สรุปข่าว
- ETH ร่วงลงมาที่ $1,844.82 ลดลง 7.62% ในช่วง 24 ชั่วโมง โดยแตะจุดต่ำสุดรายวันที่ $1,853.89 ขณะที่จุดสูงสุดอยู่ที่ $2,003.78
- ราคากลับมาทดสอบแนวรับสำคัญ $1,821 อีกครั้ง หลังจากที่เคยเป็นจุดต่ำสุดของรอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยแนวรับจิตวิทยา $1,900 หลุดลงมาแล้ว
- ภาพรวมทุกกรอบเวลาเป็นขาลง ETH ร่วงมาแล้วกว่า 20% ในสามสัปดาห์ และกว่า 60% จากจุดสูงสุดที่ $4,829 เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2568
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การร่วงกลับมาทดสอบ $1,821 อีกครั้งสะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อที่เคยพยุงราคาขึ้นไปถึง $2,421 ในเดือนเมษายนนั้นอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ หากระดับนี้ไม่สามารถรับราคาไว้ได้ โอกาสที่ราคาจะลงต่อยิ่งเปิดกว้างขึ้น ภาพรวมยังคงเป็นขาลงอย่างชัดเจน
วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ราคา Ethereum (ETH) ร่วงกลับมาทดสอบบริเวณ $1,821 อีกครั้ง โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ $1,844.82 ลดลง 7.62% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นไปแตะ $2,003.78 ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนจะดิ่งลงมาแตะจุดต่ำสุดรายวันที่ $1,853.89 สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขคือ ระดับ $1,821 นี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา มันคือจุดต่ำสุดของรอบที่เคยสร้างไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และตอนนี้ราคากำลังเดินทางกลับมาหามันอีกครั้ง

ในแง่ภาพรวมตลาด มูลค่าตามราคาตลาดของ ETH อยู่ที่ 2.24 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าปกติในช่วงที่ราคาร่วงลงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแรงขายที่มีนัยสำคัญ ไม่ใช่แค่การแกว่งตัวรายวันธรรมดา
เส้นทางที่นำมาสู่จุดนี้
ต้องย้อนกลับไปถึงปลายเดือนสิงหาคม 2568 เมื่อ ETH พุ่งขึ้นไปแตะ $4,829 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของรอบ หลังจากนั้น ราคาเริ่มเดินทางลงเขาอย่างยาวนานกว่าหกเดือน สร้างรูปแบบจุดสูงต่ำลงและจุดต่ำต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในทางเทคนิคถือเป็นคำนิยามที่ชัดเจนของแนวโน้มขาลง
จุดหักเหที่เจ็บปวดที่สุดมาถึงในช่วงปลายมกราคมและต้นกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อราคาดิ่งลงมาอย่างหนักและแตะ $1,821 เป็นครั้งแรก หลังจากนั้น ตลาดพยายามฟื้นตัวอีกครั้ง โดยราคาดีดกลับขึ้นไปได้ถึงราวๆ $2,421 ในช่วงกลางเดือนเมษายน ตอนนั้นหลายคนเริ่มหวังว่าอาจเห็นการกลับตัว แต่ความหวังนั้นก็สลายลงอย่างรวดเร็ว เพราะตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2569 เป็นต้นมา ราคาก็เริ่มไหลลงอีกรอบ ทุกสัปดาห์ปิดต่ำกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า
และแล้วในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเร็วของการร่วงก็เพิ่มขึ้นอีก ETH หล่นจาก $2,369 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม มาจนถึงระดับปัจจุบัน คิดเป็นการร่วงลงกว่า 20% ในเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ รวมมูลค่าที่หายไปจากจุดสูงสุดแล้วกว่า 60%
แรงกดดันที่จุดชนวนให้ราคาดิ่งลงในรอบนี้
แรงกดดันในรอบล่าสุดนี้มาจากหลายทิศทางพร้อมกัน ในฝั่งมหภาค ตลาดการเงินโดยรวมยังคงอยู่ในโหมดระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่นักลงทุนยังคงเฝ้าติดตามตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานอย่างใกล้ชิด สินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโตมักได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อสภาพแวดล้อมทางการเงินตึงตัว
ในฝั่งเทคนิค สัญญาณที่น่ากังวลที่สุดเกิดขึ้นในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา เมื่อราคา ETH ไหลทะลุผ่านโซน $1,960-1,965 ลงมา ซึ่งเดิมเคยเป็นแนวรับระยะสั้น การที่แท่งเทียนขนาด 4 ชั่วโมงปรากฏไส้เทียนล่างยาวลงไปถึงบริเวณ $1,890 สะท้อนให้เห็นถึงแรงขายแบบตื่นตระหนกในระยะสั้น และตอนนี้ราคาหล่นต่ำกว่าระดับจิตวิทยาสำคัญ $1,900 ลงมาแล้ว ซึ่งเท่ากับว่าไม่มีแนวรับที่มีนัยสำคัญเหลืออีกแล้ว นอกจาก $1,821 ที่กำลังถูกทดสอบอยู่ในขณะนี้
ในส่วนของกระแสเงินเข้า ETF สินทรัพย์ดิจิทัล หากยอดไหลออกสุทธิยังคงดำเนินต่อเนื่อง นั่นจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่านักลงทุนสถาบันยังไม่ได้กลับมาสะสมในระดับนี้ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาต่อไป
สองเส้นทางที่อยู่เบื้องหน้า
คำถามที่ทุกคนในตลาดกำลังจ้องมองอยู่ตอนนี้คือ $1,821 จะกลายเป็นพื้นที่รับราคาที่แข็งแกร่งได้อีกครั้งหรือไม่ ในรอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระดับนี้เคยพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นจุดต่ำสุดที่ราคาดีดกลับได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้แตกต่างออกไป ตลาดมาถึงจุดนี้หลังจากผ่านการฟื้นตัวและกลับมาร่วงใหม่ ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างทางเทคนิคอ่อนแอกว่าครั้งก่อน
กรณีแรก หาก $1,821 ยังคงรับราคาไว้ได้อย่างมั่นคง โดยมีปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นจากฝั่งผู้ซื้อ ราคาอาจเห็นการดีดกลับระยะสั้นขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ $2,000 อีกครั้ง แต่ในภาพใหญ่ที่ยังเป็นขาลงทุกกรอบเวลา การดีดกลับในลักษณะนี้จะเป็นเพียงการพักตัวชั่วคราวมากกว่าการกลับตัวจริง
กรณีที่สอง หากราคาหลุดต่ำกว่า $1,821 อย่างชัดเจน ตลาดจะเข้าสู่ช่วงที่ไม่มีแนวรับสำคัญรองรับ และอาจนำไปสู่การค้นหาจุดต่ำใหม่ที่ต่ำกว่านี้อีก สิ่งที่ต้องติดตามคือลักษณะของแท่งเทียนและปริมาณการซื้อขายในช่วงที่ราคาทดสอบระดับนี้ว่าจะมีสัญญาณการดูดซับแรงขายหรือไม่
ความเห็นผู้เขียน
ผมนึกถึงภาพนักปีนเขาที่ลงมาจากยอดเขาแล้ว เดินลงเขาต่อ แวะพักที่หน้าผาหนึ่ง แล้วก็เดินลงต่อไปอีก แล้วก็มาหยุดอยู่ที่หน้าผาเดิมที่เคยพักครั้งแรก ในการเทรดคริปโต เวลาราคากลับมาทดสอบจุดต่ำเดิมซ้ำสอง มันมักไม่ค่อยเป็นสัญญาณที่ดีนัก เพราะแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อที่เคยรับราคาไว้ได้ตอนแรกนั้นอาจหมดแรงลงแล้ว
ส่วนตัวผมจับตาดูสองเรื่องหลักในช่วงนี้ เรื่องแรกคือลักษณะการปิดของแท่งเทียนรายสัปดาห์ที่ระดับนี้ ถ้าปิดเป็นแท่งที่มีไส้เทียนล่างยาวพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามีการดูดซับแรงขายเกิดขึ้น เรื่องที่สองคือสภาพแวดล้อมมหภาค โดยเฉพาะทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐฯ เพราะในตลาดขาลงที่ยืดเยื้อแบบนี้ ตัวเร่งให้กลับตัวมักมาจากปัจจัยภายนอกมากกว่าตัวเทคนิคเอง
สิ่งที่ควรระวังที่สุดในตอนนี้คือการด่วนสรุปว่าราคาลงมามากแล้วดังนั้นต้องถูก ในตลาดขาลงที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งแบบนี้ “ถูก” อาจยังมีที่ทางให้ถูกกว่านี้ได้อีก สิ่งที่สำคัญกว่าราคาคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าแรงขายเริ่มหมดแรงจริงๆ และตอนนี้ผมยังไม่เห็นสัญญาณนั้นอย่างชัดเจนพอ
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
