bitkub-banner

David Puell จาก ARK Invest ชี้ตลาดหมีกำลังเขย่า Bitcoin จากมือนักเก็งกำไรไปสู่ผู้ถือระยะยาว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • David Puell นักวิเคราะห์จาก ARK Invest มองว่าตลาดหมีมีบทบาทสำคัญในการค่อย ๆ เปลี่ยน Bitcoin จากมือของนักเก็งกำไรไปสู่กลุ่มผู้ถือระยะยาวที่มีความเชื่อมั่นมากกว่า
  • Puell มองว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า นักลงทุนที่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง “นักเก็งกำไร” กับ “ผู้ถือระยะยาว” อาจเป็นกลุ่มที่ได้รับผลตอบแทนมากที่สุด
  • ข้อมูล On-chain ล่าสุดสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยกลุ่มผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวมียอดจำนวนถือครอง Bitcoin แตะระดับสูงสุดใหม่ราว 14.85 ล้าน BTC แม้ราคา Bitcoin จะปรับตัวลงในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ก็ตาม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish

มุมมองของ David Puell เป็นบวกต่อ Bitcoin ในระยะกลางถึงระยะยาว เพราะหากเหรียญถูกโอนจากมือของนักเก็งกำไรระยะสั้นไปอยู่กับผู้ถือที่มีความเชื่อมั่นและพร้อมถือเป็นเวลานาน อุปทานที่พร้อมนำออกมาขายอาจลดลง และทำให้ตลาดมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้นอย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้ Bitcoin พุ่งขึ้นทันที เพราะเป็นมุมมองเชิงโครงสร้างมากกว่าสัญญาณซื้อขายระยะสั้น โดยข้อมูลล่าสุดยังพบว่า David Puell ต้องการเห็นตัวชี้วัด SOPR ยืนเหนือระดับ 1 ต่อเนื่องโดยไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ ก่อนที่จะยืนยันแนวโน้มขาขึ้นได้อย่างชัดเจน

ตลาดหมี กำลัง “เปลี่ยนมือ” ผู้ถือ Bitcoin

David Puell นักวิเคราะห์จาก ARK Invest กล่าวว่าตลาดหมีกำลังทำหน้าที่เหมือนกระบวนการคัดกรองนักลงทุน โดยค่อย ๆ หนุนนำ Bitcoin เปลี่ยนมือจากมือของนักเก็งกำไรที่มองการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น ไปอยู่ในมือกลุ่มผู้ถือระยะยาวที่มีความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์มากกว่า พร้อมมองว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า นักลงทุนที่เข้าใจความแตกต่างระหว่างสองกลุ่มนี้จะคนที่กอบโกยประโยชน์จากช่องว่างที่ตนเองมองเห็นได้อย่างเต็มที่

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนมุมมองของ ARK Invest ที่มองว่าโครงสร้างผู้ถือ Bitcoin กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และตลาดกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากสินทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไร ไปสู่สินทรัพย์ที่มีนักลงทุนระยะยาวและสถาบันเข้ามาถือครองมากขึ้น

ผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวกำลังเพิ่มขึ้น แม้ตลาดร่วง

ข้อมูลจาก ARK Invest ในรายงาน “Bitcoin Quarterly” ไตรมาส 2 ปี 2026 พบว่า แม้ Bitcoin จะราคาปรับตัวลงประมาณ 14% ในไตรมาสดังกล่าว แต่ปริมาณ Bitcoin ที่อยู่ในมือของผู้ถือครองระยะยาวกลับเพิ่มขึ้นจนแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 14.85 ล้าน BTC

การเคลื่อนไหวดังกล่าวน่าสนใจ เพราะเกิดขึ้นสวนทางกับราคา กล่าวคือในช่วงที่นักลงทุนระยะสั้นเผชิญแรงกดดันจากราคาที่ลดลง ผู้ถือระยะยาวกลับเพิ่มสัดส่วนการถือครองมากขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับแนวคิดของ Puell ว่าตลาดหมีกำลังค่อย ๆ “เขย่า” Bitcoin ออกจากมือของผู้เล่นระยะสั้นไปยังผู้ถือที่มีความเชื่อมั่นสูงกว่า

ก่อนหน้านี้ ARK ยังพบว่ากลุ่มผู้ซื้อที่มีความเชื่อมั่นสูงได้เพิ่มการถือครอง Bitcoin ขึ้นประมาณ 69% ในไตรมาสแรกของปี 2026 แตะ 3.60 ล้าน BTC ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ปี 2020

โครงสร้าง Bitcoin กำลังเปลี่ยนไปสู่ตลาดสถาบัน

มุมมองของ Puell ยังสอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดของ ARK ที่ระบุว่า Bitcoin กำลังเปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์เก็งกำไรไปสู่สินทรัพย์ระดับมหภาคที่มีผู้ถือหลากหลายมากขึ้น โดย ETF บริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง และผู้ถือครองระดับประเทศ กำลังดึง Bitcoin ไปเก็บครอบครองในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น

ARK ระบุว่า ณ ช่วงสิ้นปี 2025 ETF และบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองนั้นถือ Bitcoin รวมกันมากกว่า 12% ของอุปทานทั้งหมด ขณะที่การเข้าถึง Bitcoin ผ่านระบบการเงินดั้งเดิมก็ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ

นั่นหมายความว่า Bitcoin ในรอบนี้อาจมีโครงสร้างตลาดแตกต่างจากวัฏจักรในอดีต เพราะไม่ได้มีเพียงนักลงทุนรายย่อยและนักเก็งกำไรเป็นผู้ขับเคลื่อนตลาดอีกต่อไป แต่มีผู้ถือระยะยาวและสถาบันเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของอุปสงค์ด้วย

แต่ Puell มองตลาดยังไม่คอนเฟิร์มว่าเป็นขาขึ้น

แม้ภาพระยะยาวจะดูเป็นบวก แต่ข้อมูลระยะสั้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า Bitcoin กำลังเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่อย่างเต็มตัว

ล่าสุด SOPR หรือดัชนีที่ใช้ดูว่าการโอนย้าย Bitcoin ส่วนใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกำไรหรือขาดทุน สามารถยืนเหนือระดับ 1 ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม และกลายเป็นช่วงที่ยาวนานที่สุดของปี 2026 อย่างไรก็ตาม Puell มองว่าตลาดจำเป็นต้องรักษาระดับดังกล่าวต่อไปโดยไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มกำลังเปลี่ยนเป็นขาขึ้นอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน Bitcoin ยังคงป้วนเปี้ยนแถว $77,000 ในวันที่ 12 กันยายน 2026 หลังจากปรับตัวลงจากระดับเหนือ $80,000 ในช่วงต้นเดือน สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงต่อสู้ระหว่างแรงซื้อของผู้ถือระยะยาวกับแรงขายจากนักลงทุนระยะสั้น


คำพูดของ David Puell สะท้อนแนวคิดสำคัญว่าตลาดหมีไม่ได้มีหน้าที่เพียงกดราคา Bitcoin ลงเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่โครงสร้างผู้ถือครองกำลังเปลี่ยนมือจากนักเก็งกำไรไปสู่สายถือครองระยะยาวมากขึ้น ซึ่งข้อมูล On-chain ในปี 2026 ก็เริ่มสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างชัดเจน

ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัดส่วนการเป็นเจ้าของ Bitcoin ที่กำลังย้ายฐานจากนักเก็งกำไรไปสู่ผู้ถือครองระยะยาวมากขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวนนั้นกำลังเปลี่ยนภาพจำของ Bitcoin ไปเรื่อย ๆ และหากสายถือครองระยะยาวยังคงสะสมต่อเนื่อง ขณะที่สถาบันและ ETF ยังคงเพิ่มบทบาทมากขึ้นจริง ตลาด Bitcoin ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าอาจมีโครงสร้างที่แตกต่างจากวัฏจักรในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นยังต้องติดตาม SOPR และการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด เพราะการมีผู้ถือระยะยาวเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าราคาจะไม่สามารถปรับตัวลงได้อีก

ที่มา : ARKInvest, Coinmarketcap, LinkedIn