สรุปข่าว
- Unitree Robotics เปิดซื้อขายวันแรกในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ที่ 1,100 หยวน พุ่ง 629% จากราคา IPO ที่ 150.8 หยวน ดันมูลค่าบริษัทแตะราว 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์
- ตลาด Perpetual Futures บน Hyperliquid ประเมิน Unitree ไว้ล่วงหน้าราว 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือสูงกว่ามูลค่า IPO ประมาณ 4 เท่า แต่ยังต่ำกว่าราคาเปิดจริงราว 75%
- เคสนี้สะท้อนว่า สัญญา Perpetual Futures อาจทำหน้าที่เป็นเครื่องมือให้กับหุ้น IPO ได้ แต่ตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ และเลเวอเรจสูงยังมีความเสี่ยงที่ราคาจะเกิดคลาดเคลื่อน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Unitree Robotics เปิดซื้อขายวันแรกในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ที่ 1,100 หยวน หรือราว 163 ดอลลาร์ พุ่ง 629% จากราคา IPO ขณะที่ตลาด Perpetual Futures บน Hyperliquid ประเมินมูลค่าบริษัทไว้ราว 92-94 ดอลลาร์ ก่อนตลาดเปิดซื้อขาย ซึ่งยังถือว่าต่ำกว่าราคาจริงประมาณ 75% เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า นักเทรดคริปโตทายถูกว่า หุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้น แต่ประเมินแรงซื้อจริงต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับกรณี SpaceX ที่สามารถคาดการณ์ราคาได้ใกล้เคียงกว่ามาก
Unitree Robotics บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีน สร้างความฮือฮาตั้งแต่วันแรกของการซื้อขายในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ โดยเปิดตลาดที่ราคา 1,100 หยวน (ราว 163 ดอลลาร์) เพิ่มขึ้นถึง 629% จากราคา IPO ที่ 150.8 หยวน (ราว 22 ดอลลาร์) ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.45 แสนล้านหยวน หรือ 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์
สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ก่อนตลาดเซี่ยงไฮ้จะเปิดซื้อขายจริง ตลาดคริปโตได้พยายามประเมินมูลค่าของ Unitree ล่วงหน้าผ่านตลาด Perpetual Futures บน Hyperliquid
ข้อมูลจาก Allium ระบุว่า สัญญา Perpetual Futures ของ Unitree ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 92-94 ดอลลาร์ ในช่วงสัปดาห์ก่อน IPO สะท้อนมูลค่าบริษัทประมาณ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือมากกว่ามูลค่าที่ราคา IPO อยู่มากถึง 4 เท่า
แต่เมื่อการซื้อขายหุ้นเริ่มต้นขึ้นจริง ราคาที่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้เปิดกลับสูงกว่าการประเมินของตลาดคริปโตไปอีกประมาณ 75%

เคสของ Unitree ต่างจาก SpaceX ตรงไหน?
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตลาดคริปโตพยายามทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือค้นหาราคา” ก่อนตลาดหุ้นจริงเปิดทำการซื้อขาย
กรณีของ SpaceX เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็เคยทำเรื่องแบบเดียวกันมาแล้ว โดยสัญญา Perpetual Futures บน Hyperliquid ประเมินราคาหุ้นไว้ประมาณ 170 ดอลลาร์ก่อนเข้าตลาด ขณะที่หุ้นซื้อขายเหนือ 176 ดอลลาร์ ในช่วงแรก ก่อนปิดที่ 161 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่ตลาดคริปโตประเมินไว้
แต่ Unitree กลับแสดงให้เห็นภาพที่แตกต่างออกไป ก่อน IPO สัญญา Unitree มี Open Interest เพียงประมาณ 29 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ SpaceX ที่พุ่งไปถึงประมาณ 216 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขาย SpaceX ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อน IPO สูงกว่า 150 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกว่า ตลาด Perpetual Futures ของ Unitree มีขนาดเล็กกว่า SpaceX อย่างมาก และทำให้ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และความผันผวนของราคาสูงขึ้นตามไปด้วย
สัญญา Perpetual Futures ของ Unitree เปิดให้นักเทรดคริปโตสามารถใช้เลเวอเรจได้สูงสุด 10 เท่า หมายความว่า การเคลื่อนไหวของราคาเพียง 10% ก็สามารถทำให้ถูกล้างพอร์ตได้
ประเด็นสำคัญของ Unitree ไม่ใช่แค่ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้น 629% ในวันแรก แต่เหตุการณ์นี้เปรียบเสมือกการทดลองว่า ตลาดคริปโตสามารถทำหน้าที่เป็น ‘ตลาดค้นหาราคาล่วงหน้า’ สำหรับสินทรัพย์ในโลกการเงินดั้งเดิมได้มากน้อยแค่ไหน
และในเคสนี้ นักเทรดบน Hyperliquid ประเมินได้ถูกส่วนหนึ่งว่า ราคา IPO ของ Unitree ต่ำกว่าระดับที่ตลาดพร้อมจ่ายอย่างมาก แต่ก็ยังประเมินราคาต่ำกว่าความต้องการซื้อเมื่อหุ้นเปิดซื้อขายจริง
ข้อสรุปของเรื่องนี้จึงทำให้เคสของ Unitree แตกต่างจาก SpaceX อย่างชัดเจนเพราะ SpaceX แสดงให้เห็นว่า สัญญา Perpetual Futures ในตลาดคริปโตสามารถค้นหาราคาล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ขณะที่ Unitree แสดงให้เห็นว่า ตลาดคริปโตสามารถคาดเดาทิศทางได้ถูกต้อง แต่ยังประเมินขนาดของแรงซื้อที่เกิดขึ้นจริงต่ำเกินไป
ที่มา:coindesk
มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่เคส Unitree กำลังบอกเราอาจไม่ใช่การยืนยันว่า ราคาในตลาด Perpetual Futures สามารถทายราคาหุ้นได้อย่างแม่นยำ 100% แต่เป็น ตลาดคริปโตกำลังเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฐานะตลาดค้นหาราคาล่วงหน้า และคำถามต่อไปคือ เมื่อขนาดตลาดและสภาพคล่องเพิ่มขึ้น ความแม่นยำของมันจะเข้าใกล้ตลาดจริงได้มากแค่ไหน

