bitkub-banner

เจาะลึกพฤติกรรมการลงทุนของ Gen Z ปี 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • Gen Z ปี 2026 ไม่ได้ลงทุนเพื่อแค่ตัวเลขกำไร แต่เน้นสร้างรายได้หลายทาง อิสระทางการเงิน และต้องสอดคล้องกับคุณค่าที่เชื่อถือ เน้นแนวคิด ESG และการลงทุนในตัวเอง
  • จัดเต็มสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และคริปโต 70-90% โดย 23% ของคนรุ่นนี้ถือครองคริปโต และเริ่มมองทองคำ เป็นสินทรัพย์เพื่อการเติบโต ไม่ใช่แค่หลุมหลบภัย
  • 64% เชื่อใจ AI เช่น ChatGPT ในการวางแผนการเงินมากกว่าคน และเลือกใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อ (DCA) เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องหมุนเงินไม่ทันและความผันผวน

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

นิยามความมั่งคั่งของวัยรุ่น Gen Z ในปี 2026 ไม่ใช่แค่การปั้นตัวเลขกำไร แต่คือการมีอิสระทางการเงินที่สอดคล้องกับคุณค่าและไลฟ์สไตล์รักษ์โลก พวกเขาคือนักลงทุนสายลุยที่กล้าจัดพอร์ตเชิงรุก อัดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น คริปโต และทองคำเพื่อการเติบโตระยะยาว โดยมีแพลตฟอร์ม AI และอินฟลูเอนเซอร์การเงินเป็นที่ปรึกษาคู่ใจ และถึงแม้จะต้องรับมือกับปัญหาหมุนเงินไม่ทันหรือความซับซ้อนของข้อมูล พวกเขาก็ยังแก้เกมอย่างชาญฉลาดด้วยการทยอยลงทุนแบบ DCA เพื่อสร้างวินัยและสยบความผันผวนของตลาดไปพร้อม ๆ กัน

การลงทุนของคนรุ่นใหม่ในปี 2026 กำลังเขียนนิยามใหม่ให้กับคำว่า “ความมั่งคั่ง” เพราะสำหรับคน Gen Z (ในวัย 18-28 ปี) การสร้างพอร์ตไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่เพิ่มตัวเลขในบัญชี แต่ยังหมายถึงการสร้างชีวิตที่มั่นคง มีอิสระทางการเงิน และสอดคล้องกับคุณค่าที่พวกเขาเชื่อด้วย

ท่ามกลางค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และโลกดิจิทัลที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ภายในไม่กี่วินาที คน Gen Z จึงกลายเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีพฤติกรรมแตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ทั้งในมุมมองต่อความเสี่ยง วิธีการจัดพอร์ต และการเลือกเครื่องมือช่วยตัดสินใจ

พร้อมรับความเสี่ยง แต่ไม่ใช่การเสี่ยงแบบไร้เหตุผล

แม้จะเติบโตมาในยุคที่เต็มไปด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และตลาดการเงินที่ผันผวน แต่ Gen Z กลับไม่ได้มีมุมมองเชิงลบต่ออนาคต ตรงกันข้าม คนรุ่นนี้กำลังอยู่ในภาวะที่บริษัทวิจัยหลายแห่งเรียกว่า “Risk-Ready” หรือ การพร้อมรับความเสี่ยงอย่างมีกลยุทธ์

ผลสำรวจในปี 2026 พบว่า 73% ของ Gen Z ยังเชื่อมั่นว่า ฐานะการเงินของตนเองจะดีขึ้นในอนาคต แม้ต้องเผชิญค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็ตาม

เป้าหมายสำคัญของพวกเขาไม่ใช่เพียงการมีเงินเก็บ แต่คือการสร้างรายได้หลายช่องทาง ผ่านการลงทุน การทำธุรกิจออนไลน์ งานฟรีแลนซ์ และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้มีความมั่นคงในระยะยาว

พอร์ตลงทุนเชิงรุก คริปโตยังเป็นส่วนสำคัญ

ด้วยวัยที่ยังมีระยะเวลาลงทุนอีกหลายสิบปี นักลงทุน Gen Z ส่วนใหญ่จึงเลือกจัดพอร์ตแบบเชิงรุก

สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นหรือกองทุนหุ้นมักมีสัดส่วนสูงถึง 70-90% ของพอร์ต เพราะเชื่อว่าสามารถรับความผันผวนระยะสั้นเพื่อแลกกับผลตอบแทนในระยะยาวได้

ขณะเดียวกัน “คริปโต” ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของพอร์ตการลงทุน โดยข้อมูลในปี 2026 ระบุว่า Gen Z ราว 23% ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2023

ที่มา:asic

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะมองคริปโตเป็นการลงทุนระยะยาว แต่กว่า 66% ก็ยอมรับว่า มีการซื้อขายระยะสั้นควบคู่กันไป เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรและเพิ่มความสนุกในการลงทุน

อีกหนึ่งสินทรัพย์ที่กลับมาได้รับความนิยมคือ “ทองคำ” ซึ่งต่างจากคนรุ่นก่อนที่มองทองเป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัย Gen Z กลับมองทองคำในฐานะสินทรัพย์เพื่อการเติบโตที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของนักลงทุนรุ่นใหม่ยังเลือกกระจายเงินลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศ เพราะมองว่าการลงทุนระดับโลกเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

AI กลายเป็นกุนซือ ส่วน Finfluencer คือห้องเรียนรู้แห่งใหม่

ผลสำรวจพบว่า 64% ของ Gen Z เชื่อถือแพลตฟอร์ม AI อย่าง ChatGPT ในการค้นหาข้อมูลและคำแนะนำด้านการลงทุน เพราะมองว่า AI สามารถให้ข้อมูลได้รวดเร็ว ไม่ตัดสินผู้ใช้งาน และรักษาความเป็นส่วนตัวได้ดี

ในเวลาเดียวกัน Finfluencer ยังคงมีอิทธิพลสูง โดย 52% ของนักลงทุนรุ่นใหม่ใช้คอนเทนต์จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินบนโซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลหลัก ขณะที่ YouTube ยังคงเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการเรียนรู้เรื่องการลงทุน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Gen Z ให้ความสำคัญมากที่สุดกลับไม่ใช่จำนวนผู้ติดตามของครีเอเตอร์ แต่คือ “ความน่าเชื่อถือของข้อมูล” ซึ่งกลายเป็นปัจจัยอันดับแรกก่อนตัดสินใจลงทุน

การลงทุนที่ดี ต้องดีต่อโลกด้วย

อีกหนึ่งความแตกต่างสำคัญของนักลงทุน Gen Z คือ การให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” ควบคู่ไปกับเรื่องผลตอบแทน

การลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ ESG หรือแนวทางธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะคนรุ่นนี้เชื่อว่า การสร้างกำไรไม่ควรเกิดขึ้นบนต้นทุนของสังคมหรือสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน พวกเขายังมองว่า การลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินทรัพย์ทางการเงิน แต่รวมถึงการลงทุนกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคอร์สออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ การพัฒนาทักษะใหม่ หรือการเรียนรู้เทคโนโลยี ซึ่งล้วนเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับ ทรัพยากรที่สำคัญที่สุด นั่นคือตัวพวกเขาเอง

ความท้าทายยังอยู่ที่สภาพคล่องและข้อมูลที่ซับซ้อน

แม้ Gen Z จะเปิดรับเทคโนโลยีและมีความกระตือรือร้นในการลงทุน แต่ก็ยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน

ปัญหาใหญ่ที่สุดในช่วงปี 2025-2026 คือ ภาวะสภาพคล่องทางการเงิน หลายคนมีปัญหาหมุนเงินไม่ทัน และเริ่มพึ่งพาการชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิตมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ความซับซ้อนของข้อมูลการเงินก็ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดย 31% มองว่า การลงทุนเป็นเรื่องเข้าใจยาก ขณะที่อีก 30% ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

ด้วยเหตุนี้ การลงทุนแบบ DCA  หรือการทยอยลงทุนเป็นประจำ จึงกลายเป็นกลยุทธ์ยอดนิยม เพราะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด พร้อมสร้างวินัยในการออมและลงทุนไปพร้อมกัน

บทสรุป

นักลงทุน Gen Z ในปี 2026 ไม่ได้วัดความสำเร็จจาก “กำไร” เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สร้างคุณค่า ควบคู่กับการสร้างความมั่งคั่ง พวกเขากล้าลงทุนในคริปโต ใช้ AI เป็นผู้ช่วยตัดสินใจ และเลือกสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับความเชื่อและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เทรนด์นี้กำลังสะท้อนว่า โลกการเงินยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันแค่ผลตอบแทน แต่ยังแข่งขันกันด้วย ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์การลงทุนที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น

ที่มา:ijfmr, ASIC, HSBC