bitkub-banner

Trump เผยดีลสหรัฐฯ-อิหร่านอาจลงนามพรุ่งนี้ ระบุ “ฮอร์มุซจะเปิดทันที” แต่อิหร่านยังไม่ยืนยัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Donald Trump ระบุผ่าน Truth Social ว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดลงนามในวันพรุ่งนี้ พร้อมกล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้ทุกฝ่ายใช้งานได้ทันทีหลังการลงนาม
  • กรอบข้อตกลงที่ถูกเปิดเผยผ่านสื่อหลายสำนัก ครอบคลุมทั้งการเปิดเส้นทางเดินเรือ การจัดการประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
  • อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่ารัฐบาลยังอยู่ระหว่างประเมินรายละเอียดของข้อตกลง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

หากข้อตกลงได้รับการลงนามจริง ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มลดลง ราคาน้ำมันอาจเผชิญแรงกดดันขาลง ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และตลาดหุ้นทั่วโลกอาจได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้น

Donald Trump โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดลงนามในวันพรุ่งนี้ พร้อมระบุว่า “ทันทีที่ข้อตกลงได้รับการลงนาม ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้ทุกฝ่ายใช้งาน” นับเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายปะทุขึ้นเมื่อกว่า 100 วันก่อน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ อิหร่านยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ

ดีลนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง?

รายงานจากสื่อหลายแห่งอ้างอิงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ว่า ข้อตกลงที่อยู่ระหว่างการเจรจามีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติข้อจำกัดด้านการเดินเรือ การกำหนดแนวทางจัดการโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการผ่อนคลายมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจที่บังคับใช้มาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในเชิงปฏิบัติยังต้องอาศัยการหารือเพิ่มเติมจากทั้งสองฝ่าย

เหตุใดตลาดจึงจับตาดีลนี้อย่างใกล้ชิด

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก การกลับมาเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบจะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงาน และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อบรรเทาลง ก็อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม รวมถึงตลาดคริปโตที่มีความอ่อนไหวต่อทิศทางเศรษฐกิจมหภาค

อิหร่านยังไม่ตอบรับอย่างเป็นทางการ

แม้ฝั่งสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น แต่รายงานจากสื่ออิหร่านระบุว่า รัฐบาลยังคงใช้ท่าทีระมัดระวังและต้องการพิจารณารายละเอียดของข้อตกลงเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลายทั้งหมด ทำให้ยังมีความเป็นไปได้ที่กระบวนการเจรจาอาจเผชิญอุปสรรคในช่วงสุดท้าย

ผู้เขียนมองว่า ข่าวการเตรียมลงนามข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นสิ่งที่ตลาดรอคอยมานาน แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้สิ้นสุดลงแล้ว หากการลงนามเกิดขึ้นจริง ตลาดคริปโตมีโอกาสตอบรับในเชิงบวกจากความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามท่าทีของอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพราะรายละเอียดเพียงเล็กน้อยก็อาจเปลี่ยนทิศทางของตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: