สรุปข่าว
- ETH ดีดตัวขึ้น 1.02% แตะ $1,993.56 ในวันที่ 2 มิ.ย. 2569 หลังแตะจุดต่ำสุดในรอบวันที่ $1,960.15
- ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อที่กลับมาบางส่วนหลังราคาหลุดต่ำกว่า $2,000
- การดีดกลับครั้งนี้เกิดขึ้นใกล้แนวรับสำคัญที่ $1,963 ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบแกว่งตัวต่อเนื่อง 16 สัปดาห์ นักลงทุนจับตาว่าจะยืนเหนือ $2,000 ได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การดีดกลับ 1.02% เกิดขึ้นจากแนวรับทางจิตวิทยาใกล้ $1,960 แต่ราคายังติดอยู่ใต้ระดับ $2,000 และห่างไกลจากแนวต้านสำคัญที่ $2,100 โครงสร้างตลาดโดยรวมยังคงเป็นขาลงในระยะสั้น การดีดกลับครั้งนี้จึงยังไม่ส่งสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน
ราคา Ethereum (ETH) ดีดตัวขึ้น 1.02% แตะ $1,993.56 ในวันที่ 2 มิ.ย. 2569 หลังจากร่วงลงแตะจุดต่ำสุดในรอบวันที่ $1,960.15 ก่อนหน้านี้ การดีดกลับครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณแนวรับสำคัญที่ $1,963 ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบการแกว่งตัวที่ ETH ติดอยู่มาตลอด 16 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ราคายังไม่สามารถยืนเหนือระดับจิตวิทยา $2,000 ได้อย่างมั่นคง โดยจุดสูงสุดของวันอยู่ที่ $2,016.02 เท่านั้น

มูลค่าตลาดรวมของ ETH ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขปริมาณซื้อขายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงระมัดระวัง ไม่มีแรงซื้อฝั่งเดียวกันอย่างแข็งแกร่งเพียงพอที่จะผลักดันราคาข้ามแนวต้านสำคัญได้
ผู้ถือ ETH ระยะยาวรับมืออย่างไรกับการดีดกลับครั้งนี้
สำหรับนักลงทุนที่ถือ ETH มาตั้งแต่ปลายปี 2568 สถานการณ์ยังคงหนักหน่วง ราคาในปัจจุบันห่างจากจุดสูงสุดที่ $4,829 ในช่วงสิงหาคม 2568 ไปแล้วกว่า 58% การดีดกลับ 1.02% จึงเป็นเพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระยะทางที่ราคาร่วงลงมา
สิ่งที่นักลงทุนระยะยาวควรจับตาดูในขณะนี้คือพฤติกรรมของราคาใกล้บริเวณ $1,938 ซึ่งเป็นขอบล่างสุดของกรอบการแกว่งตัว 16 สัปดาห์ หากราคาหลุดระดับนี้ลงไป จะหมายความว่าโครงสร้างการพักตัวที่ก่อตัวมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ล่มสลาย และอาจเปิดทางให้ราคาทดสอบจุดต่ำสุดของปีที่ $1,821 ได้อีกครั้ง ในทางกลับกัน หากราคาสามารถยืนเหนือ $2,000 และไต่ขึ้นได้ต่อเนื่อง พอร์ตโฟลิโอของผู้ถือระยะยาวก็จะเริ่มฟื้นตัวบางส่วน
มุมมองฝั่งเทรดเดอร์ สัญญาณที่ต้องติดตาม
จากมุมมองของเทรดเดอร์ระยะสั้น การดีดกลับจากบริเวณ $1,960 มาใกล้ $2,000 มีลักษณะของการเด้งทางเทคนิค (technical bounce) จากแนวรับสะสมมากกว่าการกลับตัวจริงจัง อัตราดอกเบี้ยสัญญาฟิวเจอร์ (funding rate) ในตลาดอนุพันธ์ที่ยังคงต่ำ สะท้อนว่าไม่มีแรงซื้อเก็งกำไรจำนวนมากเข้ามาในช่วงนี้
ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ETH เคยทำจุดสูงสุดเฉพาะวันไว้ที่ $2,016.02 แต่แรงขายกดราคาลงมาใกล้ $1,960 ซ้ำหลายครั้ง รูปแบบนี้บ่งชี้ว่ามีแรงขายในบริเวณ $2,000 อยู่อย่างต่อเนื่อง เทรดเดอร์ที่ต้องการจับจังหวะตลาดขาลงควรระวังการล้างพอร์ตสถานะ Short หากราคาพุ่งขึ้นผ่าน $2,100 ได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสถานะ Short สะสมอยู่มาก
ระดับราคาสำคัญที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้
บริบทตลาดในปัจจุบันชัดเจนว่า ETH อยู่ในกรอบแคบที่มีนัยสำคัญ ด้านล่างมีแนวรับสองระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ระดับแรกคือ $1,963 ซึ่งราคาเพิ่งดีดกลับออกมา และระดับที่สองคือ $1,938 ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบการแกว่งตัว 16 สัปดาห์ หากราคาหลุดต่ำกว่า $1,938 ลงไป จะกลายเป็นเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะกลาง
ด้านบน แนวต้านแรกที่ต้องจับตาคือ $2,100 ซึ่ง ETH เพิ่งหลุดลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อน ตามด้วย $2,200 และ $2,370 ซึ่งเป็นขอบบนของกรอบการแกว่งตัวทั้งหมด การที่ราคาจะผ่านแนวต้านเหล่านี้ได้ต้องอาศัยปัจจัยพื้นฐานใหม่เข้ามาหนุน ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF คริปโต หรือการพัฒนาโปรโตคอลที่สำคัญบนเครือข่าย Ethereum
ความเห็นผู้เขียน
ผมมองว่าการดีดกลับของ ETH ครั้งนี้น่าจะเป็นแค่การพักหายใจระยะสั้น ไม่ใช่สัญญาณที่บอกว่าแนวโน้มขาลงสิ้นสุดแล้ว เหตุผลง่ายๆ คือราคายังไม่สามารถยืนเหนือ $2,000 ได้ต่อเนื่อง และโครงสร้างของ lower high กับ lower low ที่เห็นมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมยังไม่ถูกทำลาย
สิ่งที่ผมจะจับตาเป็นพิเศษในช่วงนี้คือพฤติกรรมของราคาในบริเวณ $1,938 ถึง $1,963 ถ้า ETH เริ่มสร้าง higher low ในโซนนี้ได้สองถึงสามครั้งโดยไม่หลุดลงไป นั่นถึงจะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจกว่าการดีดตัวครั้งละ 1% แล้วหายไป นอกจากนี้ ภาพรวมมหภาคยังเป็นตัวแปรสำคัญ ถ้า Fed ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยชัดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตลาดคริปโตทั้งหมดรวมถึง ETH น่าจะได้รับแรงหนุนตามมา แต่ตราบใดที่ยังไม่มีตัวเร่งใหม่เข้ามา การระมัดระวังน่าจะยังเป็นท่าทีที่เหมาะสมกับช่วงเวลานี้
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

