bitkub-banner

Bitcoin เข้าสู่ ‘สัปดาห์เงินเฟ้อ’ ส่องไทม์ไลน์ 3 ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องระวัง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแรง หลังการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 80,000-83,000 ตำแหน่ง
  • ตลาดคริปโตต้องจับตาตัวเลข CPI, PPI และยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ในวันที่ 12-14 สิงหาคมนี้ เพราะตัวเลขเหล่านี้จะมีผลต่อมุมมองเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และทิศทาง Bitcoin
  • หากเงินเฟ้อชะลอตัวพร้อมกับเศรษฐกิจอ่อนแรง ตลาดอาจเพิ่มความหวังว่า Fed จะลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin แต่หากเงินเฟ้อยังสูง ความหวังดังกล่าวอาจถูกกดดัน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

สัปดาห์นี้ตลาดคริปโตต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ 3 ตัว ได้แก่ CPI, PPI และยอดค้าปลีก ซึ่งจะทยอยประกาศวันที่ 12-14 สิงหาคมนี้ โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ตลาดประเมินทิศทางเงินเฟ้อและโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 80,000–83,000 ตำแหน่ง ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ทิศทาง Bitcoin ในระยะสั้น

Bitcoin กำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องจับตัวเลขเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงกว่าที่คาด ขณะที่นักลงทุนกำลังรอข้อมูลเงินเฟ้อชุดใหม่ เพื่อประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะมีพื้นที่มากน้อยแค่ไหนในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 80,000–83,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนยังถูกปรับลดลงรวม 103,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังอ่อนแอลง

สัปดาห์นี้ตลาดคริปโตจึงต้องจับตา 3 ตัวเลขสำคัญ เพราะแต่ละตัวสามารถเปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ย และส่งผลต่อราคา Bitcoin ได้โดยตรง

วันพุธ (12 ส.ค.) : ตัวเลข CPI เดือนกรกฎาคม

Consumer Price Index (CPI) หรือดัชนีราคาผู้บริโภคคือ ตัวเลขที่ใช้ดูว่าราคาสินค้าและบริการในสหรัฐฯ กำลังแพงขึ้นหรือถูกลง ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ กำลังเพิ่มขึ้น หรือลดลง

หากตัวเลข CPI ออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดอาจมองว่า เงินเฟ้อกำลังลดลง เมื่อประกอบกับตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ก็จะเพิ่มความหวังว่า Fed มีพื้นที่ให้ลดดอกเบี้ยมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin

แต่หากตัวเลข CPI สูงกว่าคาด ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยอาจลดลงทันที เพราะ Fed อาจต้องรักษาดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

วันพฤหัสฯ (13 ส.ค.) : ตัวเลข PPI เดือนกรกฎาคม

ตัวเลข PPI หรือดัชนีราคาผู้ผลิตคือ ตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นต้นทุนสินค้าและบริการจากฝั่งผู้ผลิต ก่อนต้นทุนเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค

แม้ตลาดจะให้น้ำหนักกับ PPI น้อยกว่า CPI แต่หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจเป็นสัญญาณว่า แรงกดดันด้านราคายังไม่หายไป และลดโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

วันศุกร์ (14 ส.ค.) : ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ

ตัวเลขสุดท้ายคือ Retail Sales หรือยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินได้ว่า ผู้บริโภคสหรัฐฯ มีการใช้จ่ายมากน้อยแค่ไหน และเศรษฐกิจยังมีแรงส่งอยู่หรือไม่

หากยอดค้าปลีกแข็งแกร่ง นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคยังคงมีกำลังซื้อ แม้ตลาดแรงงานจะเริ่มอ่อนตัว ซึ่งอาจทำให้ Fed ยังไม่มีเหตุผลต้องรีบลดดอกเบี้ย

แต่หากยอดค้าปลีกอ่อนแอ ก็จะเป็นอีกสัญญาณว่า เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว และอาจเพิ่มแรงกดดันให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น

ดังนั้น สิ่งที่ Bitcoin กำลังเผชิญคือ เศรษฐกิจที่เริ่มอ่อนแรง แต่ยังไม่รู้ว่าเงินเฟ้อจะอ่อนแรงตามหรือไม่

หากตัวเลข CPI ลดลง, ตัวเลข PPI ออกมาต่ำกว่าคาด และยอดค้าปลีกอ่อนแอ ตลาดอาจมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังอ่อนตัวลง และเพิ่มความหวังว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นภาพเชิงเป็นบวกต่อ Bitcoin

แต่หาก CPI และ PPI สูงกว่าคาด ขณะที่ยอดค้าปลีกยังแข็งแกร่ง ตลาดอาจกลับมากังวลว่า เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงเกินไป และ Fed ยังไม่สามารถรีบลดอัตราดอกเบี้ยได้

นอกจากข้อมูลเศรษฐกิจ นักลงทุนยังต้องจับตาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพราะหากสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันอาจพุ่ง และกลายเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้ออีกครั้ง

ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 65,225 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.65% ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:cryptopotato


มุมมองผู้เขียน: สำหรับนักลงทุนระยะยาว ตัวเลขเงินเฟ้อเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้มองทิศทาง Bitcoin และแนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed ได้ชัดขึ้น ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรระวังช่วงเวลาที่มีการประกาศตัวเลข เพราะตลาดมักตอบสนองอย่างรวดเร็วและผันผวนรุนแรง