สรุปข่าว
- กลุ่มมิจฉาชีพ Revolut Smilik ประกาศเรียกร้องค่าไถ่จำนวน 10,000 BTC (~2.58 หมื่นล้านบาท) จาก Revolut โดยขู่จะทยอยปล่อยข้อมูลสำคัญหากไม่ได้เงิน
- ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นของลูกค้าระดับไฮโปรไฟล์ เช่น ผู้บริหาร นักกีฬา และศิลปิน โดยมิจฉาชีพอ้างว่า Revolut ส่งข้อมูลลูกค้าออกนอกเขตอำนาจกฎหมาย
- Revolut ยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น ขณะที่เคสถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Coinbase ที่เคยปฏิเสธการจ่ายค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ แล้วนำเงินไปตั้งรางวัลนำจับแทน
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
กลุ่มมิจฉาชีพ Revolut Smilik ได้ยื่นข้อเสนอเรียกค่าไถ่จาก Revolut เป็นจำนวน 10,000 BTC โดยขู่ว่าจะปล่อยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าระดับสูงอย่างต่อเนื่องหากไม่ได้รับเงินตามที่ร้องขอ ในขณะที่ทาง Revolut ยังคงปฏิเสธที่จะออกมาชี้แจงหรือโต้ตอบในกรณีดังกล่าว
เมื่อไม่กี่วันก่อน Revolut แพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลและธนาคารออนไลน์ ได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพล้วงข้อมูลอ่อนไหวของลูกค้าออกไปแต่หลังจากนั้นเรื่องก็เงียบลงไปพักหนึ่ง ทว่าล่าสุด มิจฉาชีพเหล่านั้นก็ได้มีความเคลื่อนไหวใหม่โดยประกาศกร้าวว่าจะทำการปล่อยข้อมูลสำคัญออกมาหากไม่ได้รับเงินค่าไถ่
ผู้โจมตีกลุ่มนี้ได้ตั้งชื่อกลุ่มว่า “Revolut Smilik” และเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดเผยความต้องการบนช่องทางเทเลแกรม ว่าพวกเขาอยากได้ค่าไถ่เป็นเงินจำนวน 10,000 BTC (~2.58 หมื่นล้านบาท) ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะนำข้อมูลที่ขโมยออกมาเผยแพร่
สำหรับข้อมูลที่หลุดออกมาในปัจจุบันได้ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีฐานะสูง เช่น ผู้บริหารบริษัท นักกีฬามืออาชีพ รวมไปถึงดาราศิลปิน และจากภาพซึ่งหลุดออกมาพบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้ระบุว่าพวกเขาจะทำการปล่อยข้อมูลออกมาเรื่อยๆ หากยังไม่ได้รับเงินจากทางบริษัทฟินเทครายนี้
ในส่วนของแรงจูงใจ เบื้องต้นมีการค้นพบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้มีการกล่าวหาบริษัทว่ามีการส่งข้อมูลอ่อนไหวของลูกค้าไปยังประเทศที่อยู่นอกเหนือเขตอำนาจกฎหมาย
ปัจจุบัน Revolut ยังคงปฏิเสธและไม่ได้ออกมาให้ความเห็นหรือโต้ตอบในกรณีการถูกเรียกค่าไถ่ แต่หากเรามองย้อนกลับไปแล้ว Coinbase ก็เคยประสบปัญหาในรูปแบบดังกล่าวเช่นกัน
ในกรณีของ Coinbase แก๊งอาชญากรใช้วิธีติดสินบนพนักงานซัพพอร์ตของ Coinbase ในต่างประเทศ เพื่อคัดลอกข้อมูลลูกค้ากว่า 69,461 คน จากนั้นก็นำข้อมูลไปใช้หลอกลวงเหยื่อ โดยสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ Coinbase เพื่อให้เหยื่อโอนคริปโทฯ ให้
หลังจากนั้น มิจฉาชีพได้เรียกค่าไถ่จาก Coinbase เป็นเงินสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูล แต่ Coinbase เลือกที่จะไม่จ่ายเงินค่าไถ่ แต่กลับตั้งรางวัลนำจับ 20 ล้านดอลลาร์ให้กับผู้ที่สามารถชี้เบาะแสคนร้ายได้ นอกจากนี้ ยังรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้กับลูกค้าที่ถูกหลอกโอนเงินไปแล้ว ซึ่งประเมินว่าค่าเสียหายทั้งหมดอาจสูงถึงหลักร้อยล้านดอลลาร์
แต่ในกรณีของ Revolut นั้น หลายฝ่ายมองว่าอาจมีความร้ายแรงกว่ามาก เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นข้อมูลของลูกค้าระดับ ‘ไฮโปรไฟล์’ หรือผู้ที่มีฐานะมั่งคั่งสูง ทำให้ Revolut ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำให้ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า Revolut จะจัดการกับวิกฤตครั้งนี้อย่างไร จะเลือกใช้วิธีเจรจาต่อรอง หรือจะเดินตามรอย Coinbase ด้วยการต่อกรกับกลุ่มมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาด
ที่มา: Cryptopotato
มุมมองผู้เขียน: ไม่ว่าจะเลือกจ่ายค่าไถ่หรือปฏิเสธ การกระทำถัดจากนี้ของบริษัทต่างก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้ารายใหญ่และภาพลักษณ์องค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือบริษัทอาจเสี่ยงที่จะถูกลูกค้ากลุ่มนี้ฟ้องกลับได้เพราะข้อมูลที่รั่วออกไปอาจนำมาซึ่งการสูญเสียทรัพย์สินรวมถึงชีวิตของคนกลุ่มนี้เลยก็เป็นได้

