สรุปข่าว
- S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 ของการพุ่งต่อเนื่อง ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1985
- มูลค่าตลาดรวมเพิ่มขึ้นกว่า 11.7 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา
- สถิตินี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาอย่างแข็งแกร่งหลังจากช่วงความผันผวนต้นปี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลพร้อมกับพุ่งต่อเนื่อง 10 สัปดาห์ สะท้อนว่านักลงทุนมีความกล้าเสี่ยงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงระหว่างตลาดหุ้นกับตลาดคริปโตไม่ได้เกิดขึ้นทันทีเสมอไป
ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกำลังเข้าสู่ช่วงพุ่งต่อเนื่อง 10 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1985 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter นับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา มูลค่าตลาดรวมของดัชนีเพิ่มขึ้นถึง 11.7 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นหนึ่งในการฟื้นตัวที่รวดเร็วและแข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

สถิติที่ไม่ได้เห็นมากว่า 40 ปี
การพุ่งต่อเนื่อง 10 สัปดาห์ของ S&P 500 ถือเป็นเรื่องหายากมากในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ครั้งสุดท้ายที่ดัชนีทำสถิติในลักษณะนี้ได้คือในปี 1985 หรือกว่า 40 ปีที่แล้ว การพุ่งต่อเนื่องระยะยาวเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันต่างมีความเชื่อมั่นต่อทิศทางตลาดอย่างต่อเนื่อง
มูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้น 11.7 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาประมาณสองเดือนนั้นนับว่ามหาศาล และแสดงให้เห็นว่ากระแสเงินที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมมีขนาดใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ
บริบทที่เกี่ยวข้องกับตลาดในช่วงนี้
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Nasdaq-100 ทำ All-Time High ทำสถิติสัปดาห์พุ่งแรงที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งตอกย้ำว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงนี้อยู่ในโหมดที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูงต่อเนื่อง สถิติของ S&P 500 ครั้งนี้จึงยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นในฐานะสัญญาณภาพรวมของตลาดทุนสหรัฐฯ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถิติ 10 สัปดาห์ต่อเนื่องนี้น่าสนใจในแง่จิตวิทยาตลาด เพราะการที่แรงซื้อยังคงอยู่โดยไม่มีการพักฐานที่ชัดเจนเลยนานขนาดนี้ถือว่าผิดปกติจากประวัติศาสตร์ จุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่าตลาดจะสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ได้ต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญทยอยออกมาในช่วงต่อ ๆ ไป
ที่มา: @KobeissiLetter
ภาพจาก AI

