สรุปข่าว
- Joe Weisenthal พิธีกรชื่อดังจาก Bloomberg ชี้ตลาดคริปโตกำลังเผชิญหน้ากับ crypto winter ที่ย่ำแย่และโหดร้ายที่สุด ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาและมรสุมเชิงโครงสร้างรอบด้าน
- เผยเหตุผลใหม่เรื่องค่าเสียโอกาสหลังเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกแห่ไหลไปกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และหน่วยความจำที่พุ่งทะยานกว่าสองเท่า ปล่อยให้ตลาดคริปโตซบเซาและขาดแรงดึงดูด
- ระบุเครือข่ายบล็อกเชนส่วนใหญ่ในปัจจุบันสูญเสียอุดมการณ์ดั้งเดิมเรื่องการปกปิดข้อมูลและถูกแกะรอยได้ง่าย มีเพียง Zcash เป็นข้อยกเว้นหนึ่งเดียวที่ราคาพุ่งสวนกระแสตลาดแต่นักลงทุนส่วนใหญ่กลับตกรถ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
มุมมองเชิงลบอย่างรุนแรงจากนักวิเคราะห์ของสื่อการเงินระดับโลกอย่าง Bloomberg ยิ่งเข้าไปซ้ำเติมจิตวิทยาตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่เปราะบางอยู่แล้วให้ดิ่งลึกลงไปอีก
Joe Weisenthal ผู้ดำเนินรายการร่วมของพอดแคสต์ชื่อดัง Odd Lots ทางช่อง Bloomberg ได้ออกมาแชร์ความมุมมองในเชิงลบ ที่มีต่อตลาดคริปโต เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลใหม่เพิ่มอีก 2 ข้อ จากเหตุผลเดิม 10 ข้อที่เขาเคยสรุปไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อตอกย้ำว่า ทำไมรอบนี้จึงเป็น “Crypto Winter ที่ย่ำแย่ที่สุด” เท่าที่เคยมีมา
ย้อนรอย 10 เหตุผลเดิม มรสุมเชิงโครงสร้างที่ยังคงอยู่ครบถ้วน
Weisenthal มองว่า ปัจจุบันคริปโตกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน พร้อมระบุเหตุผลเดิมทั้ง 10 ข้อ ได้แก่
- คริปโตร่วงลง ในขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์กำลังเพิ่มขึ้น
- อุตสาหกรรมคริปโต เติบโตมานาน เกินกว่าจะอ้างว่า “ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการยอมรับสำหรับการใช้งาน “
- ชุมชนคริปโตบนแพลตฟอร์ม X เข้าสู่สภาวะเงียบเหงา และหมดความคึกคัก
- นักลงทุนสถาบันเข้ามาในตลาดแล้ว ทำให้ไม่มีแรงหนุนใหม่ ๆ จากการยอมรับของสถาบัน
- กฎระเบียบเป็นมิตรกับคริปโตมากพอแล้ว จึงเหลือตัวเร่งเชิงนโยบายน้อยลง
- ศูนย์ข้อมูล AI กำลังเข้ามาแย่งใช้พลังงานกับอุตสาหกรรมเหมืองขุดคริปโต
- คริปโตได้รับผลกระทบด้านภาพลักษณ์ จากการถูกเชื่อมโยงกับคดีอื้อฉาวของ Jeffrey Epstein
- การพัฒนาของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม อาจสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของ Bitcoin ในอนาคต
- บริษัทที่ถือ Bitcoin จำนวนมาก เช่น Strategy เริ่มขายเหรียญออกบางส่วน แทนที่จะสะสมเพิ่ม
- กระแส AI กลายเป็นเทรนด์เทคโนโลยีหลัก ที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนแทนคริปโต
วิกฤตศรัทธาคริปโตระลอกใหม่
เหตุผลใหม่ข้อแรกที่ทำให้สถานการณ์ของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีย่ำแย่ลงไปอีกคือเรื่องของ “ค่าเสียโอกาส” เพราะในขณะที่ฝั่งคริปโตกำลังซบเซา หุ้นของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง SK Hynix กลับพุ่งทะยานขึ้นไปแล้วกว่า 250% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับหุ้น Micron ที่บวกขึ้นไปมากกว่า 260% โดยทั้งสองบริษัทต่างได้รับอานิสงส์อย่างมหาศาลจากกระแสความต้องการชิปเซมิคอนดักเตอร์และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังบูมอย่างหนัก
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังไม่มีกำไร ในดัชนีของ Goldman Sachs ก็กำลังดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างรุนแรงจนน่ากลัวคล้ายกับปี 2021 แถมยังมีกองทุนเลเวอเรจ ETF ของ SK Hynix มูลค่าสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่เข้ามาสร้างกลไกหมุนเวียนคอยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนให้ไหลเข้าไปกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มหน่วยความจำมากยิ่งขึ้นไปอีก
ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ Weisenthal ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์ม X เอาไว้ได้อย่างเจ็บแสบว่า “คนอื่นกำลังทำเงินกันมหาศาล” และความรู้สึกเสียดายโอกาส (FOMO) ของชาวคริปโตก็กำลังเพิ่มขึ้นในทุกๆ สัปดาห์
Zcash ข้อยกเว้นหนึ่งเดียวที่ผู้คนส่วนใหญ่พลาดไป
สำหรับเหตุผลใหม่ข้อที่สอง Weisenthal ได้ชี้ไปที่ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในระบบบล็อกเชน โดยอธิบายว่าเดิมทีบล็อกเชนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเน้นการทำธุรกรรมที่เป็นส่วนตัวและไร้การเซ็นเซอร์
แต่ปัจจุบันเครือข่ายส่วนใหญ่กลับมีความโปร่งใสและสามารถแกะรอยตรวจสอบได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่ถือเป็นการทำลายรากฐานและอุดมการณ์ดั้งเดิมของโลกคริปโตลงไปอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวในเวลานี้คือ Zcash (ZEC) เหรียญ Privacy Coin ที่ถูกออกแบบมาเพื่ออำพรางรายละเอียดการทำธุรกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งเหรียญนี้สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนพุ่งทะยานสวนกระแสตลาดตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
แต่ Weisenthal ก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่ามูลค่าตลาดของ Zcash ในปัจจุบันยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนั่นหมายความว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดได้พลาดโอกาสสำคัญและตกรถรอบการวิ่งครั้งใหญ่ของเหรียญนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
Weisenthal ระบุในโพสต์ทิ้งท้ายว่า “มันเป็นหน้าหนาวของวงการคริปโตที่โหดร้ายมาก ๆ เหตุผลเชิงลบเดิมทุกข้อที่ผมเคยเตือนไว้ยังคงเป็นความจริง และในตอนนี้เรายังมีเหตุผลใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกสองข้อใหญ่ ๆ ที่ยิ่งเข้ามาซ้ำเติมให้ความเจ็บปวดและวิกฤตศรัทธาในรอบนี้ทวีคูณความรุนแรงขึ้นไปอีก”
ที่มา : benzinga
มุมมองผู้เขียน : หน้าหนาวรอบนี้ อาจจะยาวนานกว่าที่คิด ตราบใดที่กระแสปัญญาประดิษฐ์ AI ยังคงดูดเม็ดเงินฝั่งนักลงทุนสถาบันไปจนหมด

