สรุปข่าว
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.27% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 หรือก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลก
- การปรับตัวขึ้นเกิดขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% แต่มีกรรมการถึง 3 คนลงมติไม่เห็นด้วยและต้องการขึ้นดอกเบี้ย
- ตลาดกังวลแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน รวมถึงการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้พันธบัตรรัฐบาลมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและคริปโต อีกทั้งยังสะท้อนว่าตลาดเริ่มลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย และบางส่วนกลับมามองว่า Fed อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป หากผลตอบแทนพันธบัตรยังปรับตัวสูงขึ้นต่อ อาจเป็นแรงกดดันต่อสภาพคล่องของตลาดการเงินโดยรวม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นแตะ 5.27% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี สะท้อนว่านักลงทุนกำลังเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและฐานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยระดับดังกล่าวถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 ก่อนเกิดวิกฤตการเงินโลก และเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed รอบใหม่
Fed คงดอกเบี้ย แต่เริ่มเห็นความเห็นแตกต่างภายใน
CNBC รายงานว่า Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมล่าสุด แต่มีกรรมการถึง 3 คนที่ลงมติไม่เห็นด้วยและสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม สะท้อนว่าภายในคณะกรรมการเริ่มมีความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังไม่กลับสู่เป้าหมาย
ตลาดจึงเริ่มลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี และให้น้ำหนักมากขึ้นกับความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
เงินเฟ้อและหนี้รัฐบาล กดดันตลาดพันธบัตร
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันผลตอบแทนพันธบัตรคือความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจกลับมาอีกครั้งจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความไม่มั่นใจต่อสถานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังขาดดุลงบประมาณในระดับสูง
ขณะเดียวกัน Bloomberg รายงานว่า การประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมก็ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปีเช่นกัน สะท้อนว่าตลาดต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้นเพื่อรองรับอุปทานพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมของรัฐบาล
ทำไมผลตอบแทนพันธบัตรถึงสำคัญกับตลาดคริปโต
เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนสามารถรับผลตอบแทนที่มากขึ้นจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ส่งผลให้เม็ดเงินบางส่วนอาจไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและคริปโต
นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังเป็นตัวสะท้อนมุมมองของตลาดต่อเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต หากอัตราผลตอบแทนยังปรับตัวขึ้นต่อ ก็อาจกดดันมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง
การที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีทะลุระดับ 5.2% ถือเป็นสัญญาณที่ตลาดไม่ควรมองข้าม เพราะสะท้อนว่าความกังวลไม่ได้อยู่แค่เรื่องเงินเฟ้อ แต่เริ่มขยายไปถึงภาระหนี้และฐานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วย หากผลตอบแทนพันธบัตรยังเดินหน้าปรับตัวสูงขึ้นต่อ ก็อาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อหุ้นและคริปโตในช่วงครึ่งหลังของปี แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์เหล่านั้นจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงก็ตาม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- CryptoBriefing – US 30-Year Treasury Yield, Highest Since 2007 Amid Inflation Concerns
- CNBC – 30-Year Treasury Yield Hits Highest Level Since 2007 After Fed Keeps Rates Unchanged
- Bloomberg – US Long Bond Yield Hits Highest Since 2007 on Inflation Concern
- Bloomberg – US 30-Year Bond Auction Draws Highest Yield Since 2007
- Seoul Economic Daily – US 30-Year Treasury Yield Tops 5.2%, Highest Since 2007 Crisis

