bitkub-banner

หุ้นโทเคนบนบล็อกเชนโต 240% มูลค่าตลาดแตะ $1.6 พันล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มูลค่าตลาดรวมของหุ้นโทเคนบนบล็อกเชนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์
  • ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 240% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 สะท้อนแรงผลักดันจากกระแสโทเคนไนเซชันและตลาดหุ้นที่ทำสถิติสูงสุด
  • สัญญาณการเติบโตนี้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม Real World Assets (RWA) กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการยอมรับที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การเติบโตของหุ้นโทเคนถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมระบบนิเวศบล็อกเชน เนื่องจากดึงดูดสถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหม่เข้าสู่วงการ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาคริปโตในระยะสั้นยังอยู่ในวงจำกัด เพราะเป็นการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าจะเป็นตัวเร่งราคาโดยตรง

ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2569 มูลค่าตลาดรวมของหุ้นโทเคนบนบล็อกเชน (Tokenized Stocks) พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นการเติบโตกว่า 240% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา การขยายตัวดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดหลายครั้ง สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในการนำสินทรัพย์โลกแห่งความเป็นจริง (Real World Assets หรือ RWA) มาอยู่บนบล็อกเชน

หุ้นโทเคนคืออะไร และทำไมถึงเติบโตเร็วขนาดนี้

หุ้นโทเคน คือการแปลงหุ้นหรือหลักทรัพย์จริงให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน ทำให้นักลงทุนสามารถถือครองและซื้อขายหุ้นได้โดยตรงบนเครือข่ายบล็อกเชนโดยไม่ต้องผ่านตลาดหลักทรัพย์แบบดั้งเดิม จุดเด่นสำคัญคือการซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงและการลดต้นทุนธุรกรรม

ปัจจัยที่เร่งการเติบโตในปีนี้ ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย S&P 500 ต่อสายชนะมากถึง 10 สัปดาห์ติดต่อกัน พร้อมกับมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นกว่า 11.7 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ความเชื่อมั่นของตลาดที่ดีขึ้นทำให้นักลงทุนสนใจนำสินทรัพย์แบบดั้งเดิมมาอยู่บนบล็อกเชนมากขึ้น

กระแส RWA เดินหน้าต่อเนื่อง สอดรับกับภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม

การเติบโตของหุ้นโทเคนไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแส RWA ที่กำลังขยายตัวในหลายมิติ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า DTCC เชื่อมแพลตฟอร์ม Tokenized Securities กับ Stellar ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าโครงสร้างพื้นฐานสำหรับหลักทรัพย์โทเคนกำลังเข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับ โทเคนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มูลค่าตลาดแตะ 1 พันล้านดอลลาร์ และกรณีของ ที่ดินเกษตรโทเคนที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุน

ฝั่งสถาบันการเงินขนาดใหญ่ก็เริ่มขยับตัวชัดเจนมากขึ้น โดย Franklin Templeton จับมือ MoonPay เปิดทางให้สถาบันแลก Stablecoin รับผลตอบแทนบนบล็อกเชน รวมถึง Societe Generale ที่นำ Stablecoin ขึ้นหลายบล็อกเชนพร้อมกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลกำลังก้าวเข้าสู่ระดับที่ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์

ความท้าทายที่ยังต้องจับตา

แม้ตัวเลข 1.6 พันล้านดอลลาร์จะฟังดูน่าประทับใจ แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดหุ้นทั่วโลกที่อยู่ในระดับหลายสิบล้านล้านดอลลาร์แล้ว ยังถือว่าน้อยมาก การเติบโตต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งกรอบกฎหมายที่ชัดเจนขึ้นในแต่ละประเทศ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน และความสามารถของแพลตฟอร์มในการรองรับสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการซื้อขายในช่วงตลาดผันผวน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 240% นี้น่าสนใจมากกว่าตัวเลขมูลค่าตลาดเสียอีก เพราะมันบ่งบอกว่าคนเริ่มจริงจังกับ RWA มากขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ามันยังเป็นตลาดเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นดั้งเดิม สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่าแพลตฟอร์มใหญ่อย่าง DTCC หรือสถาบันการเงินระดับโลกจะก้าวเข้ามามีบทบาทในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่งพอสำหรับมวลชนได้เมื่อไหร่ ถ้าวันนั้นมาถึง ตัวเลขนี้อาจกลายเป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่ามาก

ที่มา: @KobeissiLetter

ภาพจาก AI