bitkub-banner

BlackRock โยกย้าย Bitcoin และ Ethereum มูลค่า 611 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องสัญญาณเทขาย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BlackRock ได้ทำการโอนย้าย Bitcoin และ Ethereum รวมมูลค่ากว่า 611 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังกระเป๋าเงินของ Coinbase Prime ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • นักวิเคราะห์ออนเชนพบว่าการโอนย้ายครั้งนี้แบ่งเป็นฝั่ง Bitcoin จำนวน 3 รอบหลักและมีการโอนขนานใหญ่ในฝั่ง Ethereum มากกว่า 51,000 เหรียญในธุรกรรมเดียว
  • ตลาดมีความเห็นแตกออกเป็นสองฝ่ายโดยฝั่งหนึ่งกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณเตรียมเทขายจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุน ETF ขณะที่อีกฝั่งมองว่าเป็นเพียงการบริหารสภาพคล่องตามปกติ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ในครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการเทขายจริงในตลาดทันทีหรือไม่ และอาจเป็นเพียงกิจกรรมเชิงเทคนิคในการจัดการกองทุนตามปกติ

ความเคลื่อนไหวในระบบบล็อกเชนล่าสุดกำลังสร้างความตื่นตัวให้กับหมู่นักลงทุนอย่างมาก หลังจากมีรายงานว่าบริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลกอย่าง BlackRock ได้ทำการโอนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ไปยังแพลตฟอร์ม Coinbase Prime ซึ่งสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญความผันผวนอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชน Lookonchain ระบุว่าสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ได้ขยับสินทรัพย์สองสกุลหลักออกเป็นระลอก โดยฝั่ง Bitcoin มีการทยอยโอนออกไปทั้งหมด 7,160 เหรียญ ขณะที่ฝั่ง Ethereum มีการทำธุรกรรมก้อนใหญ่ก้อนเดียวที่สูงกว่า 51,000 เหรียญ จากยอดรวมทั้งหมด 98,850 เหรียญ ซึ่งพฤติกรรมนี้ทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงเบื้องหลังทันที

ในมุมมองของผู้ที่ตื่นตระหนกมักจะเชื่อมโยงพฤติกรรมการโอนสินทรัพย์เข้ากระดานเทรดของ BlackRock ว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยของการเตรียมเทขาย เนื่องจากสถิติในอดีตชี้ว่าการโยกย้ายเงินในลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กองทุน Spot ETF เผชิญกับสภาวะเงินทุนไหลออกสุทธิ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ทางบริษัทจำเป็นต้องเตรียมสภาพคล่องไว้เพื่อรองรับการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของลูกค้ากลุ่มสถาบันที่กำลังระมัดระวังตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกฝั่งหนึ่งกลับมีความเห็นที่ผ่อนคลายกว่า โดยมองว่าธุรกรรมมูลค่ามหาศาลนี้อาจเป็นเพียงแค่กระบวนการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนตามปกติ หรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการสภาพคล่องภายในระหว่างคลังสำรองกับตัวแทนดูแลรับฝากสินทรัพย์ ซึ่งตราบใดที่ยังไม่มีการเทขายออกมาในตลาดส่งมอบจริงๆ แรงกดดันต่อราคาก็จะยังไม่เกิดขึ้น

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของจิตวิทยาตลาดในปัจจุบันที่พร้อมจะตอบรับกับทุกความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินระดับวาฬอย่าง BlackRock แม้ว่าในความเป็นจริงกลไกของกองทุน ETF จะบังคับให้ต้องมีการขยับสินทรัพย์เข้าออกตามแรงซื้อขายของนักลงทุนรายวันอยู่แล้วก็ตาม การจับตาดูทิศทางของกระแสเงินทุนไหลเข้าออกสุทธิของกองทุนในแต่ละวันจึงมีความสำคัญมากกว่าการตื่นตระหนกกับตัวเลขการโอนย้ายบนบล็อกเชนเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อใดที่บรรยากาศการลงทุนเริ่มพลิกกลับมาเป็นบวกและมีแรงซื้อไหลเข้ากองทุนเพิ่มขึ้น พฤติกรรมการเดินเงินของ BlackRock ก็จะเปลี่ยนทิศทางกลับมาช้อนซื้อเพื่อเพิ่มคลังสำรอง ซึ่งจะกลายเป็นแรงผลักดันให้ราคาดีดตัวกลับขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน