สรุปข่าว
- SBF ยื่นศาลสูงสุดสหรัฐฯ ขอยกเลิกโทษจำคุก 25 ปี พร้อมคำสั่งริบทรัพย์ราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์
- ข้อโต้แย้งหลักคือ FTX มีสินทรัพย์เพียงพอและเจ้าหนี้ได้รับเงินคืน จึงควรนำประเด็นนี้มาพิจารณาในคดี
- SBF ยื่นขออภัยโทษต่อ Donald Trump ขณะที่ศาลสูงสุดยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะรับคดีหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Sam Bankman-Fried เดินหน้าสู้คดีอีกครั้งด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ ขอให้พิจารณาคดีใหม่และยกเลิกโทษจำคุก 25 ปี รวมถึงคำสั่งยึดทรัพย์ราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยทีมกฎหมายชูประเด็นว่า เจ้าหนี้ FTX ได้รับเงินคืนและควรนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาร่วมพิจารณาบทลงโทษ ขณะที่อัยการยืนยันว่า การคืนเงินภายหลังไม่ได้ลบล้างการนำเงินลูกค้าไปใช้โดยมิชอบ ก่อนหน้านี้ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามคำพิพากษาเดิม ทั้งนี้ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องรับพิจารณาทุกคดีที่ยื่นเข้ามา ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า SBF จะได้รับโอกาสต่อสู้คดีในชั้นศาลสูงสุด
Sam Bankman-Fried (SBF) อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FTX เดินหน้าสู้คดีอีกครั้ง โดยยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อขอให้พิจารณาคดีของเขาใหม่ และยกเลิกโทษจำคุก 25 ปี รวมถึงคำสั่งยึดทรัพย์มูลค่าราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์
ทีมกฎหมายของ SBF โต้แย้งว่า ศาลชั้นต้นจำกัดหลักฐานสำคัญที่เขาต้องการนำเสนอ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า FTX ยังมีสินทรัพย์เพียงพอที่จะชำระคืนลูกค้า และท้ายที่สุดเจ้าหนี้จำนวนมากได้รับเงินคืนผ่านกระบวนการล้มละลาย
SBF ต้องการให้ศาลสูงสุดพิจารณาว่า ข้อเท็จจริงเรื่องการชำระคืนลูกค้าควรถูกนำมาใช้ในการต่อสู้คดีและประเมินความเสียหายหรือไม่
อย่างไรก็ตาม อัยการสหรัฐฯ ยืนยันว่า การที่ลูกค้าได้รับเงินคืนภายหลังไม่ได้ลบล้างความผิด เพราะแก่นของคดีคือ การที่ SBF นำเงินของลูกค้า FTX ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่าน Alameda Research รวมถึงนำไปลงทุน ซื้ออสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง
ก่อนหน้านี้ SBF ถูกคณะลูกขุนตัดสินว่า มีความผิดในปี 2023 ก่อนถูกผู้พิพากษา Lewis Kaplan พิพากษาจำคุก 25 ปี ในเดือนมีนาคม 2024 พร้อมคำสั่งริบทรัพย์ประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เขต 2 มีคำตัดสินให้ดำเนินการตามโทษเดิมในเดือนมิถุนายน 2026 ทำให้การยื่นต่อศาลสูงสุดกลายเป็นอีกหนึ่งความพยายามสำคัญของ SBF ในการพลิกคำพิพากษา
อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องรับพิจารณาทุกคดีที่ยื่นเข้ามา ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า SBF จะได้รับโอกาสต่อสู้คดีในชั้นศาลสูงสุด
นอกจากการต่อสู้ในชั้นศาล SBF ยังเดินหน้ายื่นคำขออภัยโทษต่อประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ที่มา:Theblock
มุมมองผู้เขียน: เส้นทางการต่อสู้คดีของ SBF ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้เจ้าตัวจะพยายามใช้ทั้งกระบวนการยุติธรรม และการขออภัยโทษเพื่อกลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง แต่โอกาสในการพลิกคำตัดสินไม่ใช่เรื่องง่าย หากศาลสูงสุดไม่รับพิจารณาคดี SBF อาจต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตที่เหลืออยู่ภายใต้โทษจำคุก 25 ปี และกลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญให้กับวงการคริปโต

