สรุปข่าว
- Paul Atkins หนุน Clarity Act แต่ย้ำว่า SEC จะเดินหน้าวางกฎคริปโทต่อ แม้ร่างกฎหมายจะไม่ผ่านสภา
- หน่วยงาน SEC เดินหน้ากฎเกณฑ์ Project Crypto ล่วงหน้า ผ่านการวาง 3 เสาหลักให้อุตสาหกรรมคริปโท
- Clarity Act ยังเจอแรงต้าน ทั้งจากกลุ่มธนาคารและอัยการสูงสุดหลายรัฐ ขณะที่โอกาสผ่านเป็นกฎหมายในปี 2026 บน Polymarket ลดเหลือราว 17%
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Paul Atkins ประธาน SEC ออกมาสนับสนุนร่างกฎมหาย Clarity Act พร้อมยืนยันว่า หน่วยงานกำกับดูแลจะเดินหน้าวางกฎเกณฑ์ Project Crypto ต่อ แม้ร่างกฎหมายจะไม่ผ่านสภา โดยมี 3 ประเด็นหลักคือ กฎการออกโทเคน ระบบโอนกรรมสิทธิ์ผ่าน Blockchain และกฎการเก็บรักษาคริปโท ขณะที่ Clarity Act ยังเผชิญแรงต้านจากธนาคารและอัยการสูงสุดหลายรัฐ ส่งผลให้ความหวังว่า ร่างกฎหมายจะผ่านภายในปี 2026 ลดลงเหลือราว 17% บน Polymarket
Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผลักดันร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ Clarity Act พร้อมยืนยันว่า SEC จะเดินหน้าปฏิรูปกฎเกณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป แม้ร่างกฎหมายจะไม่ผ่านสภาก็ตาม
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Atkins ได้ขึ้นพูดที่งาน Solana Policy Institute ว่า สภาคองเกรสควรลงมติผลักดัน Clarity Act และส่งต่อให้ประธานาธิบดีลงนามโดยเร็ว ส่วน SEC จะยังเดินหน้าสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโทเพื่อรองรับนักลงทุนและผู้พัฒนาในสหรัฐฯ โดยไม่ขึ้นอยู่กับผลของร่างกฎหมาย
Atkins ระบุว่า ภายใต้แผน Project Crypto หน่วยงาน SEC จะให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การออกโทเคน การโอนกรรมสิทธิ์ และการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล
ด้านแรกคือ Regulation Crypto Assets หรือ “กฎสำหรับการออกโทเคน” ซึ่ง SEC กำลังพัฒนากรอบกฎสำหรับการออกและระดมทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพิ่มความชัดเจนให้ผู้ประกอบการและลดความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์
ด้านที่สองคือการปรับปรุงกฎ Transfer Agent หรือ “ระบบบันทึกและโอนกรรมสิทธิ์” ผ่าน Blockchain โดย Atkins ชี้ว่า กฎปัจจุบันถูกออกแบบขึ้นในยุคของใบหุ้นกระดาษ และไม่ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญมานานหลายทศวรรษ ขณะที่ตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่สินทรัพย์ที่ถูกโทเคนไนซ์มากขึ้น
ด้านสุดท้ายคือ Crypto Custody หรือ “กฎสำหรับการเก็บรักษาคริปโท” โดย Atkins ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ SEC พัฒนาข้อเสนอเพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการรับฝากคริปโทของที่ปรึกษาการลงทุนและกองทุนภายใต้การกำกับดูแล รวมถึงแนวทางที่อาจเปิดให้สามารถ Self-Custody ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และใช้บริษัททรัสต์ระดับรัฐเป็นผู้รับฝากสินทรัพย์
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นก่อนวุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมลงมติ Cloture Vote ซึ่งเป็นการลงมติเพื่อปิดการอภิปรายและเดินหน้าพิจารณาร่างกฎหมายต่อ Clarity Act ในวันนี้ ตามเวลาสหรัฐฯ โดยผลโหวตครั้งนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่า ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทจะมีเสียงสนับสนุนเพียงพอให้เดินหน้าต่อหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังเผชิญแรงต้านจากหลายฝ่าย กลุ่มธนาคาร 8 แห่ง รวมถึง American Bankers Association และ Bank Policy Institute เรียกร้องให้วุฒิสภาเพิ่มข้อจำกัดเกี่ยวกับดอกเบี้ยและรางวัลของ Stablecoin โดยกังวลว่าโครงสร้างผลตอบแทนในปัจจุบันอาจดึงเงินฝากออกจากธนาคารและกระทบการปล่อยสินเชื่อ
ขณะเดียวกัน อัยการสูงสุดจาก 18 รัฐและ District of Columbia เตือนว่า Clarity Act ฉบับปัจจุบันอาจจำกัดอำนาจของรัฐในการจัดการกับการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับคริปโท และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองอำนาจดังกล่าวก่อนการลงมติ
ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาดคาดการณ์ลดความหวังต่อการผ่านกฎหมาย โดยข้อมูลจาก Polymarket ระบุว่าโอกาสที่ Clarity Act จะกลายเป็นกฎหมายภายในปี 2026 ลดลงเหลือประมาณ 17% จากราว 30% ในช่วงก่อนหน้า
ที่มา:coindesk
มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่น่าจับตาคือ SEC เริ่มส่งสัญญาณว่ากฎคริปโทจะเดินหน้าต่อ แม้การเมืองในสภาจะยังไม่ลงตัว ซึ่งถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกในระยะยาว แต่ระยะสั้นตลาดน่าจะให้น้ำหนักกับผลโหวต Clarity Act ในวันนี้มากกว่า
