bitkub-banner

ธนาคารกลางซาอุฯ ประกาศถอนตัวจากโปรเจกต์ CBDC ที่จีนและไทยร่วมสนับสนุน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย (SAMA) ยุติการเข้าร่วมโครงการ mBridge ซึ่งเป็นโปรเจกต์พัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางข้ามพรมแดนที่พัฒนาร่วมกับจีน และไทย
  • ทางซาอุฯ กล่าวชัดว่าการถอนตัวเกิดขึ้นโดยเป็นไปตามกำหนดหลังเสร็จสิ้นการทดสอบ Proof of Concept ไปเมื่อช่วงกลางปี
  • โครงการนี้ถูกจับตาจากสหรัฐฯ ว่าอาจกลายเป็นระบบชำระเงินทางเลือกสำหรับหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร 

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย ประกาศถอนตัวออกจากโครงการ mBridge ซึ่งเป็นระบบชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย CBDC ที่ร่วมสนับสนุนโดยจีน ไทย ฮ่องกง ยูเออี และ BIS โดยระบุว่าเป็นการยุติการเข้าร่วมตามแผนหลังเสร็จสิ้นการทดสอบความเป็นไปได้ ท่ามกลางการจับตามองจากสหรัฐฯ ถึงความเสี่ยงในการถูกใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

ซาอุดีอาระเบียได้ประกาศถอนตัวออกจาก mBridge โปรเจกต์ CBDC ยักษ์ใหญ่ที่จีนให้การสนับสนุน ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเปิดให้ธนาคารกลางของแต่ละประเทศสามารถโอนเงินข้ามไปหากันได้โดยตรง

อ้างอิงข้อมูลจาก Financial Times ทางธนาคารกลางของซาอุฯ (SAMA) ได้ถอนตัวจากความร่วมมือในโครงการ mBridge หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบความเป็นไปได้ (Proof of Concept) เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2025 นับเป็นการยุติการเข้าร่วมที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2024 และทาง SAMA ระบุว่าการยุติการเข้าร่วมดังกล่าวเป็นไปตามแผนที่วางไว้อยู่แล้ว

โครงการ mBridge ได้เริ่มต้นการพัฒนาขึ้นเมื่อปี 2021 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์นวัตกรรมแห่งธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (BIS) ร่วมกับธนาคารกลางของจีน, ฮ่องกง, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ไทย เพื่อทำให้การโอนเงินข้ามพรมแดนรวดเร็วและถูกลง

แต่แทนที่จะใช้งาน Stablecoin แบบเดี่ยวทางแพลตฟอร์มจะเปิดให้ธนาคารกลางที่เข้าร่วมสามารถออกและโอนย้ายสกุลเงินดิจิทัลของตนบนระบบสมุดบัญชีแยกประเภทร่วมกัน ซึ่งครอบคลุมทั้งการชำระเงินข้ามพรมแดนและการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ตัวโปรเจกต์จะถูกพัฒนาภายใต้การดูแลของ BIS จนถึงช่วง ต.ค. 2024 ที่องค์กรได้มอบโครงการให้แก่ธนาคารกลางที่เข้าร่วมหลังจาก mBridge เข้าสู่ระยะที่สามารถใช้งานได้ขั้นต่ำ โดย Agustín Carstens ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของ BIS ในขณะนั้น ระบุว่า การถอนตัวของ BIS ไม่ได้มีแรงจูงใจมาจากเรื่องทางการเมืองแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี โครงการนี้ได้ถูกจับตาอย่างเข้มงวดจากสหรัฐฯ โดยรายงานเมื่อปี 2024 จากคณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ-จีน ระบุว่า mBridge อาจกลายเป็นระบบชำระเงินข้ามพรมแดนทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีนก็ได้หันมาเน้นย้ำถึงบทบาทของ Stablecoin ในการชำระเงินข้ามพรมแดนมากขึ้น เร่งตามการเติบโตของการใช้งานที่ขยายตัวไปทั่วโลก

โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หวาง ซิน ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารกลางจีน ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการเฝ้าระวังและกำกับดูแล Stablecoin รวมถึงสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางในการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ตลอดจนเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศให้มากขึ้น

ถ้อยแถลงของเขามีขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากทางการจีนออกมาระงับและควบคุมการออก Stablecoin ผูกมูลค่าเงินหยวน รวมถึงการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเคน ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งครอบคลุมไปถึงการดำเนินการโดยองค์กรหรือนิติบุคคลต่างชาติด้วย

ที่มา: Cointelegraph