สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์มองว่าหาก Fed ส่งสัญญาณ “dovish” แม้เพียงเล็กน้อยในการประชุมวันพุธนี้ อาจเป็นปัจจัยบวกต่อราคา Bitcoin ขณะที่ตลาดยังแบ่งเป็นสองฝ่ายว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือคงอัตราไว้เท่าเดิม
- ข้อมูลจาก CME FedWatch ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนัก 70.6% ที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม และ 29.4% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรส์ 25 basis point ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการประชุมที่ตลาดแตกแยกความเห็นมากที่สุดในรอบหลายปี ภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh
- Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแยกตัว (decoupling) จากหุ้นเทคโนโลยีสาย AI โดยเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา BTC บวกไปแล้วราว 6% ขณะที่ S&P 500 แทบไม่ขยับ และกลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงเกือบ 20%
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่าสัญญาณ dovish จาก Fed แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจหนุนให้ Bitcoin แข็งแกร่งกว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีต่อไปได้ ประกอบกับอารมณ์ตลาดต่อคริปโตที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องแม้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน อีกทั้งสัญญาณการแยกตัวจากหุ้นสาย AI ยังทำให้ BTC มีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของตลาดหุ้นมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จึงเอียงไปทางบวกสำหรับราคา Bitcoin ในระยะสั้น
ตลาดกำลังแบ่งเป็นสองฝ่ายว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือคงอัตราไว้เท่าเดิมในการประชุมวันพุธนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า Bitcoin (BTC ~2.04 ล้านบาท) อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พึ่งพาธีม AI โดย Bitcoin ฟื้นตัวจากการร่วงลงระหว่างวันกลับมาซื้อขายทรงตัวใกล้ระดับ 64,000 ดอลลาร์ (~2.05 ล้านบาท) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในขณะที่หุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องก่อนเข้าสู่หนึ่งในการประชุม Fed ที่มีความไม่แน่นอนสูงที่สุดในรอบหลายปี

ตลาดแตกความเห็นสุดขั้ว 70% ต่อ 30% ก่อนวันตัดสินใจ
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่าปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักความน่าจะเป็นที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมวันพุธที่ 70% และให้น้ำหนักการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรส์ 25 basis point ที่ 30% ซึ่งความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนนี้สะท้อนถึงการที่ Kevin Warsh ประธาน Fed ใช้แนวทาง forward guidance หรือการส่งสัญญาณล่วงหน้าน้อยลง ทำให้นักลงทุนมีความชัดเจนต่อทิศทางนโยบายของธนาคารกลางน้อยกว่าที่ผ่านมา ตามรายงานของบริษัทวิเคราะห์ตราสารอนุพันธ์ Block Scholes
Thahbib Rahman นักวิเคราะห์วิจัยจาก Block Scholes ระบุว่าการประชุม FOMC ครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่สองในตำแหน่งประธานของ Kevin Warsh ถือเป็นหนึ่งในการประชุมที่มีความไม่แน่นอนมากที่สุดในรอบหลายปี โดยเมื่อพิจารณาการประชุม Fed ทุกครั้งนับตั้งแต่ปี 2015 พบว่ามีเพียงสองครั้งเท่านั้นที่ตลาดแตกความเห็นเกี่ยวกับผลลัพธ์มากกว่าครั้งนี้ ทั้งนี้ ผลการประชุมมีกำหนดประกาศในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งหากอ้างอิงตามเวลาไทยแล้ว คาดว่าผลการประชุมจะประกาศออกมาในช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย
สัญญาณการแยกตัวจากหุ้นสาย AI เริ่มชัดเจนขึ้น
แม้ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ปกคลุมตลาด แต่ Bitcoin กลับสามารถยืนราคาได้ค่อนข้างดีตลอดเดือนกรกฎาคม ในขณะที่หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปและหุ้นเด่นสาย AI ตัวอื่น ๆ กลับเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก สะท้อนความเป็นไปได้ว่าคริปโตกำลังเริ่มแยกตัวออกจากสินทรัพย์เสี่ยงแบบดั้งเดิมอย่างน้อยก็ในระดับหนึ่งแล้ว Vetle Lunde หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ K33 Research เขียนในรายงานเมื่อวันอังคารว่า ดัชนี Nasdaq เข้าสู่เดือนกรกฎาคมด้วยแรงส่งที่แข็งแกร่งและมีการถือครองสถานะที่ตึงตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ BTC ยังคงแกว่งตัวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองอ่อนแอลงตามที่คาดการณ์ไว้ และอาจทำให้การประชุม FOMC สัปดาห์นี้ส่งผลกระทบต่อ BTC น้อยกว่าช่วงที่ความไม่แน่นอนของนโยบายสูงในอดีต
Block Scholes ระบุเสริมว่าความแตกต่างระหว่างหุ้นและ Bitcoin เริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นในเดือนนี้ โดย Bitcoin ปรับตัวขึ้นแล้วราว 6% นับตั้งแต่ต้นเดือน ขณะที่ดัชนี S&P 500 แทบไม่ขยับ และกลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงไปแล้วเกือบ 20% ด้าน Rahman อธิบายว่าความคาดหวังของตลาดแกว่งไปมาอย่างรุนแรงในช่วงเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงต้องแข่งกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาอีกครั้ง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความเสี่ยงด้านภาษีนำเข้า แต่ถึงกระนั้น อารมณ์ตลาดต่อคริปโตก็ยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Rahman ทิ้งท้ายว่าหาก Warsh ส่งสัญญาณ dovish ออกมาแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ BTC ยังคงทำผลงานได้ดีกว่าสินทรัพย์เสี่ยงอื่นต่อไป
ที่มา: coindesk.com
มุมมองส่วนตัวมองว่าสัญญาณการแยกตัวของ Bitcoin จากหุ้นสาย AI เป็นเรื่องที่น่าจับตามากในตอนนี้ เพราะถ้าเทรนด์นี้ยังดำเนินต่อไป Bitcoin อาจเริ่มถูกมองในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่แท้จริงมากขึ้น แทนที่จะเคลื่อนไหวตามหุ้นเทคฯ เหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าตลาดยังแตกความเห็นกันสุดขั้วเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่คาดเดายากอยู่ดี หากผลออกมาคงอัตราตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาด BTC ก็มีโอกาสรักษาโมเมนตัมบวกต่อได้ไม่ยาก แต่ถ้า Fed เซอร์ไพรส์ขึ้นดอกเบี้ยจริง ก็อาจเห็นแรงเทขายทั้งตลาดหุ้นและคริปโตพร้อมกันได้เช่นกัน คืนวันพุธถึงเช้าวันพฤหัสตามเวลาไทยนี้จึงเป็นช่วงที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
ที่มา: coindesk.com

