สรุปข่าว
- 7 สว. เดโมแครต ยืนยันเดินหน้าเจรจากับรีพับลิกันต่อ แม้ Clarity Act สะดุดจากมติ 49-50 เสียง
- ปมหลักยังอยู่ที่ กฎจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเดโมแครตมองว่าร่างปัจจุบันยังไม่รัดกุมพอ
- JPMorgan มองเวลาเหลือน้อย ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้ตลาดอาจหันไปจับตาการกำกับดูแลจาก SEC และ CFTC มากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
สว. เดโมแครต 7 รายที่คัดค้านการเดินหน้า Clarity Act ยืนยันว่าจะกลับมาเจรจากับรีพับลิกันต่อ หลังร่างกฎหมายไม่ผ่านมติ 49-50 เสียง โดยประเด็นขัดแย้งหลักอยู่ที่กฎจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะที่ JPMorgan ชี้ว่า เวลาของวุฒิสภาก่อนเลือกตั้งกลางเทอมเหลือเพียงราว 2 สัปดาห์ครึ่ง ทำให้โอกาสผลักดันกฎหมายภายในปีนี้เผชิญข้อจำกัด ด้านตลาดจึงอาจต้องจับตา SEC และ CFTC ที่สามารถเดินหน้ากำหนดกรอบกำกับดูแลคริปโตได้ก่อน
สว. พรรคเดโมแครต 7 คนที่ลงคะแนนคัดค้านการเดินหน้าร่างกฎหมาย Clarity Act ยืนยันว่าจะเดินหน้าหารือกับพรรครีพับลิกันต่อแบบสองพรรค เพื่อหาทางผลักดันกฎหมายกำกับดูแลคริปโตให้สำเร็จ แม้ร่างกฎหมายจะสะดุดจากการลงมติในวุฒิสภาสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา สมาชิกทั้ง 7 คน ได้แก่ Kirsten Gillibrand, Angela Alsobrooks, Cory Booker, Catherine Cortez Masto, Ruben Gallego, Mark Warner และ Raphael Warnock ยืนยันว่า พร้อมเดินหน้าหารือกับพรรครีพับลิกันต่อ เพื่อหาจุดร่วมและผลักดันกรอบกฎหมายคริปโตให้เดินหน้าต่อ แม้การลงมติครั้งล่าสุดจะทำให้ร่าง Clarity Act ต้องสะดุดลงชั่วคราว
ฝั่งเดโมแครตระบุว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พรรคได้ผลักดันกฎหมายคริปโตโดยให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสในอุตสาหกรรม การคุ้มครองผู้บริโภค การจัดการผู้ประกอบการที่ฉ้อโกง ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และมาตรฐานจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ
จุดขัดแย้งสำคัญอยู่ที่ ข้อกำหนดด้านจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน โดย สว. เดโมแครตมองว่าข้อเสนอประนีประนอมจากรีพับลิกันยังไม่รัดกุมพอที่จะป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐจากการแสวงหาผลประโยชน์ผ่านธุรกิจคริปโต
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังวุฒิสภาลงมติเชิงกระบวนการเมื่อวันที่ 16 กันยายนด้วยคะแนน 49 ต่อ 50 เสียง ไม่ถึงเกณฑ์ 60 เสียงที่จำเป็นต่อการเดินหน้าร่างกฎหมาย
นอกจาก 7 สว. เดโมแครตแล้ว ยังมี สว. รีพับลิกัน ได้แก่ Susan Collins, Josh Hawley, Jerry Moran และ Thom Tillis ที่ลงคะแนนคัดค้านร่างกฎหมายในครั้งนี้
ด้าน Kenneth Worthington และทีมวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่า Clarity Act ยังมีโอกาสกลับมาเดินหน้าได้ภายในปีนี้ แต่เวลาของวุฒิสภาก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเหลือเพียงประมาณ 2 สัปดาห์ครึ่ง ทำให้โอกาสผลักดันกฎหมายให้เสร็จภายในปีนี้เผชิญข้อจำกัดด้านเวลา
JPMorgan จึงมองว่า ตลาดอาจต้องหันไปจับตา SEC และ CFTC มากขึ้น เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานยังสามารถเดินหน้ากำหนดกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลได้ แม้ Clarity Act จะยังติดอยู่ในกระบวนการของสภาคองเกรส
ด้าน Mike Novogratz ซีอีโอของ Galaxy Digital ระบุว่า ความขัดแย้งเรื่องกฎจริยธรรมระหว่างสองพรรคเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ร่างกฎหมายสะดุด พร้อมมองว่าการออกกฎของ SEC และ CFTC อาจเดินหน้าไปก่อน และอาจกลายเป็นพื้นฐานสำหรับการออกกฎหมายอย่างเป็นทางการในอนาคต
ที่มา:coinpost
มุมมองผู้เขียน: ความล่าช้าของกฎหมาย Clarity Act อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อตลาดคริปโตในภาพรวม ขณะที่การเดินหน้าผลักดันกฎกำกับดูแลของหน่วยงาน SEC และ CFTC อาจช่วยชดเชยแรงกดดันดังกล่าวได้บางส่วน

