สรุปข่าว
- ตลาดคริปโตเข้าสู่โหมดเฝ้าระวังขั้นสูงสุด จับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ เป็นเวทีตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่
- เปิดสถิติย้อนหลังสุดโหด 5 ครั้งล่าสุด พบ Bitcoin เกิดแพทเทิร์นราคาดิ่งเฉลี่ยตั้งแต่ 10% จนถึงหนักสุดกว่า 32% ทันทีหลังสิ้นสุดการประชุม FOMC นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025
- ตลาดคาดการณ์เป็นเอกฉันท์ว่า ผู้นำคนใหม่จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 3.50% – 3.75% โดยเหล่านักลงทุนพร้อมใจกันจับตาโทนเสียงและถ้อยแถลงเพื่อหาคำใบ้ทิศทางเศรษฐกิจภาพรวม
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
สถิติย้อนหลัง 5 ครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นแพทเทิร์นฝั่งขาลงอย่างชัดเจนและไร้ข้อกังขา ความกังวลต่อแนวคิดนโยบายการเงินของประธานคนใหม่ประกอบกับสถิติตัวเลขการร่วงลงรุนแรงในอดีต จะบีบให้นักลงทุนสถาบันและวาฬกระเป๋าใหญ่เลือกที่จะปิดรับความเสี่ยงด้วยการเทขายเหรียญออกไปถือเงินสดเพื่อรอดูความชัดเจน แรงกดดันจากซัพพลายฝั่งขายที่เตรียมทะลักเข้าสู่ตลาดสปอตพ่วงความผันผวนระดับสูงในคืนวันพรุ่งนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะทุบราคา Bitcoin ให้ดิ่งวูบลงไปปรับฐานลึกซ้ำรอยเดิม
สัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตต้องกลั้นหายใจกันอีกครั้ง เพราะในวันพรุ่งนี้ (17 มิถุนายน) มีนัดสำคัญกับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ FOMC ซึ่งการประชุมรอบนี้เป็นการ “รับน้อง” ประธาน Fed คนใหม่ป้ายแดงอย่าง Kevin Warsh ที่จะขึ้นแท่นเคาะตัวเลขตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยเป็นครั้งแรก
สำหรับคนนอกวงการอาจจะสงสัยว่า ทำไมเราต้องไปตื่นเต้นกับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ? คำตอบคือ ทุกถ้อยแถลงและการปรับดอกเบี้ยของ Fed เปรียบเสมือนคนคุมทิศทางเงินทุนทั่วโลก และถ้าย้อนดูสถิติความเกี่ยวโยงกับตลาดคริปโตตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 เป็นต้นมา ต้องบอกว่า หลังจบการประชุม FOMC ทีไร ราคา Bitcoin มักจะถูกเผชิญกับ “แรงเทขาย” อย่างหนักหน่วงแทบทุกครั้ง
โดยข้อมูลสถิติย้อนหลัง 5 ครั้งล่าสุดชี้ให้เห็นแพตเทิร์นสุดสยอง ตั้งแต่การประชุมในเดือนตุลาคม 2025 ราคา Bitcoin ดิ่งวูบไปถึง 30.21% พอมาเดือนธันวาคมก็ร่วงซ้ำอีกเกือบ 10% ข้ามมาต้นปี 2026 ในเดือนมกราคมถือว่าสาหัสสุดเพราะราคาทรุดทะลุ 32.77% ส่วนเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมาก็ยังไม่รอด ปรับฐานลงไปอีก 13.67% และ 27.72% ตามลำดับ ด้วยตัวเลขสถิติที่แดงเดือดพร้อมเพรียงกันขนาดนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักลงทุนจะเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ และส่งสัญญาณเตือนให้กันและกันเตรียมตั้งรับความผันผวนระดับรถไฟเหาะที่กำลังจะพุ่งชนเราในวันพรุ่งนี้
คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายภายใต้ผู้นำคนใหม่
คำถามสำคัญคือ แล้วประธาน Fed คนใหม่จะมาไม้ไหน? ในมุมของตัวเลขดอกเบี้ย ตลาดค่อนข้างฟันธงตรงกันครับว่าน่าจะแช่แข็งอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% – 3.75% เท่าเดิม
แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงซึ่งนักลงทุนระดับโลกกำลังจับตาดูอยู่ก็คือ “โทนเสียงและมุมมองทางเศรษฐกิจ” ของประธาน Fed คนใหม่ว่าจะมาแนวสายเหยี่ยว (Hawkish) ที่พร้อมส่งสัญญาณกร้าวเพื่อปราบเงินเฟ้อ หรือจะเป็นสายพิราบ (Dovish) ที่ประนีประนอมเพื่อพยุงเศรษฐกิจ คีย์เวิร์ดที่หลุดออกจากปากเขาในงานแถลงข่าวนี่แหละ ที่จะเป็นตัวสับสวิตช์เปลี่ยนทิศทางตลาดโลกอย่างแท้จริง
ปฏิทินเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตา
นอกจากการลุ้นระทึกกับ Fed แล้ว สัปดาห์นี้ยังมีคิวอัปเดตตัวเลขเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกที่ต้องจับตาควบคู่กันไปด้วย เริ่มจากคืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน จะมีการประกาศยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลงเหลือ 222,000 ราย สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ อาจจะยังแข็งแกร่งอยู่
และที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือช่วงปลายสัปดาห์ครับ ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดทำการเนื่องในวันหยุด Juneteenth ซึ่งเมื่อตลาดใหญ่หยุดพัก สภาพคล่องในระบบก็จะหดหายไปด้วย เปิดช่องให้ราคาคริปโตเหวี่ยงตัวรุนแรงได้ง่ายขึ้น แต่ในความน่ากังวลก็ยังมีแสงสว่าง เพราะในวันเดียวกันนั้น มีกำหนดการสำคัญที่สหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมลงนามข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งถือเป็นข่าวดีชิ้นใหญ่ที่จะช่วยคลายความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันตลาดมานานหลายเดือน
สรุปแล้ว สัปดาห์นี้คือจุดวัดใจครั้งสำคัญ เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงกันให้ดี รัดเข็มขัดให้แน่น แล้วมารอดูกันว่าประธาน Fed คนใหม่จะเปิดโอกาสให้ตลาดได้หายใจ หรือจะสานต่อตำนานอาถรรพ์ทุบ Bitcoin ให้ร่วงเป็นรอบที่ 6 ติดต่อกัน
ที่มา : coindesk
มุมมองผู้เขียน : การประชุม FOMC รอบนี้หรือจะตรงกับเวลาไทยคือวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน เวลา 01:00 น. ถือเป็นการขึ้นเวทีครั้งแรกของ Kevin Warsh ในฐานะประธาน Fed คนใหม่ที่เข้ามารับไม้ต่อ ยิ่งทวีความคลุมเครือ แม้ว่าตัวเลขดอกเบี้ยจะมีการคาดการณ์ให้คงที่แถว 3.50% – 3.75% แล้วก็ตาม

