สรุปข่าว
- ก.ล.ต. ดำเนินการกล่าวโทษบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ต่อ บก.ปอศ. เนื่องจากพบความบกพร่องในระบบงานทำความรู้จักลูกค้าที่ไม่รัดกุมเพียงพอจะระบุตัวตนผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงได้
- จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทไม่มีการทำกระบวนการทำความรู้จักลูกค้าเชิงลึกเพิ่มเติมเมื่อพบการขอเพิ่มวงเงินสูงผิดปกติและไม่มีการส่งรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยต่อ ปปง. ตามข้อกำหนด
- ข้อบกพร่องเหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างปี 2567 ถึง 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่มีประเด็นข่าวเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินผ่านบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทำให้หน่วยงานต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวการถูกกล่าวโทษจากหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องความหละหลวมในระบบตรวจสอบการฟอกเงินถือเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรและอาจส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อราคาหุ้น FSS ในระยะสั้น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ดำเนินการกล่าวโทษบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในกรณีที่พบว่าระบบงาน Know Your Customer และ Customer Due Diligence (KYC/CDD) ของบริษัทมีความหละหลวมและไม่รัดกุมเพียงพอ
จากการตรวจสอบการดำเนินงานตามแนวทาง Risk-Based Approach (RBA) ในช่วงต้นปี 2568 ก.ล.ต. ได้นำประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับระบบงานของบริษัทมาตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติม หลังจากปรากฏข่าวสารเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบริษัทจดทะเบียนบางแห่งที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่ม Scammer หรือกระบวนการฟอกเงิน ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าในช่วงวันที่ 1 เมษายน 2567 ถึง 21 ธันวาคม 2568 บริษัทมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานจริงหลายประการ
ข้อบกพร่องประการแรกคือการที่บริษัทไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้ทราบถึง Ultimate Beneficial Owner (UBO) หรือบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ควบคุมทอดสุดท้ายของลูกค้าอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ประการต่อมาคือการละเลยที่จะตรวจสอบความสมเหตุสมผลเมื่อลูกค้ามีการร้องขอเพิ่มวงเงินทำธุรกรรมในระดับที่สูงกว่าวงเงินเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้บริษัทยังไม่มีการทำ enhanced KYC/CDD เพื่อกำกับดูแลลูกค้าอย่างเข้มงวดในกรณีที่พบความผิดปกติ เช่น ลูกค้าทำธุรกรรมฝากหลักประกันหรือจองซื้อหุ้นในจำนวนที่สูงเกินกว่าศักยภาพทางการเงินที่แสดงไว้ บางรายเป็นนิติบุคคลต่างประเทศที่มีทุนจดทะเบียนต่ำและไม่มีงบการเงินที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทกลับปล่อยผ่านและไม่ได้จัดทำ Suspicious Transaction Report (STR) เพื่อนำส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบแต่อย่างใด
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. ระบุว่าการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนมีระบบ KYC/CDD ที่ได้มาตรฐานถือเป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นกลุ่มทุนเทา เนื่องจากการเป็นด่านหน้าในการคัดกรองลูกค้าถือเป็นความรับผิดชอบหลัก การพบข้อบกพร่องที่อาจเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมายอื่นจึงนำมาสู่การกล่าวโทษในครั้งนี้ โดยหลังจากนี้กระบวนการทางกฎหมายจะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ต่อไปตามลำดับ
ที่มา: ก.ล.ต.
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกโรงเชือดไก่ให้ลิงดูด้วยการกล่าวโทษบริษัทหลักทรัพย์ระดับท็อปอย่างฟินันเซียในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐกำลังเอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างกลุ่มทุนสีเทาและกระบวนการฟอกเงินผ่านตลาดทุนครับ
เพราะโบรกเกอร์ถือเป็นประตูด่านแรกที่เงินเหล่านี้จะไหลเข้ามา การปล่อยปละละเลยไม่ตรวจสอบลูกค้าให้ดีโดยเฉพาะกลุ่มนิติบุคคลต่างประเทศที่ขอวงเงินสูงผิดปกติจึงเป็นช่องโหว่ที่อันตรายมาก
ข่าวนี้ถือเป็นปัจจัยลบที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อระบบการควบคุมภายในของ FSS อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และน่าจะสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นบนกระดานในระยะสั้น รวมไปถึงจะสร้างแรงกระเพื่อมให้โบรกเกอร์เจ้าอื่นๆ ต้องตื่นตัวและหันมายกระดับความเข้มงวดของระบบตรวจจับและยืนยันตัวตนลูกค้ากันขนานใหญ่เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยครับ

