่วงเวลาเดียวกัน CFTC ภายใต้ประธาน Michael Selig กลับยิ่งแสดงท่าทีปกป้องแพลตฟอร์มตลาดทำนายผลอย่างแข็งขัน โดยเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 CFTC ยื่นฟ้องรัฐนิวยอร์กที่พยายามกำกับดูแลแพลตฟอร์มอย่าง Kalshi และ Coinbase อ้างว่าการกำกับดูแลเหล่านี้เป็นอำนาจของ CFTC แต่เพียงผู้เดียว และล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ก็ยื่นฟ้องรัฐมินนิโซตาในลักษณะเดียวกัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่ากังวลมากกว่าที่ตัวเลขจะบอกได้ เพราะมันไม่ใช่แค่ว่าใครถูกไล่ออก แต่มันคือภาพสะท้อนของระบบกำกับดูแลที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเลือกปฏิบัติ สำหรับคนที่ใช้งาน Polymarket หรือ Gemini อยู่ ในแง่หนึ่งคือข่าวดีระยะสั้น เพราะแรงกดดันกำกับดูแลลดลง แต่ระยะยาวแล้ว ถ้าหน่วยงานที่ควรคุมความเป็นธรรมถูกแทรกแซงง่ายขนาดนี้ มันก็ยากที่จะเชื่อถือว่าตลาดจะได้รับการปกป้องอย่างแท้จริง สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ NYT จะเปิดเผยรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ถูกพักงานหรือไม่ และรัฐสภาสหรัฐฯ จะเรียกให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือเปล่า
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI
