bitkub-banner

สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย ‘คลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์’ ล็อกห้ามขาย 20 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมาธิการบริการทางการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมาย American Reserve Modernization Act หรือ ARMA (H.R. 8957) ด้วยคะแนน 28 ต่อ 21 เสียง เพื่อยกระดับคำสั่งฝ่ายบริหาร เรื่องทุนสำรอง Bitcoin ให้กลายเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลาง
  • ร่างกฎหมายกำหนดให้ Bitcoin ในทุนสำรองของรัฐต้องถูกล็อกห้ามขายอย่างน้อย 20 ปี พร้อมบังคับให้มีการเปิดเผยรายงานพิสูจน์เงินสำรองทุกไตรมาส
  • นอกเหนือจากทุนสำรองภาครัฐ ร่างกฎหมายยังรับรองสิทธิการถือครองและเก็บรักษาคริปโตด้วยตนเองของประชาชนทั่วไปด้วย

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish 

การล็อก Bitcoin ของรัฐบาลสหรัฐฯ ไว้นานถึง 20 ปีเท่ากับลดปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนในตลาดลงอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งมาพร้อมกับการรับรองทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ก็ยิ่งตอกย้ำสถานะของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทุนสำรองระดับชาติ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นระยะยาว แม้ร่างกฎหมายจะยังต้องผ่านอีกหลายด่านก็ตาม

สภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าผลักดันให้ Bitcoin กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองแห่งชาติอย่างถาวร หลังคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านร่างกฎหมาย American Reserve Modernization Act of 2026 หรือ ARMA (H.R. 8957) ด้วยคะแนนเสียง 28 ต่อ 21 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยประกาศจัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ ให้กลายเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้จริงในระดับรัฐบาลกลาง

จัดตั้งคลังสำรองแยกเฉพาะ ภายใต้กระทรวงการคลัง

ร่างกฎหมายฉบับนี้วางโครงสร้างให้มีการจัดตั้ง “ทุนสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์” และ “คลังสินทรัพย์ดิจิทัล” แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ภายใต้สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพื่อรองรับ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ที่รัฐบาลกลางยึดมาได้จากคดีอาญาและคดีแพ่งต่าง ๆ

Nicholas Begich สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เสนอร่างกฎหมาย ให้เหตุผลว่า รัฐบาลไม่สามารถปล่อยให้ Bitcoin ที่ถือครองอยู่กระจัดกระจายไร้มาตรฐานได้อีกต่อไป เพราะนั่นหมายถึงความเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ และทำให้ขาดความโปร่งใสในการตรวจสอบ

ล็อก 20 ปี ห้ามขาย พร้อมบังคับตรวจสอบทุกไตรมาส

ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ถือครอง Bitcoin อยู่ราว 324,527 BTC คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 2.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลจาก Arkham Intelligence

ภายใต้ร่างกฎหมาย ARMA เหรียญ Bitcoin เหล่านี้จะถูกล็อกและห้ามจำหน่ายเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี พร้อมกำหนดให้ทุกหน่วยงานรัฐบาลกลางต้องจัดทำบัญชีแสดงรายการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตนถือครองอย่างครบถ้วน มีการเปิดเผยรายงานการพิสูจน์เงินสำรองทุกไตรมาส และต้องผ่านการตรวจสอบจากบุคคลที่สามด้วย

ร่างกฎหมายยังสั่งให้มีการศึกษาแนวทางจัดหา Bitcoin เพิ่มเติม แบบไม่กระทบงบประมาณแผ่นดิน พร้อมเปิดช่องให้รัฐต่าง ๆ สามารถนำ Bitcoin ของตนเอง ไปฝากไว้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เช่นกัน

รับรองสิทธิถือครองคริปโตด้วยตนเองของประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ร่างกฎหมาย  ARMA ไม่ได้พูดถึงแค่ทุนสำรองของรัฐเท่านั้น แต่ยังให้การรับรองสิทธิความเป็นเจ้าของและการเก็บรักษาคริปโตด้วยตนเองของประชาชนทั่วไปด้วย โดยระบุว่า การควบคุม Private key คือหัวใจสำคัญของอธิปไตยทางการเงิน ความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล

Connor Brown ผู้อำนวยการบริหารของ Bitcoin Policy Institute ยกย่องมติครั้งนี้ว่าเป็นก้าวประวัติศาสตร์ที่แท้จริงสำหรับนโยบาย Bitcoin 

ขณะที่ Matt Cole ซีอีโอของ Strive เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า นี่คือกฎหมายคริปโตที่สำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมา

การผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการถือเป็นด่านสำคัญก็จริง แต่เส้นทางของร่างกฎหมายยังอีกยาวไกล เพราะต้องผ่านการลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรชุดใหญ่และวุฒิสภาก่อน จึงจะถึงมือประธานาธิบดีเพื่อลงนามบังคับใช้

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : ต้องจับตาดูว่าร่างกฎหมายนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนในสภาผู้แทนราษฎรชุดใหญ่และวุฒิสภา เพราะการเมืองสหรัฐฯ มักมีตัวแปรที่คาดเดายาก แต่ถ้าผ่าน จนถึงมือประธานาธิบดี นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศอื่น ๆ ต้องเร่งพิจารณานโยบายทุนสำรองดิจิทัลของตัวเองตามไปด้วย