bitkub-banner

เปิดสถิติสุดช็อก บัญชีธนาคารคนไทย 90% มีเงินฝากติดแบงก์ไม่ถึง 50,000 บาท 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธปท. เผยข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ล่าสุด ณ กรกฎาคม 2569 พบบัญชีที่มียอดไม่เกิน 50,000 บาท มีมากถึง 2,475,344 บัญชี ทิ้งห่างช่วงอื่นอย่างเห็นได้ชัด
  • บัญชีที่มีเงินฝากตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป กลับมีอยู่แค่หลักหมื่นบัญชี ส่วนบัญชีระดับเกิน 500 ล้านบาท มีเพียง 119 บัญชีทั่วประเทศ
  • ตัวเลขนี้สะท้อนความกระจุกตัวของเงินฝากในระบบธนาคารไทยอย่างชัดเจน แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า อย่าเพิ่มเหมารวมว่า “คนไทย 90% จนกว่าที่คิด” เพราะนี่คือจำนวนบัญชี ไม่ใช่จำนวนคน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

ข้อมูลชุดนี้เป็นสถิติเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับสินทรัพย์เสี่ยงหรือตลาดคริปโต จึงไม่น่าจะมีแรงกระเพื่อมต่อราคาสินทรัพย์ในระยะสั้น แต่ในเชิงมหภาคอาจถูกนำไปใช้อ้างอิงเรื่องกำลังซื้อและพฤติกรรมการออมของคนไทยในระยะยาว

ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดสถิติยอดคงค้างเงินรับฝากของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย ข้อมูลล่าสุดถึงเดือนกรกฎาคม 2569 ตัวเลขที่ออกมาทำเอาหลายคนสะดุ้ง เพราะบัญชีเงินฝากส่วนใหญ่ของประเทศไทย มียอดเงินไม่ถึง 50,000 บาทด้วยซ้ำ ขณะที่บัญชีระดับร้อยล้านพันล้านกลับมีจำนวนน้อยจนแทบนับตัวได้

กระจุกตัวหนักที่ยอดเงินไม่เกิน 50,000 

จากการแบ่งกลุ่มยอดเงินฝากทั้งหมด 12 ช่วง พบว่า กลุ่มที่มียอดเงินไม่เกิน 50,000 บาท ครองแชมป์แบบขาดลอยด้วยจำนวน 2,475,344 บัญชี ตามมาด้วยกลุ่ม 50,000-100,000 บาท ที่มีเพียง 46,204 บัญชี ห่างกันแบบคนละโลก

ที่มาภาพ :  BOT

ยิ่งไต่ระดับยอดเงินขึ้นไป จำนวนบัญชียิ่งบางลงเรื่อยๆ โดยกลุ่มเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทถึง 10 ล้านบาท มีอยู่ 53,902 บัญชี 

ส่วนกลุ่มเกิน 10 ล้านถึง 25 ล้านบาท เหลือแค่ 7,175 บัญชี และเมื่อไปถึงระดับเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ทั่วประเทศไทยมีบัญชีแบบนี้อยู่เพียง 119 บัญชีเท่านั้น

ตัวเลขชุดนี้สะท้อนภาพโครงสร้างเงินฝากของไทยได้อย่างชัดเจนว่า มีลักษณะคล้ายกับ “พีระมิด”  กล่าวคือ ประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศกลับถือครองเงินฝากในสัดส่วนเพียงน้อยนิดอยู่ที่บริเวณฐานพีระมิด

ในขณะที่เม็ดเงินฝากมหาศาลส่วนใหญ่กลับกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มผู้มีรายได้สูงหรือผู้ฝากรายใหญ่เพียงจำนวนไม่กี่รายที่อยู่บนปลายยอดพีระมิด 

อย่าด่วนสรุปว่าคนไทย 90% จน

อย่างไรก็ตามตัวเลขทั้งหมดนี้นับเป็น “จำนวนบัญชี” ไม่ใช่ “จำนวนคน” ซึ่งคนหนึ่งสามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้หลายที่ ทั้งบัญชีเงินเดือน บัญชีออมทรัพย์ บัญชีสำรอง หรือแม้แต่บัญชีที่เปิดไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้งาน การเอาจำนวนบัญชีไปเทียบตรงๆ กับประชากรทั้งประเทศ จึงอาจเป็นการสรุปที่คลาดเคลื่อน

ยอดเงินฝากก็ไม่ได้แปลว่ารวยหรือจน คนบางกลุ่มอาจมีเงินสดในบัญชีน้อย เพราะย้ายเงินไปพักไว้ในหุ้น กองทุน ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ คริปโต จนหมด ในขณะที่บางคนเลือกถือเงินสดไว้เยอะเพราะต้องการสภาพคล่องสูง พร้อมใช้จ่ายได้ทันที

ภาพสะท้อนที่แท้จริงคือ ความเหลื่อมล้ำของการออม

สิ่งที่ตัวเลขชุดนี้บอกได้ชัดเจนที่สุดคือ เงินฝากในระบบธนาคารไทยกระจุกตัวสูงมาก บัญชีจำนวนมหาศาลมีเงินอยู่ในระดับต่ำ ส่วนบัญชีก้อนใหญ่ระดับร้อยล้านพันล้านมีจำนวนน้อยนิด สถานการณ์นี้สะท้อนความท้าทายด้านการออมของคนไทย ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการใช้ชีวิตที่บีบรัด และภาระหนี้สินที่ยังคงกดทับอยู่ในระดับสูง

ดังนั้นการเก็บเงินก้อนแรกได้สำเร็จ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าภาคภูมิใจมาก  ขั้นถัดไปแนะนำให้ตั้งเป้าหมายทีละเสต็ป โดยเริ่มจากการเก็บ “เงินสำรองฉุกเฉิน” ให้เพียงพอสำหรับรองรับความเสี่ยงก่อน เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางการเงินที่มั่นคง จากนั้นเมื่อเรามีฐานที่อุ่นใจแล้ว จึงค่อยเริ่มขยับขยายไปวางแผนต่อยอดเงินผ่านการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในลำดับต่อไป


มุมมองผู้เขียน : ข้อมูลชุดนี้จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยฉายภาพความเหลื่อมล้ำด้านเงินออมในระบบธนาคารได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น แม้จะต้องมองตัวเลขอย่างระมัดระวัง เนื่องจากนับตาม “จำนวนบัญชี” ไม่ใช่ “จำนวนคน” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่มีคนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเงินออมต่ำขนาดนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือน ทั้งในเรื่องกำลังซื้อ และวินัยทางการเงินของคนในประเทศ