สรุปข่าว
- Grayscale ออกรายงานเมื่อ 23 กรกฎาคม 2026 ประกาศหนุนร่างกฎหมาย Clarity Act กฎหมายกำกับดูแลคริปโต ที่ได้แรงหนุนจากทั้งสองพรรคในสหรัฐฯ
- ประเด็นค้างคาใจหลัก อยู่ที่ข้อกำหนดด้านจริยธรรม ห้ามข้าราชการและสมาชิกรัฐสภา ออกเหรียญหรือถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างดำรงตำแหน่ง ซึ่งรีพับลิกันกับเดโมแครตยังเห็นไม่ตรงกัน
- David Solomon ซีอีโอ Goldman Sachs ออกโรงหนุนร่างกฎหมายนี้ ชี้ว่าจะช่วยสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมให้ตลาด
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
โอกาสผ่านวุฒิสภายังอยู่ที่ราว 50/50 ตามสถิติตลาดทำนายผล ตลาดจึงยังไม่น่าตอบสนองรุนแรงในระยะสั้น แต่แรงหนุนจากสถาบันการเงินใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ Grayscale ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นระยะยาว หากร่างกฎหมายผ่านจริง จะเป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนต่อราคา
Grayscale บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ได้ออกมาระบุในรายงานเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 โดยแสดงจุดยืนสนับสนุนการผ่านร่างกฎหมาย “Clarity Act” ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่ได้รับความร่วมมือจากทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อจัดทำกรอบการกำกับดูแลตลาดคริปโตเคอเรนซีที่ชัดเจน
รายงานระบุว่า หากร่างกฎหมายนี้ ผ่านการอนุมัติ จะช่วยสร้างรากฐานทางกฎหมายที่มั่นคงให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในตลาด ทั้งนักพัฒนาซอฟต์แวร์, ผู้ออกเหรียญ รวมถึงนักลงทุน และจะช่วยเร่งอัตราการเปิดใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสาธารณะให้เติบโตขึ้นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิกรีพับลิกันได้เปิดเผยร่างแก้ไขเพิ่มเติมของ Clarity Act ฉบับเต็มเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม โดยประเด็นถกเถียงหลักมุ่งไปที่ “ข้อกำหนดด้านจริยธรรม” ซึ่งจะสั่งห้ามข้าราชการและสมาชิกรัฐสภาออกเหรียญ หรือสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลขณะดำรงตำแหน่ง โดยฝั่งรีพับลิกันต้องการให้คงข้อจำกัดนี้ไว้ ในขณะที่ฝั่งเดโมแครตเรียกร้องให้มีการแก้ไข
ทั้งนี้ Grayscale ชี้ว่า สถิติในตลาดทำนายผล ยังคงให้โอกาสที่ร่างกฎหมายนี้ จะผ่านวุฒิสภาอยู่ที่ประมาณ 50/50 โดยมองว่า ร่างกฎหมายอาจผ่านวุฒิสภาได้ในเร็ว ๆ นี้ หากผู้เจรจาจากทั้งสองพรรคสามารถตกลงกันในประเด็นความเห็นต่างที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ข้อได้สำเร็จ

ทำความรู้จัก Clarity Act และเสียงสนับสนุนจากซีอีโอ Goldman Sachs
ร่างกฎหมาย Clarity Act มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อแบ่งแยกและกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับสัญญาซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ให้มีความชัดเจน พร้อมทั้งจัดตั้งกรอบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังมีบทคุ้มครองกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Self-custody ที่จัดการ Private Keys เอง รวมถึงการกำหนดมาตรการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และการยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน (KYC) เพื่อป้องกันการนำเงินไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย
ท่ามกลางสถานการณ์การลงมติที่ตึงเครียด David Solomon ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Goldman Sachs วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุน Clarity Act เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมด้วยเช่นกัน โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ Politico สื่อข่าวการเมืองของสหรัฐฯ ว่า
“แม้ร่างกฎหมายนี้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ และยังมีประเด็นให้ต้องถกเถียงกันต่อ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มันจะช่วยสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม รวมถึงส่งเสริมเสถียรภาพและการพัฒนาของตลาด” พร้อมทั้งย้ำทิ้งท้ายว่า ในมุมมองของ Goldman Sachs ประเทศจำเป็นต้องมีระบบเดี่ยวที่เป็นเอกภาพ เพื่อให้ทุกคนเข้าร่วมได้อย่างมั่นใจ และร่างกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม และปรับปรุงโครงสร้างตลาดให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : สำหรับประเด็นจริยธรรมที่ยังค้างคาอยู่ ต้องมาจับตาดูว่า ทั้งสองพรรคจะยอมถอยกันคนละก้าว เพื่อผลักดันกฎหมายนี้ให้ผ่านทันในปีนี้หรือไม่

