สรุปข่าว
- HMRC ส่งจดหมายเตือนผู้ถือครองคริปโทในอังกฤษกว่า 81,000 ฉบับ ที่ต้องสงสัยว่าค้างชำระภาษี ในช่วงปีการเงิน 2025–2026 และถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า จากปีก่อนหน้า
- เป้าหมายหลักคือ กำไรจากช่วงตลาดขาขึ้นปี 2022-2025 ที่ยังไม่ได้เสียภาษี ผู้ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนปรับสูงสุด 100% ของยอดค้างชำระ
- ปี 2027 HMRC จะได้อำนาจใหม่ บังคับบริษัทคริปโทต่างชาติส่งข้อมูลลูกค้าอังกฤษ คาดเก็บภาษีเพิ่มได้ถึง 315 ล้านปอนด์ ภายในปี 2030
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
มาตรการนี้เป็นเรื่องการจัดเก็บภาษีในประเทศเดียว ไม่ได้กระทบโครงสร้างตลาดคริปโทในภาพรวมโดยตรง แต่ในระยะสั้นอาจสร้างแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อนักลงทุนรายย่อยในอังกฤษ ที่อาจเทขายสินทรัพย์บางส่วน เพื่อนำเงินไปจ่ายภาษีย้อนหลัง
สำนักงานสรรพากรและศุลกากรแห่งสหราชอาณาจักร (HMRC) ได้ยกระดับการตรวจสอบผู้ใช้งานคริปโทเคอเรนซีในประเทศอย่างเข้มงวด ตลอดปีการเงิน 2025-2026
โดยรายงานจากสำนักข่าว BBC ระบุว่า สรรพากรอังกฤษได้ส่ง “จดหมายเตือน” มากกว่า 81,000 ฉบับ ไปยังผู้ถือครองคริปโทที่ต้องสงสัยว่า ค้างชำระภาษี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเกือบสามเท่า เมื่อเทียบกับปี 2024 ที่มีการส่งจดหมายเตือนไปเพียง 27,714 ฉบับ
ทั้งนี้ HMRC เชื่อว่า ภาษีที่ค้างชำระส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากกำไรในช่วงตลาดขาขึ้นระหว่างปี 2022 ถึง 2025 โดยย้ำเตือนว่า ภาระภาษีจะเกิดขึ้นทันที เมื่อมีการขาย, โอนยกให้, แลกเปลี่ยน หรือนำคริปโทไปใช้ซื้อสินค้าและบริการ
หากฝ่าฝืนไม่ชำระ อาจต้องเผชิญกับค่าปรับสูงสุดถึง 100% ของยอดภาษีที่ค้างชำระ บวกกับดอกเบี้ย และอาจรุนแรงขึ้นหากเป็นธุรกรรมโอนย้ายไปยังต่างประเทศ
นอกจากนี้ มาตรการกวาดล้างจะขยายวงกว้างขึ้นอีกในอนาคต เมื่อ HMRC เตรียมรับมอบอำนาจใหม่ในปี 2027 ที่จะบังคับให้บริษัทคริปโทในต่างประเทศ ต้องส่งมอบข้อมูลลูกค้าสัญชาติอังกฤษให้กับสรรพากร ซึ่งคาดว่า จะช่วยจัดเก็บภาษีเข้าประเทศได้สูงถึง 315 ล้านปอนด์ หรือราว 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030
โดย Neela Chauhan พาร์ตเนอร์จากบริษัทบัญชี UHY Hacker Young เผยกับ BBC ว่า นักเทรดจำนวนมากยังเป็นเยาวชนและขาดประสบการณ์รับมือกับสรรพากร โดยมักปักใจเชื่อไปเองว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถมองเห็นกิจกรรมคริปโทของพวกเขาได้
ซึ่ง Neela Chauhan มองว่า การตรวจสอบและระบุตัวตนของผู้มีฐานะมั่งคั่งที่กำลังหลบเลี่ยงภาษี จะทำได้ง่ายขึ้นมาก เมื่อมาตรการบังคับใช้และมอบอำนาจใหม่นี้เริ่มต้นขึ้น
ที่มา : cryptopotato
มุมมองผู้เขียน : มาตรการนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ที่ประเทศอื่นๆ อาจจะทยอยทำตาม ซึ่งในระยะยาวสิ่งนี้อาจผลักดันให้ตลาดคริปโทมีความโปร่งใสมากขึ้น แม้จะสร้างความไม่สบายใจให้นักลงทุนรายย่อยบางส่วนในช่วงเปลี่ยนผ่านก็ตาม

