bitkub-banner

เทรนด์ใหม่วงการคริปโต เว็บเทรดแห่ใช้  Perps เปิดเทรด หุ้น-ทองคำ ตลอด 24 ช.ม. 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Perpetual Futures หรือ “Perps” กำลังกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกคริปโตกับตลาดการเงินดั้งเดิม (TradFi) 
  • แพลตฟอร์มคริปโตเริ่มนำหุ้น ดัชนี และสินค้าโภคภัณฑ์เข้ามาให้ซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง
  • วอลุ่มซื้อขาย Perps ที่อ้างอิงสินทรัพย์ดั้งเดิมเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย 5 เดือนแรกของปี 2026 แตะ 1.32 ล้านล้านดอลลาร์ 

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Perpetual Futures หรือ “Perps” จากโลกคริปโตกำลังถูกนำมาใช้เชื่อมต่อกับหุ้น ดัชนี และสินค้าโภคภัณฑ์ เปิดโอกาสให้นักลงทุนซื้อขายสินทรัพย์เหล่านี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอเวลาตลาดเปิด ข้อมูลจาก CoinGecko พบว่า ปริมาณซื้อขาย Perps ที่อ้างอิงสินทรัพย์ดั้งเดิมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 พุ่งแตะ 1.32 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่แพลตฟอร์มคริปโตอย่าง Bitget และ Binance กำลังผลักดันแนวคิด Reverse Bridge ที่นำสินทรัพย์ TradFi เข้าสู่โลกดิจิทัล โดยเป้าหมายระยะยาวคือ การสร้าง “Everything Exchange” ที่รวมคริปโต หุ้น และสินทรัพย์ทั่วโลกไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อเครื่องมือที่เกิดขึ้นจากโลกคริปโตอย่าง Perpetual Futures หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Perps” กำลังถูกนำมาใช้เชื่อมต่อกับสินทรัพย์แบบดั้งเดิม ทั้งหุ้น ดัชนี และสินค้าโภคภัณฑ์ เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรและบริหารความเสี่ยงได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอเวลาตลาดเปิดทำการ

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา วอลล์สตรีทเป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าสู่โลกคริปโต ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง ETF, บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

แต่วันนี้ทิศทางกำลังเปลี่ยน เมื่อแพลตฟอร์มคริปโตกำลังเป็นฝ่ายนำสินทรัพย์จากโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) เข้ามาสู่ระบบของตัวเอง ผ่านสัญญา Perpetual Futures

ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 ปริมาณซื้อขาย Perps ที่อ้างอิงกับสินทรัพย์ดั้งเดิมพุ่งขึ้นแตะ 1.32 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากตลอดทั้งปี 2025 ที่มีมูลค่าเพียง 1.04 แสนล้านดอลลาร์

หนึ่งในแพลตฟอร์มที่เห็นการเติบโตของตลาดนี้อย่างชัดเจนคือ Bitget โดย Gracy Chen ซีอีโอของบริษัท เปิดเผยว่า เมื่อปีที่ผ่านมา Bitget ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ Perpetual Futures สำหรับหุ้น แต่ปัจจุบันธุรกิจหุ้นคิดเป็นประมาณ 28% ของปริมาณซื้อขายทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก Stock Perpetuals

Shunyet Jan ผู้บริหารด้านโครงสร้างตลาดของ Binance กล่าวว่า “Perps เริ่มต้นจากโลกคริปโต แต่สุดท้ายสามารถขยายไปสู่โลก TradFi ได้เช่นกัน” 

แนวโน้มดังกล่าวถูกเรียกว่า “Reverse Bridge” หรือสะพานเชื่อมย้อนกลับ เพราะในอดีตตลาดการเงินแบบดั้งเดิมเป็นฝ่ายเปิดทางให้คริปโตเข้าสู่ระบบการเงิน แต่วันนี้แพลตฟอร์มคริปโตกำลังเป็นฝ่ายนำหุ้นและสินทรัพย์ดั้งเดิมเข้าสู่โลกดิจิทัลแทน

อย่างไรก็ตาม Stock Perps ไม่ใช่การนำหุ้นจริงมาไว้บนกระดานเทรดคริปโต นักลงทุนไม่ได้ถือครองหุ้น ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์แบบผู้ถือหุ้นทั่วไป

สิ่งที่ซื้อขายคือ “สัญญา” ที่อ้างอิงกับราคาของสินทรัพย์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

จุดเด่นสำคัญของ Perpetual Futures คือไม่มีวันหมดอายุ ต่างจากสัญญาฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิม โดยใช้ระบบ Funding Rate เป็นกลไกช่วยให้ราคาของสัญญาเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ Trade XYZ แพลตฟอร์มที่ทำงานบน Hyperliquid ซึ่งได้รับสิทธิ์ใช้ดัชนีจาก S&P Dow Jones Indices เพื่อสร้าง S&P 500 Perpetual Futures แบบ On-chain

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่เปิดให้นักลงทุนสามารถซื้อขายดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P 500 ผ่านโครงสร้างพื้นฐานบนบล็อกเชนอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม 2025 ถึงพฤษภาคม 2026 แพลตฟอร์มคริปโตได้เพิ่มสินทรัพย์จากโลก TradFi เข้ามาให้ซื้อขายแล้วประมาณ 360 รายการ ทั้งในรูปแบบ Spot และ Perps

โดยเฉลี่ยแต่ละแพลตฟอร์มมีสินทรัพย์แบบ Perps ประมาณ 75 รายการ มากกว่าแบบ Spot ที่มีอยู่ราว 37 รายการ

สำหรับนักลงทุนสถาบัน จุดแข็งของ Perps ไม่ใช่เพียงการเปิดทางเข้าถึงตลาดใหม่ เพราะพวกเขามีช่องทางลงทุนผ่านโบรกเกอร์และตลาด OTC อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ Perps เข้ามาแก้คือ ‘ข้อจำกัดด้านเวลา’ นักลงทุนสามารถปรับสถานะการลงทุนหรือทำการบริหารความเสี่ยงได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ

ขณะที่นักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะในประเทศที่เข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศได้ยาก อาจใช้ Perps เป็นอีกช่องทางในการเข้าถึงสินทรัพย์ระดับโลก เช่น หุ้น Tesla หรือดัชนี S&P 500

แม้ปัจจุบันตลาด Stock Perps ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นดั้งเดิม โดยคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของตลาดอ้างอิง แต่การเติบโตของปริมาณซื้อขายสะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์แบบไร้พรมแดนกำลังเพิ่มขึ้น

เป้าหมายต่อไปของแพลตฟอร์มคริปโตคือ การสร้างสิ่งที่เรียกว่า “Everything Exchange” หรือศูนย์รวมสินทรัพย์ทุกประเภทไว้ในบัญชีเดียว


มุมมองผู้เขียน: การเติบโตของ Perpetual Futures อาจไม่ได้ทำให้ราคา Bitcoin หรือเหรียญหลักปรับตัวขึ้นทันที แต่เป็นสัญญาณสำคัญว่า โครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินกำลังเปลี่ยนแปลงไป

ที่มา:coindesk