bitkub-banner

Ray Dalio ชี้ฟองสบู่ AI จะยังไม่แตก จนกว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ray Dalio มองว่า หุ้น AI กำลังเข้าใกล้ภาวะฟองสบู่ แต่มันจะยังไม่แตก เพราะยังไม่มีปัจจัยที่บีบให้นักลงทุนจำนวนมากต้องเทขายสินทรัพย์พร้อมกัน
  • เขาออกมาเตือนถึง ปัญหาหนี้สหรัฐฯ ความตึงเครียดเรื่องไต้หวัน และนโยบายการเงินในอนาคต อาจกลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้ตลาดเปลี่ยนทิศทางได้
  • Dalio ยังเชื่อว่า AI จะเปลี่ยนโลก แต่เขามองว่า ความเสี่ยงในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ราคาสินทรัพย์ที่อาจสะท้อนความคาดหวังมากเกินไป

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Ray Dalio มองว่า แม้หุ้น AI จะมีมูลค่าเข้าใกล้ภาวะฟองสบู่ แต่ตลาดยังไม่ถึงจุดที่มันจะระเบิด เพราะยังไม่มีปัจจัยที่บีบให้นักลงทุนต้องขายสินทรัพย์พร้อมกัน พร้อมเตือนให้จับตาปัญหาหนี้สหรัฐฯ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะไต้หวัน และนโยบายการเงินที่อาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญในอนาคต เขาย้ำว่า AI จะเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือราคาสินทรัพย์ที่อาจวิ่งนำพื้นฐานไปไกล รวมถึงผลประโยชน์จาก AI ที่มีแนวโน้มกระจุกตัว จนอาจยิ่งขยายช่องว่างความมั่งคั่งในระบบเศรษฐกิจ

Ray Dalio ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Bridgewater Associates ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 ว่า แม้หุ้นกลุ่ม AI จะปรับตัวขึ้นจนมีมูลค่าเข้าใกล้ระดับฟองสบู่ แต่เขามองว่าตลาดยังไม่ถึงจุดที่ฟองสบู่จะแตก เพราะยังไม่มีปัจจัยที่บีบให้นักลงทุนจำนวนมากต้องเทขายสินทรัพย์พร้อมกัน

Dalio เริ่มต้นด้วยการชี้ถึงปัญหาการคลังของสหรัฐฯ โดยระบุว่า รัฐบาลใช้จ่ายราว 7 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี แต่จัดเก็บรายได้ได้เพียง 5 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจนำไปสู่การใช้นโยบายกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ต่ำกว่าเงินเฟ้อ เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล

เขาอธิบายว่า แนวทางดังกล่าวอาจเกิดขึ้นผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรและสินทรัพย์ต่างๆ คล้ายมาตรการ Quantitative Easing (QE) หรือการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงิน ซึ่งในอดีตมักมาพร้อมกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ภาษีที่เพิ่มขึ้น และในบางกรณีอาจนำไปสู่การจำกัดการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศได้เช่นกัน

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ Dalio มองว่า ‘ไต้หวัน’ คือหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจโลก เพราะเป็นศูนย์กลางการผลิต Semiconductor หรือชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรม AI เขาตั้งคำถามว่า หากการส่งออกชิปจากภูมิภาคนี้หยุดชะงักเพียงหนึ่งสัปดาห์ จะสร้างผลกระทบต่อตลาดหุ้น AI และเศรษฐกิจโลกมากเพียงใด

สำหรับการลงทุนใน AI เขามองว่า ทุกการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ อินเทอร์เน็ต หรือ AI ต่างเคยผ่านช่วงฟองสบู่มาก่อน เพราะไม่มีใครรู้ว่าควรลงทุนมากแค่ไหน บริษัทจำนวนมากจึงเลือกเร่งลงทุนมหาศาลเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม Dalio เตือนว่า การซื้อหุ้น AI ไม่ได้หมายความว่ากำลังลงทุนในเทคโนโลยี AI โดยตรง เนื่องจากราคาหุ้นของหลายบริษัทอาจปรับตัวสูงเกินมูลค่าพื้นฐานของธุรกิจไปแล้ว ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนมักมองข้าม

เขายังอธิบายว่า ‘ความมั่งคั่ง’ ที่เกิดจากมูลค่าสินทรัพย์ แตกต่างจาก ‘รายได้’ เพราะความมั่งคั่งจะกลายเป็นเงินสดได้ก็ต่อเมื่อมีการขายสินทรัพย์ออกมา ดังนั้น ฟองสบู่จะไม่แตกเพียงเพราะราคาสินทรัพย์พุ่งสูงขึ้น แต่จะเกิดขึ้นเมื่อมีปัจจัยบางอย่างที่บังคับให้นักลงทุนจำนวนมากต้องขายสินทรัพย์พร้อมกัน เช่น การขึ้นอัตราดอกเบี้ย การจัดเก็บภาษีความมั่งคั่ง หรือภาวะสภาพคล่องตึงตัวในระบบการเงิน

แม้จะเตือนถึงความเสี่ยงของตลาด แต่ Dalio ย้ำว่า เขายังเชื่อมั่นว่า AI จะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว 

อย่างไรก็ตาม เขากังวลว่า ผลประโยชน์จาก AI จะกระจุกตัวอยู่กับคนและบริษัทเพียงบางกลุ่ม ส่งผลให้ช่องว่างความมั่งคั่งยิ่งขยายกว้างขึ้น ขณะที่ปัจจุบันยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาดังกล่าว


มุมมองผู้เขียน: คำเตือนของ Dalio ไม่ได้บอกให้นักลงทุนรีบหนีจากหุ้น AI แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า ตลาดอาจยังเดินหน้าต่อได้ หากยังไม่มีเหตุการณ์ที่บังคับให้คนจำนวนมากต้องขายสินทรัพย์พร้อมกัน อย่างไรก็ตาม หากปัจจัยที่เขากังวลเริ่มเกิดขึ้นจริง ก็อาจเป็นสัญญาณแรกที่บ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น