สรุปข่าว
- ชายชาวนิวยอร์กถูกศาลตัดสินจำคุก 15 เดือน หลังปลอมตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังบน Telegram เพื่อหลอกเหยื่อให้ร่วมลงทุนในระบบสเตกกิ้งปลอม
- ผู้ต้องหาใช้กลอุบายสร้างช่อง VIP แบบเก็บค่าสมาชิกเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกล่อให้เหยื่อโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากระเป๋าเงินส่วนตัว
- คดีนี้สร้างความเสียหายรวมกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าทางอัยการสามารถยึดทรัพย์สินคืนกลับมาได้เป็นส่วนใหญ่ผ่านข้อตกลงยอมรับสารภาพ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากเป็นคดีอาชญากรรมและการฉ้อโกงเฉพาะบุคคล ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรือสภาพคล่องของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในภาพรวม
คดีฉ้อโกงในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นประเด็นที่ทางการสหรัฐอเมริกาเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดศาลรัฐบาลกลางได้มีคำพิพากษาจำคุกนาย Noman Saleem ชายวัย 39 ปีจากรัฐนิวยอร์ก เป็นเวลา 15 เดือน พร้อมสั่งคุมประพฤติต่อต่อเนื่องอีก 3 ปี หลังจากที่เขาให้การรับสารภาพในข้อหาจัดตั้งแผนการหลอกลวงนักลงทุนในช่วงปลายปี 2020 ถึงต้นปี 2021
พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยรายนี้ค่อนข้างแยบยล โดยเขาเริ่มจากการคัดลอกชื่อบัญชีผู้ใช้งานของอินฟลูเอนเซอร์คริปโตเคอร์เรนซีชื่อดังบนแอปพลิเคชัน Telegram เพื่อดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาติดตามในช่องสาธารณะจำนวนหลายพันคน
จากนั้นเขาได้ต่อยอดด้วยการสร้างช่องทางพิเศษหรือกลุ่ม VIP ที่ต้องจ่ายค่าสมาชิกเป็นเหรียญดิจิทัลมูลค่าประมาณ 500 ถึง 600 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้เหยื่อสามารถส่งข้อความพูดคุยกับเขาได้โดยตรง ซึ่งกลอุบายนี้ทำให้เหยื่อปักใจเชื่ออย่างสนิทใจว่ากำลังสนทนากับอินฟลูเอนเซอร์ตัวจริง
หลังจากสร้างความไว้วางใจได้แล้ว นาย Saleem ได้เริ่มโฆษณาชวนเชื่อโครงการลงทุนที่อ้างว่าเป็นระบบสเตกกิ้งหรือการวางค้ำประกันเหรียญเพื่อรับผลตอบแทนระยะสั้นตั้งแต่ 30 ถึง 90 วัน โดยมีการเสนอเงื่อนไขว่ายิ่งเหยื่อโอนสินทรัพย์เข้ามามากเท่าใด ก็จะยิ่งได้รับเงินปันผลตอบแทนสูงขึ้นเท่านั้น
ทว่าในความเป็นจริงกลับไม่มีการนำเงินไปลงทุนในระบบสเตกกิ้งเลยแม้แต่ดอลลาร์เดียว เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเหรียญดิจิทัลเข้าสู่กระเป๋าเงินส่วนตัวที่เขาควบคุมอยู่ เขาก็จะตัดการติดต่อและเชิดเงินหนีหายไปทันที
การหลอกลวงในรูปแบบนี้สามารถสร้างมูลค่าความเสียหายรวมกันไม่ต่ำกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งในรูปของเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีและเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ทางการเปิดเผยว่าสามารถติดตามและยึดทรัพย์สินดังกล่าวกลับคืนมาได้เป็นส่วนใหญ่เนื่องจากตัวผู้ต้องหาได้ยินยอมทำข้อตกลงรับสารภาพตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนปี 2025 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะได้รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายในที่สุด
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าคดีนี้เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับนักลงทุนรายย่อยในโลกคริปโตเคอร์เรนซี ยุคปัจจุบันที่โซเชีบลมีเดียเข้าถึงง่าย การปลอมแปลงตัวตนหรือการสร้างโปรไฟล์ให้ดูน่าเชื่อถือเพื่อมาหลอกลวงสามารถทำได้ในไม่กี่นาที การที่ศาลสหรัฐฯ ลงโทษจำคุกในคดีลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐเริ่มเอาจริงกับการปราบปรามการฉ้อโกงที่ใช้ความเชื่อใจในตัวบุคคลเป็นเครื่องมือ
สิ่งที่นักลงทุนต้องพึงระลึกไว้เสมอคือไม่มีโครงการลงทุนใดที่จะให้ผลตอบแทนสูงลิ่วและไม่มีความเสี่ยง และก่อนที่จะโอนสินทรัพย์ให้ใคร ควรทำการตรวจสอบที่มาที่ไปให้แน่ชัดเสียก่อน เพราะความโปร่งใสและระบบนิรนามของบล็อกเชนอาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้การติดตามเงินคืนเป็นเรื่องยากหากไม่มีการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้แบบคดีนี้

