สรุปข่าว
- Andre Cronje เจ้าพ่อแห่งวงการ DeFi และอดีตผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี แท็กทีมผู้ร่วมก่อตั้งประกาศลาออกจากบอร์ดบริหาร Sonic Labs แบบกะทันหัน เซ่นพิษราคาเหรียญ S ดิ่งเหวรุนแรงกว่า 91% จากจุดสูงสุดเดิมในอดีต
- เครือข่าย Sonic Labs เผชิญภาวะมรสุมภายในอย่างหนักหน่วง มีการเปลี่ยนตัว CEO ถึง 2 รอบในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ล่าสุดส่งไม้ต่อให้ Matt Visser นั่งเก้าอี้ซีอีโอคนใหม่เพื่อกู้ศรัทธาชุมชนที่กำลังซบเซา
- วิกฤตสภาพคล่องพ่นพิษใส่ระบบนิเวศอย่างรุนแรง ตัวเลขเม็ดเงินที่นำมาฝากไว้ในระบบ (TVL) พังทลายวูบหายไปกว่า 98% ดิ่งลงมาเหลือเพียง 18 ล้านดอลลาร์ จากที่เคยรีแบรนด์มาจาก Fantom และทำสถิติแตะพันล้านดอลลาร์
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
การลาออกท่ามกลางวิกฤตราคาเหรียญประจำเครือข่ายที่ราคาร่วงแรง ถือเป็นปัจจัยลบขั้นรุนแรงที่เข้ามาทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน ควบรวมกับแรงกดดันจากการปิดตัวของเครือข่ายเก่าอย่าง Fantom Opera ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ สัญญาณเหล่านี้พร้อมจะเร่งให้เกิดการเทขายรอบใหม่ได้ง่ายมากในระยะสั้น
Andre Cronje เจ้าพ่อแห่งวงการ DeFi และอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ควบตำแหน่งกรรมการบอร์ดของ Sonic Labs ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว พร้อมกับผู้ร่วมก่อตั้งอีกสองคนคือ Michael Kong และ David Richardson
การปรับทัพผู้บริหารครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่เหรียญ S เหรียญประจำเครือข่าย ราคาดิ่งลงมาแล้วกว่า 91% จากจุดสูงสุด เมื่อเดือนมกราคม 2025 จนเกิดคำถามในตลาดว่าราคาร่วงจนถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง

ตำแหน่งซีอีโอจะถูกส่งไม้ต่อให้ Matt Visser นับเป็นซีอีโอคนที่สองในรอบ 9 เดือนของโปรเจกต์นี้
ทาง Sonic Labs ก็ได้ชี้แจงว่า การลาออกครั้งนี้เป็นการส่งต่ออำนาจบริหารอย่างเป็นระเบียบ โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งจะยังคงสนับสนุนความสำเร็จของ Sonic อยู่ แต่อาจจะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางธุรกิจอีกต่อไป และยังไม่แน่ชัดว่ายังถือหุ้นหรือเหรียญอยู่มากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ ช่วงปีที่ผ่านมา โครงสร้างบริหารของ Sonic ค่อนข้างปั่นป่วน แม้จะเพิ่งแต่งตั้ง Mitchell Demeter เป็นซีอีโอ เมื่อกันยายนปีที่แล้ว เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากสถาบัน แต่สุดท้ายเขาก็ลาออกไปในเดือนกุมภาพันธ์ จนบอร์ดผู้ก่อตั้งต้องลงมาคุมงานเอง ก่อนจะเปลี่ยนมือมาเป็น Matt Visser ในที่สุด
ส่วน Andre Cronje หลังจากที่เคยเทโปรเจกต์ DeFi เก่า ๆ ไปดื้อ ๆ เมื่อปี 2022 ล่าสุดเขากำลังหันไปโฟกัสกับ Flying Tulip ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนตัวใหม่ที่เขากำลังระดมทุนอยู่
ล่าสุด ราคาเหรียญ S ร่วงลงมาซื้อขายแถวระดับ 0.029 ดอลลาร์ ลดลง 6% ในช่วง 24 ชั่วโมง และราคาร่วงลงกว่า 37% ในรอบเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดของ Sonic หดตัวเหลือเพียง 111 ล้านดอลลาร์ โดยเหรียญร่วงไปอยู่อันดับที่ 250 ของโลก ซึ่งราคาตอนนี้อยู่สูงกว่าจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่เพิ่งทำไว้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เพียงนิดเดียวเท่านั้น และห่างไกลจากจุดสูงสุดเดิมที่ 1.03 ดอลลาร์ในมกราคม 2025 เป็นอย่างมาก
นอกจากราคาจะดิ่งแล้ว เม็ดเงินที่นำมาฝากไว้ในระบบ (TVL) ก็พังทลายลงเช่นกัน แม้ Sonic ที่เคยรีแบรนด์มาจากโปรเจกต์ชื่อดังอย่าง Fantom จะเคยทำสถิติมูลค่า TVL ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็วหลังเปิดตัว แต่ข้อมูลล่าสุดจาก DefiLlama ระบุว่า มูลค่า TVL ได้ลดลงถึง 98% จากจุดสูงสุด เหลือเพียง 18 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ด้าน Bobby Ong ผู้ร่วมก่อตั้ง CoinGecko ได้แสดงความเห็นว่า ปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากมากสำหรับหลาย ๆ โปรเจกต์ในตลาดหมี และดูเหมือนว่าราคาของ Sonic อาจจะยังไม่เจอจุดต่ำสุดเลยด้วยซ้ำ

แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า กลุ่มผู้ก่อตั้งชิง “สละเรือ” ในช่วงที่สถานการณ์ย่ำแย่ ซึ่งทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่ทีมงาน Sonic ยังคงยืนกรานว่า ความอยู่รอดของโปรเจกต์ไม่ได้ผูกติดอยู่กับราคาเหรียญ เนื่องจากโปรเจกต์ไม่มีหนี้สินจากการระดมทุน
ทางด้านซีอีโอป้ายแดงอย่าง Matt Visser ก็ได้ออกมาลดความคาดหวังของตลาด โดยไม่ได้สัญญาว่าจะกู้สถานการณ์ให้กลับมาปังในทันที แต่เขาตั้งเป้าหมายว่าจะพยายามทำ Sonic ให้ดีขึ้นวันละ 1% ทุก ๆ วัน เพื่อให้ผลลัพธ์นั้นสะสมเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านการลงมือทำงานและพิสูจน์ให้สาธารณชนเห็น

ในเชิงเทคนิค ราคาเหรียญ S กำลังทดสอบแนวรับสำคัญ และดัชนีโมเมนตัมบ่งชี้ไปในทางลบอย่างรุนแรง โดยราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทุกเส้น และฝั่งคนขายเป็นผู้คุมตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ
ขณะที่สัญญาณ RSI อยู่ที่ระดับ 32.50 ซึ่งกำลังตัดลงใต้เส้น Signal Line กลายเป็น “สัญญาณขายรอบใหม่” เนื่องจากในอดีตทุกครั้งที่ RSI เกิดแพทเทิร์นนี้ ราคาจะดิ่งลงต่อเสมอ
ทั้งนี้ ตลาดอาจมีความผันผวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากการปิดตัวของเครือข่ายเก่าอย่าง Fantom Opera ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งทำให้ผู้ถือเหรียญต้องรีบย้ายข้ามเครือข่ายมาให้เสร็จสิ้น
หากเหรียญ S สามารถยืนเหนือระดับ 0.028 ดอลลาร์ได้ โอกาสในการรีบาวด์ก็ยังคงมีอยู่ แต่ถ้าราคาหลุดต่ำกว่านั้น ก็จะเป็นการยืนยันแนวโน้มขาลงต่อไป
ที่มา : yahoofinance
มุมมองผู้เขียน : แม้ว่า Matt Visser ซีอีโอคนใหม่ จะพยายามนำแนวคิดการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปมาปรับใช้ แต่เนื่องจากอุตสาหกรรม Web3 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและพึ่งพาความเชื่อมั่นสูง การที่ราคาเหรียญ S จะฟื้นตัวกลับมาอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่มีข่าวดีใหม่ๆในเร็วๆนี้

