bitkub-banner

ก.ล.ต. กางสถิติ Q2/2569 เชือดผู้กระทำผิด 41 ราย สั่งปรับทะลุ 12.5 ล้านบาท  

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ก.ล.ต. เปิดตัวเลขไตรมาส 2 ปี 2569 เปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดในตลาดทุนไปแล้ว 41 ราย รวม 53 ข้อหา คิดเป็นเงินกว่า 12.5 ล้านบาท
  • ยอดสะสมครึ่งปีแรก 2569 พุ่งไปถึง 108 ราย 133 ข้อหา มูลค่าปรับรวมเกือบ 30 ล้านบาท
  • คดีร้ายแรงถูกส่งกล่าวโทษต่อ บก.ปอศ. และดีเอสไอ ไปแล้ว 9 คดี ในไตรมาสนี้ ทำให้ยอดครึ่งปีแรกแตะ 23 คดี ผู้ถูกกล่าวโทษ 67 ราย

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral 

ตัวเลขชุดนี้เป็นข้อมูลเชิงกำกับดูแลภายในประเทศไทย ยังไม่ได้เจาะจงชื่อบริษัทหรือหลักทรัพย์ที่มีผลต่อราคาสินทรัพย์ในตลาดโดยตรง แต่สะท้อนทิศทางการคุมเข้มของหน่วยงานกำกับ ซึ่งในระยะยาวมีนัยต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภาพรวม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยข้อมูลสถิติการดำเนินคดีอาญา และการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดในตลาดทุนประจำไตรมาส 2 ปี 2569 (Q2-2569) เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดและสร้างความโปร่งใสให้แก่นักลงทุน โดยตัวเลขล่าสุดชี้ให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของการเปรียบเทียบปรับ และการกล่าวโทษต่อหน่วยงานสืบสวนสอบสวน

ฟันค่าปรับไตรมาส 2 กว่า 12.5 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการเปรียบเทียบปรับ (เฉพาะกรณีที่มีการชำระค่าปรับแล้ว) ข้อมูลในไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุว่า ก.ล.ต. ได้ดำเนินการลงดาบผู้กระทำผิดไปทั้งสิ้น 41 ราย รวม 53 ข้อหา คิดเป็นเม็ดเงินค่าปรับรวม 12,524,770 บาท

และเมื่อนำไปรวมกับยอดสะสมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (H1-2569) จะพบว่า มีผู้ถูกเปรียบเทียบปรับรวมแล้วถึง 108 ราย (133 ข้อหา) คิดเป็นมูลค่าค่าปรับสะสมเกือบ 30 ล้านบาท (29,988,337 บาท) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่อง

ลุยฟ้องคดีอาญาส่ง บก.ปอศ. และ DSI 

ขณะเดียวกัน สำหรับกรณีความผิดที่เข้าข่ายร้ายแรง จนต้องเข้าสู่กระบวนการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ไม่ว่าจะเป็น กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 ก.ล.ต. ได้ส่งเรื่องกล่าวโทษดำเนินคดีอาญาจำนวน 9 คดี โดยมีผู้ถูกกล่าวโทษรวม 14 ราย

ส่งผลให้ภาพรวมตลอดครึ่งแรกของปี 2569 มีคดีที่ถูกส่งกล่าวโทษไปแล้วรวมทั้งสิ้น 23 คดี และมีจำนวนผู้ถูกกล่าวโทษพุ่งสูงถึง 67 ราย ซึ่งทาง ก.ล.ต. ได้เน้นย้ำว่า บางเรื่องที่กล่าวโทษอาจนับมากกว่า 1 คดีได้ หากพฤติกรรมการกระทำความผิดนั้นเป็นความผิดต่างประเภทกันที่สามารถแยกดำเนินคดีได้

สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นภาพการทำงานเชิงรุกของ ก.ล.ต. ที่ไม่เพิกเฉยต่อการกระทำผิดในตลาดทุน ทั้งการใช้มาตรการปรับเงิน และการส่งฟ้องคดีอาญาอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ปลอดภัย และเป็นธรรมสำหรับนักลงทุนทุกคน


มุมมองผู้เขียน : ตัวเลขค่าปรับและคดีที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในแต่ละไตรมาสน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการความมั่นใจในตลาดทุนไทย เพราะแสดงให้เห็นว่า ก.ล.ต. ไม่ได้แค่ออกกฎแต่ยังบังคับใช้จริงจัง