สรุปข่าว
- กระทรวงการคลังของเวียดนามเสนอร่างกฎหมายใหม่ เปิดทางให้ธุรกิจ SME ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล, สินทรัพย์โลกเสมือนและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ธนาคารได้
- แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยสตาร์ทอัพและบริษัทเทคโนโลยีที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ขาดอสังหาริมทรัพย์สำหรับค้ำประกันสินเชื่อ
- นี่ถือเป็นอีกสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่าเวียดนามกำลังเร่งสร้างกรอบกฎหมายรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและสินทรัพย์คริปโตอย่างจริงจัง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
แม้จะยังเป็นเพียงร่างกฎหมาย แต่การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลให้สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันทางการเงินได้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความชอบธรรมและการใช้งานจริงของคริปโตในระยะยาว
เวียดนามเสนอใช้สินทรัพย์ดิจิทัลค้ำประกันเงินกู้ หวังปลดล็อกทุนให้ SME
รายงานจาก Viet Nam News ระบุว่า กระทรวงการคลังเวียดนามกำลังผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยเสนอให้ธุรกิจสามารถใช้สินทรัพย์รูปแบบใหม่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ได้ภายใต้ข้อเสนอดังกล่าว ธุรกิจจะสามารถนำทรัพย์สินหลายประเภทมาใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้ ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล, สินทรัพย์เสมือน, ซอฟต์แวร์, ทรัพยสิทธิ, ทรัพย์สินทางปัญญาและสินทรัพย์ Futures แทนที่จะพึ่งพาเฉพาะอสังหาริมทรัพย์หรือสินทรัพย์ทางกายภาพแบบเดิมเหมือนที่ผ่านมา
ทำไมเวียดนามถึงต้องการเปลี่ยนกฎ?
ข้อมูลจากกระทรวงการคลังเวียดนามระบุว่า SME คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 98% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ แต่กลับเข้าถึงสินเชื่อได้เพียงประมาณ 19-20% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบเท่านั้น
สาเหตุสำคัญคือบริษัทจำนวนมาก โดยเฉพาะสตาร์ทอัพและธุรกิจเทคโนโลยี ไม่มีที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับใช้ค้ำประกัน แม้ว่าจะมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เช่น ซอฟต์แวร์, ฐานข้อมูลลูกค้า, อัลกอริทึม AI, แบรนด์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลก็ตาม
รัฐบาลจึงต้องการผลักดันโมเดลการปล่อยสินเชื่อที่อิงกับกระแสเงินสด, ข้อมูลธุรกิจและศักยภาพการเติบโตมากกว่าการพึ่งหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว
ข้อเสนอของกระทรวงการคลังเวียดนามในการเปิดทางให้ SME ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโลกคริปโตเข้ากับระบบการเงินแบบดั้งเดิม หากกฎหมายผ่านจริง เวียดนามอาจกลายเป็นหนึ่งในประเทศแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในบริบทการปล่อยสินเชื่ออย่างเป็นรูปธรรม และอาจกลายเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดินตาม ข่าวนี้มีความสำคัญมากกว่าการขึ้นลงของราคาเหรียญในระยะสั้น เพราะมันสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “คริปโตเพื่อเก็งกำไร” ไปสู่ “คริปโตในฐานะสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นจริงและธนาคารเริ่มยอมรับคริปโตมากขึ้น เราอาจเห็นการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลในโลกจริงขยายตัวเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้
แหล่งที่มา : Viet Nam News, Vietnam Investment Review, TechNode Global, Wu Blockchain

