bitkub-banner

ChatGPT-Gemini-Claude ร่วมไขปริศนา ซาโตชิ เป็นอัจฉริยะฉายเดี่ยว หรือ ทีมพัฒนาลึกลับ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บทความเผยผลทดสอบนำ AI ระดับท็อปของโลก 3 ค่าย ได้แก่ Claude, ChatGPT และ Gemini มาวิเคราะห์หาตัวตนที่แท้จริงของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin
  • AI ทั้งสามค่ายให้ความน่าจะเป็นสูงว่าซาโตชิเป็นบุคคลเดียวมากกว่าเป็นกลุ่ม โดยอ้างอิงจากข้อมูลสไตล์การโค้ด น้ำเสียงอีเมล และพฤติกรรมสื่อสาร เป็นหลัก
  • ปัจจุบัน Hal Finney ผู้ล่วงลับก็ยังคงเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่โลกต่างเชื่อมั่นว่าแท้จริงแล้วเขาคือ Satoshi Nakamoto 

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

การทดสอบนำปัญญาประดิษฐ์ระดับแถวหน้าของยุคอย่าง Claude, ChatGPT และ Gemini มาสืบค้นปริศนา 17 ปีของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin ว่าจะเป็นบุคคลเดียว หรือกลุ่มบุคคลได้ข้อสรุปว่าตัวของ Satoshi นั้นน่าจะเป็นอัจฉริยะเพียงคนเดียวมากกว่าเป็นกลุ่ม แต่ก็ยังทิ้งความเป็นไปได้ของรูปแบบกลุ่มบุคคลไว้อยู่เนื่องจากโครงสร้างของ Bitcoin ต้องผสมผสานศาสตร์ชั้นสูงทั้งการเข้ารหัส เศรษฐศาสตร์ และระบบกระจายศูนย์เข้าด้วยกัน

ซาโตชิ นากาโมโตะ หลายคนที่อยู่ในวงการคริปโตน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าชื่อนี้เป็นนามของบุคคลที่สร้างเครือข่าย Bitcoin ขึ้นมาเมื่อ 17 ปีที่แล้ว แต่จวบจนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบชัดว่าตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นเป็นใคร เพราะในบางทฤษฎีก็ได้มีการกล่าวอ้างว่าซาโตชิอาจไม่ใช่บุคคล แต่เป็นกลุ่มทีมพัฒนาลึกลับ 

บทความนี้ เราจึงจะพาทุกท่านมาดูการวิเคราะห์ของ ChatGPT, Gemini และ Claude 3 AI ชื่อดังแห่งยุค ว่าจะมีความเห็นอย่างไรและจะสามารถเปิดโปงตัวตนของซาโตชิได้หรือไม่

โดยการทดสอบในครั้งนี้จะเป็นการพร้อมพ์ AI ให้ตอบคำถาม ออกมาโดยใช้แผนภาพต้นไม้ที่ใช้ในการจำลองสถานการณ์และความน่าจะเป็น ที่ผสมผสานหลักการ Bayesian จนได้คำตอบสุดท้าย

Claude Fable 5

Claude ให้คำตอบว่าจากหลักฐานที่สืบค้น ในสถานการณ์แรกมีความเป็นไปได้ว่าซาโตชิจะเป็นบุคคลเดียวถึง 50% โดยดูจากลักษณะการสื่อสารผ่านงานเขียน และพฤติกรรม แต่ในสถานการณ์ที่สองก็มีความเป็นไปได้ประมาณ 25% ที่ซาโตชิจะมี “นักเขียน” หนึ่งคนรับหน้าที่สื่อสารร่วมด้วยผู้มีส่วนรู้เห็นอีกสองคน

อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้เพียง 15% เท่านั้นที่ซาโตชิจะเป็นกลุ่มนักพัฒนาที่ร่วมมือการสร้างอวตารสมมติขึ้นมา ในขณะที่อีก 10% คือความเป็นไปได้ที่ซาโตชิจะเป็นคนจากรัฐบาลหรือกลุ่มบริษัท

ChatGPT 5.6 Sol

ถัดมา ChatGPT  ให้น้ำหนักว่าซาโตชินั้นเป็นบุคคลเดียวอยู่ที่ระดับ 54% เนื่องจากรูปแบบการเขียนของเขามีความต่อเนื่องไปในทางเดียวกันทั้งทางเทคนิค, การเขียนโค้ดแนวคิดทางปรัชญา รวมไปถึงการควบคุมการสื่อสารสู่สาธารณะ และไม่พบร่องรอยของการแตกหักหรือหลุดจากการประสานงาน

ChatGPT ยังคงเชื่อเช่นกันว่ามีความเป็นไปได้กว่า 46% ที่ตัวของซาโตชิจะเป็นกลุ่มบุคคล ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า Bitcoin คือนวัตกรรมที่ผสมผสานองค์ความรู้ขั้นสูงของการเข้ารหัสลับ ระบบกระจายศูนย์ ความเข้าใจในเศรษฐศาสตร์ รวมถึงระบบซอฟต์แวร์ ที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจากหลายแขนงหลายคนมาทำงานร่วมกันอย่างน้อย 2-4 คน

Gemini Pro

สุดท้ายนี้ Gemini ได้ให้ความน่าจะเป็นว่าซาโตชินั้นเป็นบุคคลเดียวสูงถึง 70% อันเนื่องมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความสอดคล้องเชิงสไตล์ของชุดรหัสต้นฉบับ, น้ำเสียงที่เป็นหนึ่งเดียวกันในอีเมลทุกฉบับ และข้อมูลประทับเวลาที่บ่งชี้ถึงตารางการนอนของคนเพียงคนเดียว เพราะหากเป็นกลุ่มคนทำงานร่วมกัน ก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะหลักฐานการเขียนโค้ดที่หลากหลายหลุดรอดออกมา หรือมีชั่วโมงการทำงานที่ทับซ้อนกัน 

หากว่ากันตามหลักตรรกะแล้ว ความเชี่ยวชาญเชิงลึกของวิทยาการที่ใช้ใน Bitcoin ได้บ่งชี้ว่า ซาโตชิน่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่ม Cypherpunk ที่มีชื่อเสียงอยู่ก่อนแล้ว โดยให้ความน่าจะเป็นที่ 60% มากกว่าจะเป็นบุคคลนิรนามที่อยู่โดดเดี่ยว 10%

ความซับซ้อนอย่างสุดโต่งในระดับเดียวกันนี้เอง ก็เป็นเหตุผลที่สนับสนุนความน่าจะเป็นในกรณีของ ตัวตนแบบทีม ที่ 25% เพื่อยอมรับความจริงที่ว่า กลุ่มคนขนาดเล็กที่มีวินัยในตนเองสูงมาก อาจสามารถพรางการทำงานร่วมกันไว้ภายใต้ตัวตนเพียงหนึ่งเดียวได้เช่นกัน

สรุป

เมื่อนำคำตอบมารวมกัน อาจกล่าวได้ว่า Satoshi Nakamoto นั้นอาจเป็นบุคคลคนเดียวจริง มากกว่าตำนานที่เชื่อกันว่าซาโตชิมีมากกว่าหนึ่งคน ซึ่งในปัจจุบันบุคคลที่เข้าใกล้กับคำตอบของปริศนานี้มากที่สุดก็คือ Hal Finney ยอดฝีมือผู้ล่วงลับไปแล้ว 

อย่างไรก็ตาม หากวันหนึ่งความจริงได้ถูกเผยออกมาแล้วพบว่าซาโตชิกลายเป็นกลุ่มบุคคลจริง นั่นก็แสดงว่ามนุษย์เพียงไม่กี่คนสามารถตบตาคนทั้งโลกและ AI มาได้ยาวนานมากกว่า 17 ปี โดยที่ไม่เคยเผยข้อผิดพลาดมาแม้แต่ครั้งเดียวตลอดการพัฒนา

ที่มา : Bitcoin.com


มุมมองผู้เขียน : สุดท้ายแล้วไม่ว่าตัวจริงของซาโตชิจะเป็นใครหรือเป็นทีมไหน ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วในตอนนี้ที่ Bitcoin ได้กลายมาเป็นสินทรัพย์มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์และกำลังจะพลิกโฉมการเงินโลกในอีกไม่ช้า กลับกันการเปิดโปงซาโตชิจะยิ่งสร้างจุดอ่อนให้กับตัว Bitcoin มากกว่าผลดีเสียด้วยซ้ำ