สรุปข่าว
- Binance Research รายงานเงินทุนไหลออกจากผลิตภัณฑ์หุ้นบนแพลตฟอร์มสัปดาห์ที่ 13-19 สิงหาคม อยู่ที่ 42 ล้านดอลลาร์ ลดลงเกือบครึ่งจากสัปดาห์ก่อน แต่กลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะหุ้น Memory อย่าง Micron, SanDisk และ SK Hynix ถูกเทขายหนักสุดในรอบ 12 สัปดาห์
- เม็ดเงินที่ไหลออกจากหุ้นเทคโนโลยีพลิกกลับไปไหลเข้าสินทรัพย์สายคริปโท นำโดย Strategy, iShares Bitcoin ETF และ Coinbase สอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่พุ่งทะลุ 68,000 ดอลลาร์
- นักลงทุนเริ่มปรับพอร์ตหนีความเสี่ยงเฉพาะตัว หันไปถือดัชนีรวมอย่าง QQQ และพันธบัตรระยะสั้นแทน ท่ามกลางแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
การที่เม็ดเงินไหลออกจากหุ้นเทคโนโลยีแล้วเปลี่ยนทิศไปหาสินทรัพย์คริปโทโดยตรง ทั้ง Bitcoin ETF และหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับคริปโทอย่าง Strategy และ Coinbase ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อราคาคริปโทในระยะสั้น เพราะสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มมองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่พักเงินทางเลือกในช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูง
Binance Research ได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์การไหลของเงินทุนรายสัปดาห์ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้น ในช่วงวันที่ 13-19 สิงหาคม โดยระบุว่า แพลตฟอร์มมียอดเงินทุนไหลออกสุทธิอยู่ที่ 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าจะเป็นการบันทึกตัวเลขเงินทุนไหลออกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สามแล้ว แต่มูลค่าดังกล่าวก็ลดลงมาเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่พฤติกรรมของนักลงทุนท่ามกลางสภาวะตลาด โดยในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุน QQQ ETF (ซึ่งอ้างอิงตามดัชนี Nasdaq 100) ได้ปรับตัวลดลง 1.1% พร้อมกันนั้นในสัปดาห์นี้ ยังเกิดปรากฏการณ์ “เงินทุนไหลออกในสัปดาห์ที่ดัชนี QQQ ร่วงลง” เป็นครั้งแรกในรอบ 11 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นภาพที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงไปจากพฤติกรรมเดิมอย่างชัดเจน
โดยสาเหตุหลักของการไหลออกของเงินทุนมาจากกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งมียอดเงินทุนไหลออกสุทธิสูงถึง 62.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพุ่งสูงขึ้นกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ที่มีเงินทุนไหลออกเพียง 18.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ถือเป็นสถิติการไหลออกของเงินทุนในกลุ่มเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 12 สัปดาห์ โดยแรงเทขายกระจุกตัวอยู่อย่างเห็นได้ชัดในหุ้นกลุ่มความจำ (Memory stocks) นำโดย Micron ที่ร่วง -7% , SanDisk ร่วง-9% และ SK Hynix ร่วงลง -9.2% รวมถึงกองทุน ETF ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งปัจจัยกดดันมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีที่พุ่งสูงแตะ 5.33% เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ประกอบกับมีรายงานข่าวเรื่องภาระผูกพันนอกงบการเงินด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่งผลให้นักลงทุนบน Binance เปลี่ยนพฤติกรรมจากการเข้าซื้อสะสมในช่วงราคาปรับตัวลง มาเป็นการ “เปิดฉากเทขาย” หุ้นกลุ่มความจำเหล่านี้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก
เม็ดเงินหมุนเวียนสลับฝั่ง เข้าซื้อหุ้นกลุ่มคริปโท และ ETF ดัชนีหลัก
ในทางกลับกัน เม็ดเงินจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอเรนซี ซึ่งเคยปรับตัวลดลงมาก่อนหน้านี้ โดยสินทรัพย์ที่มียอดเงินทุนไหลเข้าสูงสุดคือ Strategy ที่ 7.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย iSharesBitcoinETF ที่ 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Coinbase ที่ $2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่พุ่งขึ้น 7.7% จนทะลุระดับ $68,000 ในวันที่ 19 สิงหาคม ส่งผลให้ราคาหุ้น Strategy พุ่งขึ้นเกือบ +13% และ Coinbase บวก +11% ในวันเดียวกัน แต่หุ้นของ Circle กลับต้องเผชิญกับแรงเทขายสุทธิเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน
ซึ่ง Binance Research ได้วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า “นักลงทุนต้องการถือสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยงไปตามภาพรวมของตลาดคริปโท มากกว่าการเลือกถือหุ้นของบริษัทผู้ออกโครงการเพียงรายตัว”
ส่วนกลุ่มนอกอุตสาหกรรมเทคโนโลยี มียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิรวม 19.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดยกลุ่มรายได้คงที่ที่ 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหุ้นกลุ่มตั้งรับที่ 7.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับทิศทางของกองทุน ETF พบว่า QQQ มียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิสูงสุดที่ 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นตัวขึ้นจากระดับเกือบศูนย์ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเลือกถือหุ้นเทคโนโลยีเป็นรายตัว มาเป็นการถือครองดัชนีภาพรวมแทน
ขณะเดียวกัน กองทุน ETF ที่ใช้ Leverage ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นเกาหลีใต้ เช่น SOXL และ KORU เริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามา ส่วนการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปสู่สินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด พบว่า นักลงทุนเลือกที่จะเข้าซื้อกองทุนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นอย่าง BIL อยู่ที่ 3.7ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ SGOV อยู่ที่ 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แทนที่จะเป็นพันธบัตรระยะยาว
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ถือเป็นสัญญาณที่น่าติดตามไม่น้อย เพราะบ่งชี้ว่า นักลงทุนเริ่มมองคริปโทเป็นสินทรัพย์ทางเลือกจริงจังมากขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

