สรุปข่าว
- Bitcoin ปรับฐานลงแล้วกว่า 50.6% จากจุดสูงสุด $126,272 ในปี 2025 เหลือ $62,370 ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2026
- ข้อมูลย้อนหลัง 15 ปีพบว่า นักลงทุนที่ซื้อ Bitcoin ที่จุดสูงสุดของทุกวัฏจักรและถือยาว 3-4 ปี ไม่เคยขาดทุนแม้แต่ครั้งเดียว
- ทุกวัฏจักรที่ผ่านมา Bitcoin กลับมาสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้เสมอ โดยเปอร์เซนต์ในการปรับฐานมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
หากย้อนดูประวัติศาสตร์ของ Bitcoin ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าทุกครั้งที่ราคาเข้าสู่ตลาดหมีและปรับตัวลงอย่างรุนแรง นักลงทุนที่ซื้อบริเวณจุดสูงสุดของแต่ละรอบและถือครองต่อไปในระยะยาว สามารถกลับมาหลุดดอยได้ทุกครั้ง โดยใช้เวลารอเฉลี่ยเพียง 2-3 ปี ก่อนที่ Bitcoin จะกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ นอกจากนี้ความรุนแรงของการปรับฐานยังลดลงต่อเนื่องจากกว่า 80% ในอดีต เหลือราว 50% ในรอบปัจจุบัน สะท้อนถึงตลาดที่มีขนาดใหญ่และเติบโตมากขึ้น ส่วนสาเหตุที่นักลงทุนจำนวนมากยังขาดทุนมักเกิดจากการตัดสินใจขายในช่วงที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัว ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวในเวลาต่อมา ทำให้การถือครองระยะยาวยังคงเป็นกลยุทธ์ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายวัฏจักรของ Bitcoin
คำถามที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยอาจจะกำลังอยากรู้ในตอนนี้คือ หากเผลอกดซื้อ Bitcoin ที่จุดสูงสุดของรอบจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าพอร์ตของคุณจะกลับมาหลุดดอยอีกครั้ง
ความคิดเหล่านี้อาจผุดขึ้นมาในหัวทุกคน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ Bitcoin ปรับตัวลงกว่า 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,272 ดอลลาร์ ในเดือนตุลาคม 2025 ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 62,370 ดอลลาร์ ในปัจจุบัน
หากย้อนดูประวัติศาสตร์ของ Bitcoin ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา คำตอบที่ได้กลับน่าสนใจไม่น้อย เพราะทุกครั้งที่ Bitcoin เข้าสู่ตลาดหมีและร่วงหนัก ผู้ที่อดทนถือเหรียญต่อไปในระยะยาวล้วนสามารถกลับมาหลุดดอยและทำกำไรได้ในที่สุด
พลาดซื้อ Bitcoin ที่จุดสูงสุด ต้องรอนานแค่ไหนถึงหลุดดอย ?
ข้อมูลจากกราฟราคา Bitcoin ย้อนหลังพบว่า นักลงทุนที่ซื้อในช่วงจุดสูงสุดของแต่ละรอบ ใช้เวลารอเฉลี่ยประมาณ 3 ปี ก่อนที่ราคาจะกลับมาทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง
ผู้ที่ซื้อ Bitcoin ที่จุดสูงสุดของรอบช่วงเดือนพฤศจิกายน 2013 ในราคา 1,163 ดอลลาร์ แค่ใช้เวลารอจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2017 หรือประมาณ 3 ปี 3 เดือน พอร์ตของคุณก็จะกลับมาหลุดดอยอีกครั้ง ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 19,666 ดอลลาร์
ส่วนผู้ที่ซื้อบนยอดดอยในเดือนธันวาคม 2017 ที่ราคา 19,666 ดอลลาร์ ใช้เวลารอประมาณ 3 ปี โดย Bitcoin สามารถกลับขึ้นมาเหนือระดับดังกล่าวได้ในเดือนพฤศจิกายน 2020 ก่อนจะเดินหน้าสู่จุดสูงสุดใหม่บริเวณ 69,000 ดอลลาร์ในปี 2021
ขณะที่นักลงทุนที่เข้าซื้อบริเวณจุดสูงสุด 69,000 ดอลลาร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2021 ใช้เวลารอเพียง 2 ปี 4 เดือน ก่อนที่ Bitcoin จะกลับมาทะลุระดับดังกล่าวในเดือนมีนาคม 2024 และเดินหน้าสร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 126,272 ดอลลาร์ในปี 2025

ตลาดหมีรอบใหม่ รุนแรงน้อยกว่ารอบก่อน ๆ
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ความรุนแรงของการปรับฐานในแต่ละรอบมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
หลังจบรอบขาขึ้นปี 2013 ราคา Bitcoin เคยปรับตัวลงลึกถึง 86.9% ขณะที่รอบปี 2017 ปรับฐานลง 84.1% และรอบปี 2021 ลดลง 77.6%
แต่สำหรับรอบปัจจุบัน Bitcoin ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดประมาณ 50% เท่านั้น ซึ่งถือว่า ลดลงน้อยกว่าหลายวัฏจักรที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า สาเหตุสำคัญมาจากขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้น การเข้ามาของนักลงทุนสถาบัน รวมถึงสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงแรกเริ่มของ Bitcoin ทำให้ความผันผวนเริ่มลดลงตามลำดับ
ทำไมคนส่วนใหญ่ยังขาดทุน?
แม้ข้อมูลในอดีตจะบ่งชี้ว่าการถือยาวให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ความจริงคือ นักลงทุนจำนวนมากมักขายเหรียญทิ้งในช่วงที่ตลาดกำลังหวาดกลัว
เมื่อพอร์ตติดลบ 40-50% หลายคนเลือกตัดขาดทุนแล้วหนีออกจากตลาด ก่อนจะกลับเข้ามาซื้อใหม่เมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจำนวนมากจึงพลาดช่วงเวลาสำคัญของการฟื้นตัว และกลายเป็นผู้ที่ขายในช่วงราคาถูก ก่อนกลับมาซื้อใหม่ในช่วงที่ตลาดกลับมาคึกคักหรือราคากลับมาแพงอีกครั้ง
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คำว่า การอยู่ในตลาดให้นานพอมักเอาชนะการพยายามจับจังหวะซื้อขายได้เสมอ
ตลาดหมีรอบนี้อาจยังสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนอีกระยะหนึ่ง แต่หาก Bitcoin ยังคงเดินตามวัฏจักรเดิมเหมือนที่ผ่านมา ผู้ที่มองเกมยาวอาจกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่คล้ายกับปี 2015, 2018 หรือ 2022 ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นช่วงที่ตลาดหวาดกลัวที่สุด ก่อนที่ราคาจะกลับมาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง
มุมมองผู้เขียน: แม้สถิติในอดีตจะไม่สามารถยืนยันอนาคตได้ แต่ข้อมูลตลอด 15 ปีของ Bitcoin สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ถือครองเหรียญเกิน 3 ปี มีโอกาสหลุดดอยสูงมากจนแทบแตะระดับ 99% ส่วนอีก 1% ที่เหลือ เป็นพื้นที่สำหรับความไม่แน่นอนของผู้ที่ซื้อ Bitcoin บริเวณจุดสูงสุด 126,272 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งจนถึงวันนี้ยังผ่านมาไม่ถึง 1 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ตลาดต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป

