สรุปข่าว
- Dave Portnoy ผู้ก่อตั้ง Barstool Sports ออกมาท้าทายให้กลุ่มผู้สนับสนุน Bitcoin พิสูจน์ความจริงหลังราคาเหรียญดิ่งลงอย่างรุนแรงจนทำให้เขาเริ่มมองว่าสินทรัพย์นี้อาจมีมูลค่าเหลือศูนย์ตามคำเตือนของกลุ่มผู้ต้านคริปโต
- ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญภาวะชะล้างครั้งใหญ่โดยราคาบิตคอยน์ร่วงลง 4.2% หลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐจนทำสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2024 และส่งผลให้นักเทรดฝั่งซื้อโดนล้างพอร์ตรวมกันกว่า 869 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- แพลตฟอร์ม Glassnode รายงานว่าแรงเทขายรอบนี้เกิดจากเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF และการขายตัดขาดทุนด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวิกฤตเงินฝืดครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2026
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากราคา Bitcoin หลุดแนวรับจิตวิทยาที่สำคัญและเกิดการล้างพอร์ตฝั่ง Long มหาศาล ประกอบกับขาดแรงซื้อใหม่เข้ามาหนุนในระยะสั้น
บรรจากาศการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกลับเข้าสู่ภาวะวิกฤตอีกครั้ง หลังจากราคา Bitcoin ทรุดตัวลงหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐอย่างรุนแรง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว
ความตกต่ำของตลาดในรอบนี้ทำให้ Dave Portnoy ผู้ก่อตั้งสื่อกีฬาชื่อดังอย่าง Barstool Sports ออกมาแสดงความเห็นกึ่งประชดประชันว่า บิตคอยน์อาจจะกำลังเดินทางไปสู่มูลค่าที่เป็นศูนย์จริงตามที่นักวิจารณ์หลายคนเคยตราหน้าไว้
Portnoy ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเพื่อส่งสัญญาณถึงกลุ่มวาฬและผู้สนับสนุนที่มักจะออกมาป่าวประกาศว่าราคาเหรียญจะพุ่งทะยานไปถึงหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเขาเรียกร้องให้คนกลุ่มนี้ช่วยอธิบายอย่างเป็นรูปธรรมว่า เหตุใดคำเตือนของฝั่งผู้ต่อต้านที่มองว่าคริปโตเคอร์เรนซีคือแชร์ลูกโซ่และกำลังจะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าถึงเป็นเรื่องที่ผิด
สถานการณ์ในกระดานเทรดเวลานี้เข้าขั้นวิกฤต โดยราคา Bitcoin ดิ่งลงไป 4.2% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2024 ความเสียหายดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเหรียญ แต่ยังลามไปถึงหุ้นที่เกาะกระแสคริปโตอย่าง Strategy หรือ MSTR ที่ร่วงลงไปทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายเดือน ขณะที่หุ้นบุริมสิทธิ STRC ดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่
ข้อมูลการล้างพอร์ตจาก CoinGlass ระบุว่ามีนักเทรดมากกว่า 1.6 แสนรายถูกบังคับปิดสถานะอย่างสิ้นเชิง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมในตลาดสูงถึง 869.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยความสูญเสียเกือบทั้งหมดหรือราว 785.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐตกอยู่กับนักลงทุนที่เปิดสถานะฝั่งซื้อหรือ Long พอร์ต
ทางด้าน Glassnode บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนได้เปิดเผยว่า การพังทลายของราคาในรอบนี้มีสาเหตุหลักมาจากกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่นักลงทุนที่กำลังตื่นตระหนกพากันเทขายเพื่อตัดขาดทุน รวมถึงการปรับสถานะเพื่อป้องกันความเสี่ยงในตลาดออปชัน พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนว่าในเวลานี้ตลาดกำลังขาดแคลนแรงซื้อจากผู้เล่นกลุ่มใหม่อย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ Henrik Zeberg นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังยังได้ตั้งข้อสังเกตที่น่ากังวลว่า การร่วงลงของ Bitcoin ต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐหรือ DXY ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 101 เท่านั้น
พร้อมกันนี้เขาได้เตือนให้นักลงทุนลองจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากดัชนี DXY ดีดตัวกลับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมของปี 2001 ในช่วงที่เกิดภาวะเงินฝืดครั้งใหญ่ตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงปลายปี 2026 ไปจนถึงต้นปี 2027 ซึ่งเขามองว่านักลงทุนส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังไม่พร้อมรับมือกับสภาวะแย่งชิงเงินดอลลาร์สหรัฐในระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าอาการตื่นตระหนกของ Dave Portnoy สะท้อนถึงจิตวิทยาของนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่เมื่อเผชิญกับสภาวะตลาดชะล้างครั้งใหญ่ การร่วงหลุดแนวรับสำคัญที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐพร้อมตัวเลขการล้างพอร์ตเกือบเก้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นบททดสอบจิตใจครั้งสำคัญของผู้ถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
ทว่าหากมองในแง่ของปัจจัยมหภาค คำเตือนของ Henrik Zeberg เกี่ยวกับดัชนี DXY และภาวะเงินฝืดในช่วงปลายปี 2026 ถือเป็นประเด็นที่น่ากลัวและมีน้ำหนักมากกว่าเสียงบ่นของรายย่อย เนื่องจากหากเกิดวิกฤตสภาพคล่องดอลลาร์ในระดับโลกจริง สินทรัพย์ทุกประเภทไม่เว้นแม้แต่คริปโตเคอร์เรนซีก็หลีกเลี่ยงแรงกระแทกได้ยาก นักลงทุนจึงควรเน้นการบริหารความเสี่ยง รักษาสภาพคล่องส่วนตัว และชะลอการใช้เลเวอเรจจนกว่าสัญญาณออนเชนของแรงซื้อจะกลับเข้ามาอย่างชัดเจน

