bitkub-banner

THORChain ไม่ยอมบล็อกเงินแฮก Bitget $387 ล้าน ทั้งที่ได้ค่าธรรมเนียมทุกรอบ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • Bitget โดนแฮก $387.5 ล้าน ซีอีโอขอให้ THORChain บล็อกกระเป๋าแฮกเกอร์ แต่ THORChain ปฏิเสธโดยอ้างว่าเป็นเครือข่ายกระจายอำนาจเหมือน Bitcoin
  • ปี 2025 Lazarus ใช้ THORChain แลกเงินจาก Bybit ราว $605 ล้าน ถึง $1.2 พันล้าน node operator เก็บค่าธรรมเนียมกว่า $3 ล้าน และนักพัฒนาหลักลาออกประท้วง
  • THORChain มีกลไก Mimir และเคยหยุดเครือข่ายหลายครั้งเพื่อปกป้องเงินตัวเอง ทำให้ข้ออ้างว่าหยุดไม่ได้ถูกตั้งคำถาม ขณะที่ Tornado Cash เคยโดนคว่ำบาตรและผู้ก่อตั้งถูกตัดสินว่ามีความผิด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  BEARISH

ในระยะสั้น RUNE ได้แรงหนุนจากปริมาณการแลกเปลี่ยนที่พุ่งขึ้นจากเงินที่เกี่ยวกับการแฮก แต่ในระยะยาวการยอมให้เงินที่ถูกขโมยไหลผ่านซ้ำ ๆ เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎหมายและการกำกับดูแล คล้ายกรณี Tornado Cash ซึ่งอาจกดดันทั้ง RUNE และภาพลักษณ์ของ DeFi โดยรวม

ลองนึกภาพร้านรับแลกเงินหน้าปากซอย เจ้าของร้านรู้ทั้งรู้ว่าลูกค้าคนนี้เพิ่งปล้นธนาคารมาหมาด ๆ ภาพหน้าตาติดประกาศจับเต็มหน้าข่าว เจ้าของธนาคารยังโทรมาขอร้องว่าอย่ารับแลกให้ แต่ร้านก็ยังนับเงินให้ครบทุกบาท แล้วหักค่าธรรมเนียมเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างสบายใจ เพราะร้านเรา “เปิดให้บริการทุกคนอย่างเท่าเทียม”

ฟังดูไม่สมเหตุสมผลใช่ไหม แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกคริปโตสัปดาห์นี้ และร้านที่ว่าชื่อ THORChain โปรโตคอลแลกเปลี่ยนข้ามเชนที่เพิ่งปฏิเสธคำขอของ Bitget ให้บล็อกกระเป๋าเงินของแฮกเกอร์ ซึ่งขโมยเงินไปถึง $387.5 ล้าน ในขณะที่เงินที่ถูกขโมยยังไหลผ่านท่อของ THORChain เพื่อแปลงเป็น Bitcoin อยู่ตลอด และทุกครั้งที่เงินเหล่านั้นไหลผ่าน ก็มีคนเก็บค่าผ่านทางไว้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยน ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย คำถามที่วงการคริปโตต้องตอบให้ได้คือ การกระจายอำนาจยังหมายถึงการต่อต้านการเซ็นเซอร์อยู่หรือเปล่า หรือมันกลายเป็นข้ออ้างของธุรกิจที่หากินกับการฟอกเงินจากการแฮกทุกครั้งไปแล้ว

Bitget ขอร้องแล้ว แต่ THORChain ตอบว่าไม่

เรื่องเริ่มตอนตี 1:31 ของวันที่ 25 ก.ย. 2026 ตามเวลาไทย (18:31 UTC วันที่ 24 ก.ย.) เมื่อ Bitget ตรวจพบการโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก hot wallet และ warm wallet บนบล็อกเชนถึง 7 เครือข่าย ทั้ง Arbitrum, Ethereum, BNB Chain, Tron, XRP Ledger และ Zcash เว็บกระดานเทรดต้องระงับการถอนเงินทันที ตัวเลขความเสียหายแรกที่ Gracy Chen ซีอีโอของ Bitget รายงานอยู่ที่ราว $351.6 ล้าน ก่อนจะปรับขึ้นเป็น $387.5 ล้านในวันที่ 26 ก.ย. หลังพบเงินที่ถูกขโมยเพิ่มเติมบน Tron และ Zcash กลายเป็นการแฮกเว็บกระดานเทรดครั้งใหญ่ที่สุดของปี 2026

ข่าวดีสำหรับลูกค้าคือ Bitget ยืนยันว่าจะชดเชยความเสียหายทั้งหมดจากกองทุนคุ้มครองผู้ใช้ (User Protection Fund) ที่มีมูลค่ากว่า $464 ล้าน และวันนี้ (28 ก.ย.) ก็เริ่มทยอยเปิดให้ถอนเงินแล้ว โดยเริ่มจาก Bitcoin เป็นอันดับแรก แต่ข่าวร้ายคือเงินส่วนใหญ่ที่ถูกขโมยไป แทบไม่มีทางได้กลับคืน

ตัวเลขที่บอกเล่าเรื่องนี้ได้ชัดที่สุดคือ สเตเบิลคอยน์ที่ Tether และ Circle อายัดได้จากกระเป๋าของแฮกเกอร์ มีมูลค่ารวมเพียงราว $318,000 ถึง $339,000 เท่านั้น เทียบกับเงินที่ถูกขโมยไปเกือบ $390 ล้าน เหตุผลง่าย ๆ คือ USDT และ USDC มีผู้ออกเหรียญที่สั่งอายัดได้ แต่ ETH, XRP และ TRX ไม่มีใครมีปุ่มแบบนั้น แฮกเกอร์รู้ดี จึงรีบเปลี่ยนเงินออกจากสเตเบิลคอยน์ให้เร็วที่สุด

WIDTH ประเมินเงินที่ถูกขโมยจาก Bitget และการแปลงเป็น Bitcoin
ภาพจาก: WIDTH (X)

ภาพจากบริษัทด้านความปลอดภัย WIDTH แสดงให้เห็นเส้นทางของเงินอย่างชัดเจน เงินจากหลายเชน ทั้ง Ethereum, XRP, BNB Chain, Tron, Arbitrum และ Avalanche ถูกรวบรวมแล้วต้อนไปสู่ปลายทางเดียวกันคือ Bitcoin โดย WIDTH ประเมินว่าเกือบ 79% ของ XRP ที่ถูกขโมยถูกแปลงเป็น BTC ไปแล้ว (ตัวเลข $357.8 ล้านในภาพเป็นการประเมินของ WIDTH เอง ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขทางการของ Bitget ที่ $387.5 ล้าน)

ในวันที่ 26 ก.ย. Gracy Chen จึงออกมาเรียกร้องผ่าน X ให้ node operator และ validator ของ THORChain ปฏิเสธการให้บริการกับกระเป๋าเงินของแฮกเกอร์ที่ถูกติดตามอย่างเปิดเผย พร้อมประโยคที่กลายเป็นวาทะแห่งสัปดาห์ว่า “การกระจายอำนาจคือหลักการออกแบบ ไม่ใช่เกราะกำบังสำหรับการอำนวยความสะดวกให้เงินที่รู้อยู่แล้วว่าถูกขโมยมา”

คำตอบจากบัญชีทางการของ THORChain คือ ไม่ โปรโตคอลให้เหตุผลว่าตัวเองเป็นเครือข่ายแบบกระจายอำนาจและไม่ต้องขออนุญาต เหมือน Bitcoin, Ethereum และ BNB Chain แล้วย้อนถามกลับว่าบล็อกเชนชั้นฐานเหล่านั้นต้องรับผิดชอบอะไรบ้างเมื่อประมวลผลเงินที่ถูกขโมย

ขณะที่ทั้งสองฝ่ายโต้กันไปมา เงินก็ยังไหลต่อ กระเป๋าที่ถูกติดตามทำการแลก XRP เป็น Bitcoin สำเร็จ รวมถึงรายการ 9,999 XRP เมื่อเวลาบ่าย 2:14 ของวันที่ 27 ก.ย. บริษัทด้านความปลอดภัยอย่าง TRM Labs, GoPlus และ Bitquery ประเมินว่าเงินที่ถูกขโมยราว $4 ล้าน ถึง $8.5 ล้าน ผ่าน THORChain ออกไปเป็น Bitcoin แท้เรียบร้อยแล้ว และยังมีอีกหลายสิบล้านดอลลาร์ที่รอคิวหรือกำลังไหลผ่าน THORChain และ Chainflip

ภาพรวมตลาดคริปโตที่มีข่าวแฮก Bitget และการอายัดเงินเป็นประเด็นหลัก
ภาพจาก: Crypto Intel (X)

ภาพสรุปตลาดของ Crypto Intel ยกให้ “การแฮก Bitget และการอายัดเงิน” เป็นหนึ่งในสามประเด็นหลักที่กดดันตลาด ขณะที่ Bitcoin ทรงตัวแถว $84,300 ส่วน ETH อยู่ราว $2,685 ตลาดโดยรวมอาจไม่ได้สะเทือนหนัก แต่ในแง่หลักการ นี่คือหนึ่งในข้อถกเถียงที่ร้อนแรงที่สุดของ DeFi ในรอบปี

ย้อนดู Bybit ปี 2025 ท่อที่ Lazarus ใช้ขนเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์

ย้อนดู Bybit ปี 2025 ท่อที่ Lazarus ใช้ขนเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์
ภาพจาก AI

ถ้าใครคิดว่ากรณี Bitget เป็นแค่อุบัติเหตุ ต้องย้อนกลับไปดูเดือนกุมภาพันธ์ 2025 วันที่ 21 ก.พ. Bybit โดนแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต สูญเสีย ETH และ ETH แบบ liquid staking ไปราว $1.46 ถึง $1.5 พันล้าน หลังแฮกเกอร์เจาะหน้าจอ Safe multisig ของ cold wallet ได้สำเร็จ ห้าวันต่อมา สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ระบุชัดว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือกลุ่ม Lazarus ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือหนุนหลัง ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “TraderTraitor”

แล้ว Lazarus พาเงินไปไหน คำตอบคือ THORChain ข้อมูลจากหลายแหล่งประเมินว่ามีเงินระหว่าง $605 ล้าน ถึง $1.2 พันล้าน ถูกแลกจาก ETH เป็น Bitcoin แท้ผ่านโปรโตคอลนี้ วันที่ 26 ก.พ. 2025 THORChain ทำสถิติปริมาณการแลกเปลี่ยนรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $860 ล้าน ตามด้วย $705 ล้านในวันถัดมา node operator และผู้ให้สภาพคล่องเก็บค่าธรรมเนียมจากการประมวลผลเงินที่ถูกขโมยไปมากกว่า $3 ล้าน

ลองคิดตามดูครับ วันที่ THORChain ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล คือวันที่รัฐบาลเกาหลีเหนือใช้มันฟอกเงินที่ขโมยมา นี่คือสิ่งที่โปรโตคอลควรภูมิใจหรือเปล่า

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ภายใน THORChain เองก็ไม่ได้เห็นด้วยกันทั้งหมด มี validator 3 ราย รวมถึง validator ที่ใช้ชื่อ “TCB” กดสวิตช์ HALTETHTRADING เพื่อหยุดไม่ให้ Lazarus แลกเงินต่อ แต่เพียงราว 30 นาทีต่อมา validator อีก 4 รายโหวตสวนกลับให้เปิดระบบอีกครั้ง ท่อฟอกเงินจึงเปิดต่อ วันที่ 27 ก.พ. 2025 นักพัฒนาหลักที่ใช้ชื่อ “Pluto” จาก Nine Realms ประกาศลาออกทันทีพร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า “มีผลทันที ผมจะไม่มีส่วนร่วมพัฒนา THORChain อีกต่อไป”

เมื่อคนที่สร้างระบบด้วยมือตัวเองยังรับไม่ได้ เราคนนอกก็มีสิทธิ์ตั้งคำถามเช่นกัน

หยุดไม่ได้หรือไม่อยากหยุด เมื่อ THORChain เคยกดปุ่มหยุดมาแล้วหลายครั้ง

ข้อโต้แย้งหลักของ THORChain คือ “เราเหมือน Bitcoin เราหยุดธุรกรรมไม่ได้” ฟังผิวเผินก็ดูมีหลักการ แต่พอดูข้อเท็จจริงแล้ว ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้น

อย่างที่ Star Xu ผู้ก่อตั้ง OKX และนักวิจัยด้านความปลอดภัยหลายคนชี้ THORChain มีกลไกฉุกเฉินที่เรียกว่า Mimir ซึ่งให้ node operator สั่งหยุดเชนบางเชนหรือทั้งเครือข่ายได้ และที่ผ่านมาก็เคยใช้จริงหลายครั้ง ทั้งสองครั้งในเดือนกรกฎาคม 2021, มีนาคม 2023 และล่าสุดวันที่ 15 พ.ค. 2026 ตอนที่มีช่องโหว่ถูกเจาะดูดเงินราว $10.7 ล้านจาก vault ของ THORChain เอง ครั้งนั้น node operator หยุดโปรโตคอลได้ภายในไม่กี่นาที

พูดง่าย ๆ คือ ตอนเงินของตัวเองหาย หยุดได้ในไม่กี่นาที แต่ตอนเงินของคนอื่นหาย กลับบอกว่าเราเป็นเครือข่ายเปิด หยุดไม่ได้ นี่จึงไม่ใช่ข้อจำกัดทางเทคนิค แต่เป็นการตัดสินใจเชิงธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจของ node operator ล้วน ๆ

การเปรียบตัวเองกับ Bitcoin ก็มีจุดอ่อน เพราะนักขุด Bitcoin ไม่ได้ถือสภาพคล่องไว้รอแลกเงินให้แฮกเกอร์ และไม่มีสวิตช์ Mimir ให้โหวตหยุดเครือข่ายภายในครึ่งชั่วโมง THORChain คือบริการแลกเปลี่ยนที่มีคนกลุ่มหนึ่งคุมปุ่มฉุกเฉินอยู่ในมือ และเลือกเองว่าจะกดหรือไม่กด

หน้าสถิติของ Aetheria แสดงการแลกเปลี่ยนข้ามเชนผ่าน Chainflip และ THORChain
ภาพจาก: Aetheria | Swap Cross-Chain (X)

ภาพหน้าสถิติจากแอปแลกเปลี่ยนข้ามเชนน้องใหม่อย่าง Aetheria ที่เริ่มให้บริการตั้งแต่ 24 ก.ย. ช่วยอธิบายว่าระบบนิเวศนี้ทำงานอย่างไร แอปนี้ไม่มีสภาพคล่องของตัวเอง แต่ส่งคำสั่งต่อไปยังโปรโตคอลอย่าง Chainflip และ THORChain โดยในภาพจะเห็นว่าการแลกส่วนใหญ่วิ่งผ่าน Chainflip ($110.46) และ THORChain ($10.79) ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 5.4 นาทีจากส่งเงินถึงได้รับเงิน ตัวเลขในแอปนี้เล็กมาก แต่มันสะท้อนภาพใหญ่ได้ดี นั่นคือมีหน้าร้านมากมายที่ต่อท่อเข้าหาโปรโตคอลไม่กี่ตัว และโปรโตคอลเหล่านั้นคือทางออกหลักสู่ Bitcoin แท้ที่ไม่มีใครอายัดได้

Tornado Cash โดนคดี แต่ THORChain ยังเดินหน้าต่อ

Tornado Cash โดนคดี แต่ THORChain ยังเดินหน้าต่อ
ภาพจาก AI

ย้อนไปเดือนสิงหาคม 2022 สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศสหรัฐฯ (OFAC) คว่ำบาตร Tornado Cash บริการผสมเหรียญบน Ethereum ปีถัดมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งข้อหา Roman Storm และ Roman Semenov ผู้ก่อตั้ง และเดือนสิงหาคม 2025 Roman Storm ถูกตัดสินว่ามีความผิดที่ศาลรัฐบาลกลางเขตใต้ของนิวยอร์ก ฐานสมคบกันดำเนินธุรกิจโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำถามที่หลายคนในวงการเริ่มถามกันดัง ๆ คือ ถ้า Tornado Cash โดนขนาดนั้น ทำไม THORChain ซึ่งประมวลผลเงินที่รัฐชาติขโมยมาในปริมาณมากกว่าหลายเท่า ถึงยังเปิดให้บริการได้ตามปกติ

คำตอบตรงไปตรงมาคือ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่นักวิเคราะห์ด้านกฎหมายหลายคนมองว่า ถ้า node operator รู้อยู่แล้วว่าเงินมาจากกระเป๋าที่ OFAC ขึ้นบัญชีหรือ FBI ระบุว่าเป็นอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ยังร่วมกันตัดสินใจให้บริการและเก็บค่าธรรมเนียม พวกเขาอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงมากภายใต้กฎหมายฟอกเงินและกฎหมายธุรกิจโอนเงินของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

ความต่างที่สำคัญที่สุดคือ Tornado Cash ถูกออกแบบมาเพื่อซ่อนเส้นทางเงิน ในขณะที่ธุรกรรมบน THORChain ติดตามได้โปร่งใส อย่างที่ sharabh โต้แย้งว่า ถ้าจะพูดเรื่องการติดตามคริปโต ควรเข้าใจความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับของธุรกรรมบน THORChain ก่อน ข้อนี้จริง แต่ประเด็นคือ การที่ทุกคนมองเห็นขโมยเดินผ่านประตูไปกับตา ไม่ได้ทำให้การเปิดประตูให้เขาดูดีขึ้นเลย ตรงกันข้าม มันยิ่งตอกย้ำว่าคนเปิดประตู “รู้” มาตลอด

เมื่อการแฮกกลายเป็นเหตุผลให้ซื้อ RUNE

ส่วนที่ทำให้ผมอึ้งที่สุดไม่ใช่คำแถลงของ THORChain แต่เป็นปฏิกิริยาของตลาด บัญชี Fat Bear Walking โพสต์มุมมองขาขึ้นของ RUNE แบบไม่อ้อมค้อมว่า “ถ้าอยู่ในวงการคริปโตนานพอ จะรู้ว่ามีสองสิ่งที่แน่นอน หนึ่งคือเหรียญขยะใหม่ ๆ เปิดตัวไม่หยุด สองคือโปรโตคอลและเว็บกระดานเทรดโดนแฮก ตราบใดที่ยังมีแฮกเกอร์ที่ต้องฟอกเงิน THORChain ก็จะ…”

อีกเสียงหนึ่งจาก Md. Mehedi Hasan พูดถึงเรื่องนี้ในมุมทฤษฎีเกมว่า “โค้ดไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ความย้อนแย้งที่การโจมตีจากภายนอกกลับกลายเป็นเงินทุนช่วยฟื้นฟูโปรโตคอลและใช้หนี้เสีย คือทฤษฎีเกมคริปโตขั้นสุด เป็นการออกแบบทางเศรษฐกิจล้วน ๆ”

อ่านสองโพสต์นี้แล้วลองถามตัวเองดูครับ ถ้าโมเดลธุรกิจของโปรโตคอลหนึ่งดีขึ้นทุกครั้งที่มีคนโดนปล้น เรายังเรียกมันว่า “โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นกลาง” ได้เต็มปากอยู่หรือเปล่า

กราฟราคา RUNE พุ่งขึ้นแล้วชนแนวต้าน 0.8315 ดอลลาร์
ภาพจาก: Crypto T (X)

กราฟของ Crypto T แสดงให้เห็นว่า RUNE พุ่งขึ้นแรงจากแถว $0.48 ไปชนแนวต้านที่ $0.8315 ก่อนมีไส้เทียนยาวทิ่มขึ้นไปใกล้เส้นแนวโน้มขาลงที่ $0.8752 แล้วถูกตีกลับลงมาแถว $0.7288 ในจังหวะที่ภาพถูกบันทึก เขาเล่าว่าเคยเตือนชุมชน RUNE ว่าระดับนี้เป็น “กำแพง ไม่ใช่จุดทะลุ” แล้วโดนด่ากลับสารพัด ล่าสุดตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ RUNE เคลื่อนไหวแถว $0.83 หลังปริมาณการซื้อขายบนเครือข่ายพุ่งขึ้นจากการแลกเงินที่เกี่ยวข้องกับการแฮก

Bitcoin เปิดสัปดาห์ที่ระดับ 85,000 ดอลลาร์
ภาพจาก: Simpa Zen (X)

ในภาพใหญ่ Simpa Zen สรุปว่า Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นไปแถว $84,900 ถึง $85,000 ช่วงเปิดสัปดาห์ใหม่ สัปดาห์ที่แล้ว BTC บวกราว 5.5% และเหรียญ 45 จาก 50 อันดับแรกปิดเป็นบวก ตลาดทั้งตลาดแทบไม่สะดุ้งกับการแฮกเกือบ $400 ล้าน ซึ่งบอกอะไรบางอย่าง การแฮกระดับนี้กลายเป็นเรื่องปกติจนตลาดไม่รู้สึกอะไรแล้ว

แน่นอนว่ามีฝ่ายที่ปกป้อง THORChain อย่างดุเดือด บัญชี exotica0 กล่าวหาว่าอินฟลูที่วิจารณ์ THORChain ได้รับเงินจ้างมาปล่อยข่าวโจมตี และเรียกช่วงนี้ว่า “ฤดูปฏิบัติการจิตวิทยา” ส่วน Sunrita ชี้ว่าก่อนเงินจะไหลผ่าน THORChain มันถูกขโมยมาก่อน และคำถามว่าเว็บกระดานเทรดปล่อยให้เงินถูกขโมยได้อย่างไรกลับถูกเบี่ยงประเด็นไป ข้อหลังนี้ผมเห็นด้วยครึ่งหนึ่ง Bitget ต้องตอบเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของตัวเองแน่นอน แต่ความผิดของคนเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ ไม่ได้ลบล้างความรับผิดชอบของคนที่รับซื้อของโจร

ถ้าเว็บเทรดไทยโดนแฮกพรุ่งนี้ เงินของเราจะไปทางไหน

ถ้าเว็บเทรดไทยโดนแฮกพรุ่งนี้ เงินของเราจะไปทางไหน
ภาพจาก AI

อย่าคิดว่าเรื่องนี้ไกลตัว ลองสมมติว่าพรุ่งนี้เว็บกระดานเทรดที่ได้รับใบอนุญาตในไทยสักแห่งโดนเจาะ hot wallet เส้นทางของเงินแทบจะเดาได้ทันที ขั้นแรก แฮกเกอร์เปลี่ยนสเตเบิลคอยน์ที่อายัดได้เป็น ETH, TRX หรือ XRP บน DEX ให้เร็วที่สุด ขั้นที่สอง ส่งต่อเข้า AMM ข้ามเชนอย่าง THORChain หรือ Chainflip เพื่อแปลงเป็น Bitcoin แท้ โดยไม่ต้องห่อเหรียญ และไม่ต้องยืนยันตัวตน ขั้นสุดท้าย เมื่อเงินไปถึงกระเป๋า Bitcoin แล้ว ไม่มีหน่วยงานกลางหรือ smart contract ใดที่มีกุญแจแอดมินไว้อายัดหรือย้อนธุรกรรมได้อีก

เว็บกระดานเทรดไทยต้องทำตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และข้อกำหนดของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างเข้มงวด ทั้ง Travel Rule และการยืนยันตัวตนลูกค้า ผู้ใช้ไทยต้องถ่ายรูปบัตรประชาชน ยืนยันใบหน้า กรอกแหล่งที่มาของเงิน แต่ทันทีที่เงินที่ถูกขโมยข้ามสะพานกระจายอำนาจออกไป คำสั่งอายัดจากหน่วยงานไทยก็แทบหมดความหมาย

นี่คือความย้อนแย้งที่เจ็บที่สุด ผู้ใช้สุจริตต้องผ่านด่านตรวจนับสิบด่านเพื่อฝากเงินหลักพันบาท แต่เงินที่ขโมยมาหลายร้อยล้านดอลลาร์กลับไหลออกไปได้ในไม่กี่นาทีผ่านท่อที่ไม่ถามอะไรเลย และคนเฝ้าท่อยังได้ค่าผ่านทางด้วย

ความเห็นผู้เขียน

ความเห็นผู้เขียน
ภาพจาก AI

ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในการต่อต้านการเซ็นเซอร์นะครับ ผมเข้าใจดีว่าถ้าวันนี้ THORChain ยอมบล็อกกระเป๋าตามคำขอของ Bitget วันพรุ่งนี้ก็อาจมีรัฐบาลสักแห่งมาขอให้บล็อกกระเป๋าของนักข่าว นักเคลื่อนไหว หรือคนที่แค่คิดต่าง ความกังวลเรื่องทางลาดลื่นแบบนี้เป็นเรื่องจริง และเป็นเหตุผลที่คริปโตถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่แรก

แต่ THORChain ทำลายข้อโต้แย้งของตัวเองไปตั้งแต่ตอนที่กดหยุดเครือข่ายเพื่อปกป้องเงินของตัวเอง ทั้งปี 2021, 2023 และล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คุณจะบอกว่าเป็นกลางไม่ได้ ถ้าปุ่มหยุดถูกใช้เฉพาะเวลาที่ตัวเองเสียประโยชน์ ในสายตาผม นี่ไม่ใช่ความเป็นกลาง นี่คือการเลือกข้าง และข้างที่เลือกคือข้างที่จ่ายค่าธรรมเนียม

สิ่งที่ผมอยากเห็นไม่ใช่การให้ใครคนเดียวมีอำนาจบล็อกกระเป๋าใดก็ได้ตามใจ แต่อย่างน้อย THORChain ควรมีนโยบายที่ชัดเจนและโปร่งใส เช่น เกณฑ์การหยุดชั่วคราวเมื่อมีหลักฐานจากหน่วยงานรัฐว่าเป็นเงินที่ถูกขโมย หรือกันค่าธรรมเนียมที่เก็บได้จากกระเป๋าที่ถูกติดธงไว้คืนให้เหยื่อ ถ้าทำแค่นี้ยังไม่ได้ ก็อย่าแปลกใจที่คนจะเริ่มเรียก THORChain ว่าร้านซักฟอกประจำวงการคริปโต

อีกเรื่องที่ผมอยากให้นักลงทุนคิดให้ดี คือมุมมองว่า “แฮกเยอะ RUNE ขึ้น” มันอาจทำกำไรระยะสั้นได้ แต่มันก็คือการเดิมพันว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะเมินไปตลอด กรณี Tornado Cash สอนเราแล้วว่าวันที่สหรัฐฯ ตัดสินใจจริงจัง มันมาเร็วและแรงกว่าที่ใครคาด ถ้าวันหนึ่ง node operator ถูกมองว่ารู้แล้วยังร่วมเก็บค่าธรรมเนียมจากเงินของ Lazarus ความเสี่ยงนั้นไม่ได้จบแค่ที่ตัวโปรโตคอล แต่จะลามไปถึงทุกคนที่ถือเหรียญและเป็นผู้ให้สภาพคล่องด้วย

สุดท้ายแล้ว คำถามที่ Crevia Cockpit ทิ้งไว้ว่า “โปรโตคอลแลกเปลี่ยนควรบล็อกกระเป๋าที่ถูกติดธงหรือไม่” คือคำถามที่วงการต้องตอบร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ node operator ไม่กี่รายโหวตกันเงียบ ๆ ภายในครึ่งชั่วโมง ผมไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ แต่ผมมั่นใจอย่างหนึ่งว่า การกระจายอำนาจที่ดีต้องปกป้องผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ปกป้องรายได้จากโจร แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าเส้นแบ่งควรอยู่ตรงไหน

ภาพจาก AI