สรุปข่าว
- Markus Thielen ผู้ก่อตั้งบริษัท 10x Research ออกมาเตือนนักลงทุนว่าราคา Bitcoin ยังมีโอกาสปรับฐานลงได้อีกและอาจร่วงลงไปทดสอบแนวรับลึกถึงระดับ 55,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อนที่ตลาดหมีรอบปัจจุบันจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
- แรงกดดันหลักต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในเวลานี้มาจากความแข็งแกร่งของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐประกอบกับท่าทีที่แข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานคนใหม่อย่าง Kevin Warsh ซึ่งทำให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าการประชุมรอบหน้าอาจเป็นการขึ้นดอกเบี้ยแทนการปรับลด
- แม้สถานการณ์ระยะสั้นจะดูท้าทายแต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าสภาวะนี้จะไม่คงอยู่ตลอดไปโดยตัวชี้วัดด้านสภาพคล่องระดับโลกและสถิติตามฤดูกาลต่างชี้ตรงกันว่าตลาดอาจพบจุดต่ำสุดในช่วงปลายเดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากปัจจัยมหภาคอย่างการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางถือเป็นแรงต้านสำคัญที่กดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวลดลงในระยะสั้น
ราคา Bitcoin ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในการพยายามพลิกกลับเป็นขาขึ้น โดยล่าสุด Markus Thielen ผู้ก่อตั้งสถาบันวิเคราะห์ 10x Research ได้ออกมาประเมินสถานการณ์ตลาดว่าแนวโน้มการปรับฐานอาจจะยังไม่จบลงง่ายๆ และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่ราคาจะร่วงลงไปแตะระดับ 55,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะสามารถสร้างฐานราคาที่มั่นคงได้อีกครั้ง
แกนหลักของการคาดการณ์ในครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแข็งแกร่งของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งตามสถิติแล้วมักจะเป็นปัจจัยที่กดดันการเติบโตของราคา Bitcoin เสมอ สถานการณ์นี้ยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูงในธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา เมื่อ Kevin Warsh ก้าวขึ้นมาเป็นประธานคนใหม่พร้อมกับส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มกังวลและเกิดกระแสถกเถียงว่าทิศทางดอกเบี้ยในการประชุมรอบหน้าอาจกลายเป็นการปรับขึ้นแทนที่จะปรับลด ซึ่งมุมมองดังกล่าวเป็นตัวหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและดูดเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม Thielen เชื่อว่าสภาวะตลาดซึมเศร้าในรอบนี้จะไม่ลากยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเขายกข้อมูลตัวชี้วัด 3 ประการขึ้นมาสนับสนุน ได้แก่ แนวโน้มสภาพคล่องของเม็ดเงินในระบบโลก ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ และรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ตามฤดูกาล ซึ่งทั้งสามปัจจัยนี้ชี้ให้เห็นตรงกันว่าช่วงเวลาแห่งการทำจุดต่ำสุดของตลาดน่าจะเกิดขึ้นระหว่างปลายเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมนี้
โมเดลติดตามอัตราการเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องทั่วโลกซึ่งทาง 10x Research ระบุว่าเคยใช้ส่งสัญญาณเตือนจังหวะเข้าซื้อในเดือนมีนาคมและจุดขายทำกำไรในเดือนเมษายนได้อย่างแม่นยำมาแล้ว กำลังชี้ว่าช่วงปลายเดือนสิงหาคมจะเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญอีกครั้ง นอกจากนี้ หากวิเคราะห์จากรูปแบบตามฤดูกาลจะพบว่าเดือนกันยายนมักจะเป็นเดือนที่ราคา Bitcoin มีผลงานค่อนข้างแย่ในอดีต ก่อนที่จะกลับมาดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงสม่ำเสมอในเดือนตุลาคม
ปัจจัยด้านเวลายังไปสอดคล้องกับเหตุการณ์สำคัญหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในเดือนกันยายนและตุลาคม รวมถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาและการประกาศแผนการจัดหาเงินทุนประจำไตรมาสของกระทรวงการคลังในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เมื่อนำองค์ประกอบทั้งหมดมาประกอบกัน Thielen จึงมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ Bitcoin จะหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐและไหลลงไปถึง 55,000 ดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะก่อตัวเป็นจุดต่ำสุดของวัฏจักรนี้ โดยเขาทิ้งท้ายแนะนำนักลงทุนว่าสิ่งที่จำเป็นที่สุดในเวลานี้คือความอดทน และให้ไปจับตาดูสภาวะตลาดอย่างใกล้ชิดอีกครั้งในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการวิเคราะห์ของ 10x Research สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดทุนโลกที่กำลังรับแรงกระแทกจากการเปลี่ยนเก้าอี้ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา การที่นโยบายของ Kevin Warsh มีแนวโน้มไปในทางแข็งกร้าว ย่อมส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนย้ายฐานกลับไปหาดอลลาร์สหรัฐที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย สำหรับนักลงทุนคริปโต การเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจดึงราคาให้หลุดแนวรับสำคัญถือเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบ การลดการใช้เลเวอเรจและถือครองเงินสดสำรองไว้เพื่อรอจังหวะช้อนซื้อในช่วงที่ราคาฟอร์มตัวเป็นจุดต่ำสุดแถวโซน 55,000 ดอลลาร์สหรัฐ อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนได้ดีที่สุดเมื่อรอบตลาดกระทิงกลับมาอีกครั้ง

