สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงหลุด 2 ล้านบาท บน Bitkub แตะจุดต่ำสุดที่ 1.98 ล้านบาท ขณะที่ราคาตลาดโลกดิ่งลงสู่ 59,023 ดอลลาร์ ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024
- แรงกดดันไม่ได้มาจากคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังไม่ลด เงินทุนไหลไปหุ้น AI และ IPO รวมถึงความไม่แน่นอนของกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ
- แม้จะเป็นจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี แต่นักวิเคราะห์มองว่ารอบนี้ยังไม่รุนแรงเท่าวัฏจักรที่ผ่านมาเพราะนักลงทุนสถาบันเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Bitcoin ร่วงหลุดระดับ 2 ล้านบาทบน Bitkub หลังถูกแรงขายกดดันจนแตะจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปี 9 เดือน ท่ามกลางปัจจัยลบทั้งจากเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Fed และเม็ดเงินที่ไหลออกไปยังหุ้น AI รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ขณะเดียวกัน กองทุน Spot Bitcoin ETF ยังเผชิญเงินทุนไหลออกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 แม้ราคาจะรีบาวด์กลับมายืนเหนือ 2 ล้านบาทได้เล็กน้อย แต่ภาพรวมตลาดยังอยู่ในช่วงประเมินทิศทาง และต้องจับตาความคืบหน้าของร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดคริปโตในระยะถัดไป
เมื่อคืนวานนี้ ราคา Bitcoin ร่วงหลุดระดับ 2 ล้านบาทต่อ 1 BTC หลังปรับตัวลง 5.97% แตะจุดต่ำสุดที่ 1.98 ล้านบาทบน Bitkub กระดานเทรดในไทย ขณะที่ราคาตลาดโลกดิ่งลงแตะ 59,023.98 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2024 หรือคิดเป็นการทำจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปี 9 เดือน
ข้อมูลจาก TradingView ระบุว่า Bitcoin ปรับตัวลงมาซื้อขายต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งที่ 3 ของปี สะท้อนแรงกดดันขาลงที่ยังปกคลุมตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง

การปรับฐานครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดหมีที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 เดือน โดยนักวิเคราะห์มองว่า แรงกดดันมาจากทั้งปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและการเปลี่ยนทิศทางของเงินลงทุน นักลงทุนจำนวนมากย้ายเงินไปยังหุ้นกลุ่ม AI หุ้น IPO และตลาด Prediction Markets ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่าในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านได้เพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังไม่เร่งลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ถูกกดดันต่อเนื่อง ขณะที่ความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมคริปโตที่อ่อนแอลง ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงคุณค่าและบทบาทของ Bitcoin ในระยะยาว
อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือ CLARITY Act ร่างกฎหมายที่กำหนดกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ซึ่งเหลือเวลาราว 5 สัปดาห์ในการผ่านขั้นตอนสำคัญของสภาคองเกรสก่อนปิดสมัยประชุมฤดูร้อน (ช่วงปลายเดือน ก.ค. ถึงต้นเดือน ส.ค.) หากไม่ผ่านตามกรอบเวลา การพิจารณาอาจถูกเลื่อนไปจนถึงสมัยประชุมฤดูใบไม้ร่วง (ตั้งแต่เดือน ก.ย. เป็นต้นไป) ส่งผลให้ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบยังคงกดดันตลาดต่อไป
แม้ราคาจะทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี แต่นักวิเคราะห์มองว่า การปรับฐานรอบนี้ยังไม่รุนแรงเท่าช่วง Crypto Winter ในอดีต เนื่องจากโครงสร้างตลาดเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
Sam Callahan ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และการวิจัย Bitcoin ของ OranjeBTC กล่าวว่า ปัจจุบัน Bitcoin มีฐานนักลงทุนที่ใหญ่ขึ้น สภาพคล่องสูงขึ้น และมีนักลงทุนสถาบันเข้ามาถือครองมากกว่าวัฏจักรก่อน ส่งผลให้ความผันผวนของราคาลดลงทั้งในช่วงขาขึ้นและขาลง พร้อมระบุว่า “หลายคนบอกว่านี่คือตลาดกระทิงที่แย่ที่สุด และเป็นตลาดหมีที่ดีที่สุด” เพื่อสะท้อนว่าการปรับฐานครั้งนี้ไม่รุนแรงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
ด้านกระแสเงินทุนยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ โดยกองทุน Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสะสมแล้ว 182 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ และมีแนวโน้มเผชิญเงินทุนไหลออกสุทธิเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ลดลงเหลือ 77,500 ล้านดอลลาร์ จากประมาณ 113,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยซื้อขายอยู่ที่ 2.03 ล้านบาท แต่ในภาพรวมยังปรับตัวลง 3.03% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจากกระดานเทรด Bitkub

มุมมองผู้เขียน: Bitcoin กำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ผันผวนที่สุดของปี โดยคืนนี้ตลาดจับตาการประกาศดัชนีเงินเฟ้อ PCE ซึ่งเป็นตัวเลขที่ Fed ใช้ประเมินทิศทางการลดดอกเบี้ยโดยตรง ก่อนที่ในวันถัดไปจะมีการหมดอายุสัญญา Bitcoin Options มูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ สองปัจจัยสำคัญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางราคา Bitcoin ในระยะต่อไป

