สรุปข่าว
- Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของ Strategy เปิดเผยผ่านรายการ The Diary of a CEO ว่า เขาใช้ ChatGPT ช่วยออกแบบโมเดลการระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิ์ จนทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้ราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ Bitcoin
- Strategy ได้สร้างหลักทรัพย์กลุ่มตราสารหนี้ ,หุ้นบุริสิทธิ์ที่หนุนด้วย Bitcoin ขึ้นมาหลายตัว ได้แก่ STRC, STRK, STRF และ STRD เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายแก่นักลงทุน
- Michael Saylor กระตุ้นคนทำงานให้ใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อขยายขีดความสามารถในการทำงาน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เป็นเรื่องของกลยุทธ์การระดมทุนและการบริหารจัดการภายในของ Strategy เป็นหลักที่ใช้ ChatGPT ช่วยออกแบบโมเดลการระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิ์จนทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้มหาศาล ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับราคาของ Bitcoin ในตลาด
Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของบริษัท Strategy เปิดเผยว่า ChatGPT ได้เข้ามามีส่วนช่วยเขาในการออกแบบโมเดลการระดมทุนผ่านหุ้นบุริสิทธิ์ ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถระดมทุนได้มากถึงราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 497,100 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้อัดฉีดงบการเงินที่มุ่งเน้นการถือครอง Bitcoin
ตามรายงานสำนักข่าว Fortune เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่า Michael Saylor ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ The Diary of a CEO โดยเล่าว่า เขาได้นำแชตบอต AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการสำรวจ พัฒนา และวางกรอบโครงสร้างทางการเงินแบบใหม่ ซึ่งนำไปสู่การระดมทุนมหาศาลจากนักลงทุนในเวลาต่อมา โดยเขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า
“AI ช่วยผมสร้างเงินขึ้นมาถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์”
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขมูลค่าจากการระดมทุนผ่านผลิตภัณฑ์หุ้นบุริสิทธิ์และตราสารการเงินที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่รายได้ที่เกิดจากตัว ChatGPT โดยตรง แต่ AI เข้ามาทำหน้าที่เสมือนคู่คิดที่ช่วยให้ Saylor สามารถตกผลึกและคิดค้นโครงสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อนนี้ออกมาได้สำเร็จ
ขณะที่เหล่านักลงทุน, ผู้รับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ และผู้บริหารของบริษัทเป็นผู้ดำเนินการเสนอขายในขั้นตอนต่อมา
เพื่อตอบสนองต่อกลยุทธ์ดังกล่าว Strategy ได้ทำการสร้างหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้และหุ้นบุริมสิทธิที่มี Bitcoin เป็นสินทรัพย์หนุนหลัง ออกมาหลายตัว ได้แก่ STRC, STRK, STRF และ STRD
การออกแบบหลักทรัพย์ที่แตกแขนงเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อมอบทางเลือกที่ยืดหยุ่นและหลากหลายให้กับนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของอัตราเงินปันผล ระดับความผันผวน ไปจนถึงสัดส่วนการเปิดรับความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับมูลค่าการถือครอง Bitcoin ของทางบริษัทนั่นเอง
Michael Saylor กระตุ้นคนทำงาน “ใช้ประโยชน์จากหุ่นยนต์” ชี้ AI คือเครื่องมือขยายขีดความสามารถ
Michael Saylor เน้นย้ำว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิถีการสร้างมูลค่าของบุคคลและองค์กร ซึ่งในมุมมองของเขา คนทำงานยุคใหม่ควรมุ่งเป้าไปที่ การตั้งคำถามที่ดีขึ้น และใช้เครื่องมือจักรกล ในการต่อยอดไอเดียที่หากใช้มนุษย์ทำเอง อาจต้องเสียเวลาหรืออาศัยความเชี่ยวชาญมหาศาล
พร้อมทั้งเตือนว่า “อย่าพยายามทำงานหนักแข่งกับหุ่นยนต์” คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองที่เห็น AI เป็นเครื่องมือช่วยขยายขีดความสามารถในการตัดสินใจของมนุษย์ มากกว่าจะเป็นเพียงสิ่งมาแทนที่งานประจำที่ทำซ้ำ ๆ
โดยผู้ประกอบการในอนาคตจะกุมความได้เปรียบ ด้วยการผสานดุลยพินิจ และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เข้ากับความเร็วของระบบ AI
ซึ่งกรณีนี้ยังถือเป็นตัวอย่างการนำ Generative AI มาประยุกต์ใช้จริงในโลกการเงินภายในองค์กรของสหรัฐฯ แต่ข้อเสนอที่ถูกสร้างขึ้นโดย ChatGPT ยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด จากฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายบัญชี และหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนที่บริษัทจดทะเบียนจะสามารถนำไปใช้เสนอขายหลักทรัพย์ได้จริง
เนื่องจากหุ้นบุริสิทธิ์ของ Strategy แต่ละชุดมีภาระการจ่ายปันผล และระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ซึ่งผลงานในระยะยาว ยังคงผูกติดกับความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการโครงสร้างเงินทุน และพอร์ต Bitcoin ขนาดใหญ่อย่างใกล้ชิด
ที่มา : crypto.news
มุมมองผู้เขียน : บททดสอบสำคัญถัดไปของ Strategy คือ โมเดลหุ้นบุริสิทธิ์นี้จะยังคงดึงดูดนักลงทุน พร้อมทั้งจ่ายปันผลและปกป้องพอร์ต Bitcoin ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ แม้เรื่องเล่าการใช้ ChatGPT จะสะท้อนถึงอิทธิพลของ AI ต่อการออกแบบการเงิน แต่น้ำหนักในระยะยาวจะตกอยู่ที่ความต้องการของตลาดทุน ราคา Bitcoin และประสิทธิภาพในการบริหารงานของ Strategy เป็นสำคัญ

