สรุปข่าว
- Politico รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกคณะที่ปรึกษาประชุมลับ เพื่อถกย่อหน้าข้อกฎหมายเพียงย่อหน้าเดียว ในร่าง CLARITY Act แต่ผ่านไปสองวันข้อความก็ยังไม่เปลี่ยน
- จุดขัดแย้งอยู่ที่ข้อห้ามออกเหรียญหรือโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัลของประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และคู่สมรส ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงบุตร เปิดช่องให้ Eric Trump และ Donald Trump Jr. ยังคงบริหาร World Liberty Financial ต่อไปได้
- วุฒิสภาจะลงมติปิดการอภิปรายในวันอังคารที่ 15 กันยายนนี้ ต้องการเสียงสนับสนุน 60 เสียง ขณะที่ Polymarket ปรับโอกาสผ่านร่างขึ้นจาก 16% เป็น 23%
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา :Neutral
ตลาดยังอยู่ในโหมดรอดู ความไม่แน่นอนเรื่องเนื้อหาย่อหน้าขัดแย้งทำให้นักลงทุนคริปโทยังไม่กล้าฟันธงทิศทาง แม้ Polymarket จะให้โอกาสผ่านร่างเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลข 23% ก็ยังถือว่าต่ำ และการลงมติวันอังคารเป็นเพียงขั้นตอนปิดการอภิปรายเท่านั้น ไม่ใช่การผ่านกฎหมายจริง ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลจึงมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบแคบจนกว่าจะเห็นผลโหวตชัดเจน
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักข่าว Politico รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกคณะที่ปรึกษาเข้าพบเป็นการลับ เพื่อถกเถียงอย่างหนักเกี่ยวกับย่อหน้าข้อกฎหมายเพียงย่อหน้าเดียว แต่หลังจากผ่านไปสองวัน ข้อความดังกล่าวก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ท่ามกลางการนับถอยหลังสู่การลงมติสำคัญของวุฒิสภาในวันอังคารที่ 15 กันยายนนี้ ขณะที่ทำเนียบขาวและผู้เกี่ยวข้องต่างปิดปากเงียบ ไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมหรือข้อสรุปแต่อย่างใด
ทั้งนี้ สว. Thom Tillis จากพรรครีพับลิกัน เคยเตือนไว้ล่วงหน้าว่า หากทำเนียบขาวไม่ยอมปรับแก้ถ้อยคำในส่วนที่เกี่ยวกับหลักจริยธรรมให้ชัดเจน ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกปัดตกและล้มเหลวไป
ย่อหน้าชนวนความขัดแย้ง
ร่างกฎหมาย CLARITY Act ถูกออกแบบมา เพื่อสร้างกรอบการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีของสหรัฐฯ ให้มีความชัดเจน โดยแบ่งขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างสองหน่วยงานรัฐบาลกลางอย่างเป็นระบบ
ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทั้งฝั่งวอลล์สตรีท และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต่างต้องการให้ผ่านการอนุมัติ แต่อุปสรรคสำคัญอยู่ที่ย่อหน้าเดียว ที่ระบุข้อห้ามไม่ให้ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี เจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงคู่สมรส ออกเหรียญหรือโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเอง
จุดที่เป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างมากคือ ข้อห้ามนี้ครอบคลุมถึง “คู่สมรส” แต่กลับ “ไม่ได้ครอบคลุมถึงบุตร” โดยปัจจุบัน Eric Trump และ Donald Trump Jr. บุตรชายทั้งสองคนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร World Liberty Financial บริษัทคริปโทของครอบครัว ที่เพิ่งได้รับอนุมัติใบอนุญาตธนาคาร สำหรับ Stablecoin ที่ชื่อว่า USD1 ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ยิ่งไปกว่านั้น สรุปรายงานจากคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภา ยังระบุว่า ร่างกฎหมายนี้ยังมีช่องโหว่ที่ไม่ครอบคลุมถึงสัญญาให้สิทธิใช้ชื่อ (Licensing Deals), การบริหารสินทรัพย์ผ่านกองทุนตาบอด (Blind Trusts) รวมถึงค่าจ้างจากการไปปรากฏตัวในงานอีเวนต์คริปโท ซึ่งในปี 2025 ที่ผ่านมา ทรัมป์เคยแจ้งยื่นรายได้จากฝั่งคริปโท สูงถึงประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ชี้ชะตาการลงมติในวันอังคาร และโอกาสที่เริ่มขยับขึ้น
การลงมติในวันอังคารนี้ เป็นการลงมติเพื่อ “ปิดการอภิปราย” ซึ่งเป็นขั้นตอนทางกระบวนการเพื่อเปิดทางให้วุฒิสภาเริ่มตั้งโต๊ะอภิปรายร่างกฎหมายได้เท่านั้น ไม่ใช่การโหวตผ่านกฎหมายออกมาบังคับใช้จริง
โดยกระบวนการนี้ ต้องใช้คะแนนเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง ซึ่งพรรครีพับลิกันที่มีอยู่ 53 เสียง จำเป็นต้องดึงเสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตอย่างน้อย 7 เสียงมาโหวตให้ ซึ่งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ฝ่ายเดโมแครตยืนกรานชัดเจนว่า จะไม่โหวตหนุน จนกว่าจะมีการแก้เนื้อหาให้ครอบคลุมถึงบุตรด้วย
อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดการณ์อย่าง Polymarket ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่ร่างกฎหมายจะผ่าน จาก 16% ขึ้นสู่ระดับ 23% หลังจากการประชุมลับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อัตราต่อรองการผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act แหล่งที่มา: Polymarket
สอดคล้องกับ Patrick Witt ที่ปรึกษานโยบายด้านคริปโทของทรัมป์ ที่ออกมาโพสต์แสดงความมั่นใจว่า ร่างกฎหมายนี้จะไม่ล้มเหลวอย่างแน่นอน แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่า มีการแก้ไขเนื้อหาจุดใดไปบ้าง ท่ามกลางเวลาที่เหลืออยู่อีกเพียงวันเดียวในวันจันทร์นี้
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่ความขัดแย้งทางกฎหมายทั่วไป แต่น่าจะมีผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัวทรัมป์เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง โดยฝ่ายค้านเห็นช่องโหว่นี้อย่างชัดเจน หากทำเนียบขาวไม่ยอมปรับเปลี่ยนท่าทีก่อนวันอังคารนี้ ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่ร่างกฎหมายนี้จะถูกยื้อเวลา จนล่าช้าออกไปอีก

