bitkub-banner

Stablecoin ไหลออกจาก Binance-Bybit เกือบ 7.7 หมื่นล้านบาทใน 30 วัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่โซนเหนือ 60,000 ดอลลาร์ และติดอยู่ในช่วงของการปรับฐานมานานเกือบ 165 วัน
  • เม็ดเงิน Stablecoin ไหลออกจาก Binance และ Bybit รวมเกือบ 2.3 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 7.7 หมื่นล้านบาทใน 30 วัน
  • นักวิเคราะห์มองว่า สภาพคล่องที่ลดลงยังเป็นอุปสรรคต่อการเกิดขาขึ้นรอบใหม่ แต่บางส่วนมองว่า ช่วงนี้อาจเป็นจังหวะทยอยสะสม BTC

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Stablecoin ไหลออกจาก Binance และ Bybit รวมเกือบ 2.3 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 7.7 หมื่นล้านบาทในช่วง 30 วัน สะท้อนว่า สภาพคล่องและกำลังซื้อใหม่ในตลาดคริปโตยังอ่อนแรง ด้านนักวิเคราะห์คริปโต Darkfost มองว่า เงินทุนที่ไหลออกจากกระดานเทรดยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อ Bitcoin ขณะที่ Doctor Profit เห็นว่า ช่วงนี้อาจเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสม ส่วน Daan Crypto Trades ระบุว่า Bitcoin ต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้น 200EMA ให้ได้ก่อน ภาพขาขึ้นจึงจะชัดเจนมากขึ้น

Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบไซด์เวย์เหนือ 60,000 ดอลลาร์ และยังไม่มีการเลือกทิศทางที่ชัดเจน ขณะที่สภาพคล่องในตลาดเริ่มสร้างแรงกดดันระลอกใหม่ หลัง Stablecoin ไหลออกจาก Binance และ Bybit รวมกันเกือบ 2.3 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 7.7 หมื่นล้านบาท ภายในเวลาแค่เพียง 30 วันที่ผ่านมา

Darkfost นักวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ระบุว่า Bitcoin กำลังอยู่ในเฟส Consolidation หรือช่วงของการปรับฐาน มาเกือบ 165 วัน แม้ราคาจะเคยพุ่งเหนือ 80,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2026 แต่แรงซื้อไม่เพียงพอที่จะรักษาโมเมนตัมขาขึ้นเอาไว้ได้ ส่งผลให้ราคากลับเข้าสู่กรอบไซด์เวย์เดิม

ปัจจัยสำคัญที่คอยกดดันตลาดคริปโตอยู่คือ การขาดสภาพคล่องใหม่ โดยทุนสำรอง Stablecoin บนกระดานเทรดลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี สะท้อนว่าเงินทุนไหลออกมากกว่าไหลเข้า 

ที่มา:X/Darkfost

ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา Binance มี Stablecoin ไหลออกราว 1.55 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bybit ไหลออกอีกกว่า 786 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระดานเทรดทั้งสองแห่งสูญเสียทุนสำรอง Stablecoin รวมกันเกือบ 2.3 พันล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน

โดยปกติแล้ว Stablecoin บนกระดานเทรดมักถูกมองว่า เป็นสภาพคล่องที่นักลงทุนสามารถนำไปซื้อ Bitcoin หรือเหรียญคริปโตตัวอื่นได้ทันที ดังนั้น เมื่อทุนสำรองส่วนนี้ลดลง จึงหมายความว่า กำลังซื้อที่พร้อมเข้าสู่ตลาดกำลังลดลงตัวตามไปด้วย

Darkfost อธิบายว่า นักลงทุนคริปโตบางส่วนเลือกถอนเงินออกจากกระดานเทรด ขณะที่บางกลุ่มอาจออกจากตลาดไปเลย ทำให้ Bitcoin ยังขาดแรงหนุนมากพอที่จะทะลุกรอบเหนือ 60,000 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นจังหวะทยอยสะสม Doctor Profit เตือนว่า นักลงทุนที่รอจุดต่ำสุดตามวัฏจักร 4 ปีแบบเดิมอาจพลาดขาขึ้นรอบถัดไป เนื่องจากโครงสร้างตลาดครั้งนี้อาจไม่เคลื่อนไหวตามรูปแบบเดิมทั้งหมด

ด้าน Daan Crypto Trades ระบุว่า Bitcoin มีโอกาสปิดแท่งรายสัปดาห์เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200MA ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญในระยะยาว แต่ราคาต้องแสดงให้เห็นการฟื้นที่แข็งแกร่ง จนสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยน 200EMA จึงจะยืนยันภาพเชิงบวกได้มากขึ้น

ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 65,536 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.37% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketcap


มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่นักลงทุนคริปโตต้องจับตาอาจไม่ใช่แค่ว่า Bitcoin จะยืนเหนือ 60,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ แต่คือสภาพคล่องก้อนใหม่จะไหลกลับเข้าสู่ตลาดเมื่อไหร่ เพราะหาก Stablecoin ยังไหลออกจากกระดานเทรดต่อไป โอกาสเกิดแรงซื้อที่จะพา Bitcoin กลับเข้าสู่ขาขึ้นก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย

ที่มา: cryptopotato