bitkub-banner

สามี-ภรรยาชาวสหรัฐฯ กู้ซื้อบ้านด้วย Bitcoin สำเร็จรายแรกของโลก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Better และ Coinbase เปิดตัวสินเชื่อบ้านรูปแบบใหม่ที่ให้ผู้ซื้อบ้านใช้ Bitcoin เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินดาวน์ได้ โดยไม่ต้องขายเหรียญออกมา
  • คู่สามีภรรยาจากรัฐมิชิแกนกลายเป็นผู้กู้รายแรกของสหรัฐฯ ที่ซื้อบ้านผ่านโครงสร้างดังกล่าว
  • นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Bitcoin จากสินทรัพย์เพื่อการลงทุน สู่การเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในระบบการเงินแบบดั้งเดิม

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Joe และ Amy คู่สามีภรรยาวัย 30 ต้น ๆ จากเมืองแอนอาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน กลายเป็นผู้กู้รายแรกในสหรัฐฯ ที่ใช้ Bitcoin ค้ำประกันสินเชื่อบ้านได้สำเร็จ โดยไม่ต้องขายเหรียญออกมาเป็นเงินสดสำหรับวางดาวน์ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Better และ Coinbase ที่เปิดทางให้ผู้ถือ Bitcoin นำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้สร้างสภาพคล่องได้จริง ขณะเดียวกันยังคงถือครองเหรียญต่อไปได้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า Bitcoin กำลังถูกยอมรับในฐานะสินทรัพย์ทางการเงินมากขึ้น ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรเหมือนในอดีต

Bitcoin สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการคริปโตเคอร์เรนซีอีกครั้ง หลังคู่สามีภรรยาชาวอเมริกันสามารถใช้ Bitcoin เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อกู้ซื้อบ้านได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา โดยไม่จำเป็นต้องขายเหรียญ

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดย Better บริษัทสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ และ Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันเปิดตัวสินเชื่อบ้านรูปแบบใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Fannie Mae องค์กรสำคัญในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ

รูปแบบดังกล่าวเปิดทางให้ผู้ถือ Bitcoin สามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับเงินดาวน์บ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายเหรียญออกมาแปลงเป็นเงินสดก่อน

บริษัท Better และ Coinbase ประกาศว่า ผู้กู้รายแรกคือ Joe และ Amy คู่สามีภรรยาวัย 30 ต้นๆ จากเมืองแอนอาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน ซึ่งสามารถกู้ซื้อบ้านหลังแรกโดยใช้ Bitcoin ค้ำประกันได้สำเร็จ โดยไม่จำเป็นต้องขาย BTC ของพวกเขาเลยแม้แต่เหรียญเดียว

ทางเลือกใหม่สำหรับคนมี Bitcoin แต่ไม่มีเงินสด

ในอดีตที่ผ่านมา นักลงทุน Bitcoin จำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับทางเลือกที่เจ็บปวดใจ ระหว่างการขาย Bitcoin เพื่อนำเงินมาซื้อบ้าน หรือถือเหรียญต่อไปเพื่อรอโอกาสการเติบโตในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรูปแบบใหม่นี้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเปิดทางให้ผู้ถือ Bitcoin สามารถนำสินทรัพย์มาใช้สร้างสภาพคล่องได้โดยไม่ต้องขายออกไป

Joe เปิดเผยว่า เขาสะสม Bitcoin มานานกว่าสิบปี และไม่ต้องการขายสินทรัพย์ที่เชื่อมั่นมาตลอดเพียงเพื่อซื้อบ้าน การมีทางเลือกเช่นนี้ทำให้เขาสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้โดยไม่ต้องลดสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin

นอกจากนี้ ผู้กู้ยังสามารถหลีกเลี่ยงภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์หรือ “Capital Gains Tax” และยังคงได้รับประโยชน์หากราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต

โครงสร้างสินเชื่อทำงานอย่างไร ?

รูปแบบสินเชื่อแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นสินเชื่อบ้านมาตรฐานที่ได้รับการค้ำประกันโดย Fannie Mae สำหรับซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือบ้าน

ส่วนที่สองเป็นสินเชื่อสำหรับเงินดาวน์ โดยผู้กู้นำ Bitcoin หรือ USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าอ้างอิงกับดอลลาร์สหรัฐ มาวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

สินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้ใน Coinbase Prime ซึ่งเป็นบริการรับฝากสินทรัพย์สำหรับนักลงทุนสถาบัน และจะถูกคืนให้เมื่อชำระหนี้ครบถ้วน

จุดเด่นสำคัญคือ ระบบนี้ไม่มีการเรียกหลักประกันเพิ่มหรือ “No Margin Call” หากราคา Bitcoin ปรับตัวลดลง ผู้กู้จะไม่ถูกบังคับเพิ่มหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือถูกขายสินทรัพย์อัตโนมัติจากความผันผวนของตลาด

หลักทรัพย์ค้ำประกันจะตกอยู่ในความเสี่ยงก็ต่อเมื่อผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ต่อเนื่องอย่างน้อย 60 วัน ซึ่งเป็นแนวทางใกล้เคียงกับระบบสินเชื่อบ้านแบบดั้งเดิม

เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีสินทรัพย์ แต่ขาดสภาพคล่อง

Better เปิดเผยว่า ลูกค้ากว่า 41% ที่ผ่านเกณฑ์ด้านรายได้และเครดิต ไม่สามารถซื้อบ้านได้เพราะขาดเงินสดสำหรับวางเงินดาวน์ แม้ว่าจะมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งก็ตาม

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก National Association of Realtors หรือสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า อายุเฉลี่ยของผู้ซื้อบ้านหลังแรกเพิ่มขึ้นเป็น 40 ปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จาก 32 ปีเมื่อสิบปีก่อน

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นปัญหาที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากมีทรัพย์สินสะสมอยู่ในรูปแบบการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือคริปโต แต่กลับมีเงินสดในมือไม่มากพอสำหรับวางเงินดาวน์บ้าน


มุมมองผู้เขียน: หากโมเดลสินเชื่อ Bitcoin ได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินมากขึ้นในอนาคต เราอาจได้เห็นวันที่ผู้ถือ Bitcoin สามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้กู้ซื้อรถยนต์ หรือเข้าถึงบริการทางการเงินอื่นๆ ได้อย่างแพร่หลาย โดยไม่จำเป็นต้องขายเหรียญ

ที่มา:bitcoinmagazine