สรุปข่าว
- Crypto Rover เปิดเผยข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 1950 พบว่า S&P 500 ร่วงมากกว่า 1.5% ในวันศุกร์ทั้งหมด 184 ครั้ง และมีถึง 54% ที่วันจันทร์ถัดมาจะแท่งเขียว
- อย่างไรก็ตาม หากวันศุกร์ร่วงหนักเกิน 3% วันจันทร์ถัดมามีโอกาสปิดแท่งแดงสูงถึง 70% สะท้อนว่าขนาดของการปรับฐานมีความสำคัญมากกว่าการดูตัวเลขรวมเพียงอย่างเดียว
- ข้อมูลดังกล่าวถูกจับตามองเป็นพิเศษ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรงในสัปดาห์นี้ ขณะที่ Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจและกระแสเงินทุนที่ไหลออกต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
แม้สถิติในอดีตจะชี้ว่าตลาดมีโอกาสฟื้นตัวในวันจันทร์มากกว่า 50% แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังมีปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคและความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน ทำให้ทิศทางระยะสั้นยังไม่ชัดเจนและขึ้นอยู่กับข่าวสารที่เกิดขึ้นระหว่างสุดสัปดาห์เป็นสำคัญ
นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาการเปิดตลาดวันจันทร์อย่างใกล้ชิด หลัง Crypto Rover เผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของดัชนี S&P 500 ย้อนหลังนานกว่า 76 ปี โดยพบว่าเมื่อใดก็ตามที่ตลาดร่วงแรงเกิน 1.5% ในวันศุกร์ วันจันทร์ถัดมามักไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายคนกังวล และสามารถกลับมาปิดบวกได้มากกว่า 50% อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังเผยให้เห็นอีกด้านหนึ่งว่าหากการร่วงในวันศุกร์รุนแรงมากเกินไป ความเสี่ยงที่จะเกิดแรงขายต่อในวันจันทร์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
ตลาดร่วงแรงแค่ไหนในสัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายค่อนข้างหนัก โดย S&P 500 ปรับตัวลงกว่า 2.6% ขณะที่ Nasdaq ร่วงมากกว่า 4% หลังตัวเลขเศรษฐกิจและตลาดแรงงานออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาด ทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือ Fed อาจไม่รีบผ่อนคลายนโยบายการเงินในเร็ว ๆ นี้
การปรับฐานดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงหลายประเภท รวมถึงตลาดคริปโตที่ Bitcoin ยังคงซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมอย่างมาก ส่งผลให้คำถามสำคัญของตลาดตอนนี้คือ “แรงขายวันศุกร์จบแล้วหรือยัง”
สถิติ 184 ครั้ง บอกอะไรกับวันจันทร์
จากข้อมูลที่ Crypto Rover นำเสนอ พบว่า S&P 500 เคยร่วงมากกว่า 1.5% ในวันศุกร์ทั้งหมด 184 ครั้งนับตั้งแต่ปี 1950 และในจำนวนดังกล่าว วันจันทร์ถัดมาสามารถกลับมาปิดบวกได้ถึง 54%
แต่เมื่อแยกดูตามระดับความรุนแรงของการร่วง ภาพจะเริ่มแตกต่างออกไป โดยกรณีที่ตลาดร่วงระหว่าง 1.5%-2% และ 2%-3% วันจันทร์ยังมีโอกาสฟื้นตัวค่อนข้างสูง ขณะที่กรณีที่ตลาดร่วงเกิน 3% วันจันทร์กลับมีโอกาสปิดแท่งแดงสูงถึง 70%
นั่นหมายความว่าสถิติไม่ได้ชี้ว่าตลาดจะเด้งเสมอไป แต่กำลังบอกว่าความรุนแรงของแรงขายในวันศุกร์เป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม
แล้ว Bitcoin จะได้รับผลกระทบอย่างไร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bitcoin มีความเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะหลังการเข้ามาของ Spot Bitcoin ETF และเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบัน
หากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวในวันจันทร์ อาจช่วยให้บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงดีขึ้นและเป็นแรงหนุนต่อ Bitcoin ในระยะสั้นได้เช่นกัน แต่หากแรงขายยังดำเนินต่อ ตลาดคริปโตก็อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสเงินทุนยังไหลออกจาก Bitcoin ETF และนักลงทุนจำนวนมากอยู่ในโหมดลดความเสี่ยง
ปี 2026 อาจไม่เหมือนอดีต
แม้สถิติย้อนหลังจะมีประโยชน์ในการมองภาพรวม แต่หลายฝ่ายมองว่าตลาดปี 2026 มีความซับซ้อนมากกว่าหลายรอบที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกระแสเงินจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ธุรกิจ AI ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักลงทุนสถาบัน
ด้วยเหตุนี้ สถิติในอดีตอาจช่วยบอกแนวโน้มได้ แต่ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดตอบสนองต่อข่าวสารและสภาพคล่องอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เคย
แม้ข้อมูลย้อนหลังจะชี้ว่าตลาดมีโอกาสฟื้นตัวในวันจันทร์มากกว่าครึ่งหนึ่งของเวลา แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ไม่ได้ห่างจากการโยนเหรียญมากนัก และเมื่อพิจารณาเฉพาะกรณีที่ตลาดร่วงหนัก ความเสี่ยงที่จะเห็นแรงขายต่อก็ยังคงมีอยู่สูง
ในมุมผู้เขียนมองว่า ข่าวนี้ถือเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจมากกว่าการใช้ทำนายตลาดโดยตรง เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะกำหนดทิศทางวันจันทร์อาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ แต่เป็นข่าวใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างสุดสัปดาห์มากกว่า อย่างไรก็ตาม หากไม่มีข่าวร้ายเพิ่มเข้ามา ตลาดก็มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวระยะสั้นได้เช่นกัน หลังจากเผชิญแรงขายอย่างหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Crypto Rover — What happens the Monday after a bad Friday? (X post)
Reuters — U.S. stocks slide as investors reassess Fed outlook after economic data
Barron’s — Stocks Are Rising Monday After a Tough End to Last Week. It’s Becoming a Pattern

