bitkub-banner

ทรัมป์พบสีจิ้นผิง ดัน S&P 500 พุ่งแรงสุดรอบเดือน ลุ้นตลาดไปต่อไหวไหม 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัมป์และสี จิ้นผิง เปิดวงเจรจาสุดยอดผู้นำครั้งที่ 2 ของปีที่กรุงวอชิงตัน ก่อนข้อตกลงสงบศึกการค้าจากปูซาน จะหมดอายุ 10 พฤศจิกายนนี้
  • Nasdaq ปิดสถิติสูงสุดใหม่ครั้งแรกนับตั้งแต่มิถุนายน หุ้นชิป AI อย่าง Intel, AMD และ Qualcomm พุ่งแรงระดับสองหลัก ส่วนราคาน้ำมันดิ่งกว่า 4%
  • ประเด็นร้อนที่ต้องจับตาคือ สงคราม AI ภาษีศุลกากรจีน-สหรัฐฯ ที่ยังค้างอยู่ราว 23% และมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่กระทบจีนโดยตรง

แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bullish

โมเมนตัมของตลาดในขณะนี้เอียงไปทางขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยได้แรงหนุนสำคัญมาจากความคาดหวังว่าข้อตกลงสงบศึกจะถูกขยายเวลาต่อออกไปอีก 1 ปีเต็ม บวกกับกระแสความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องของหุ้นในกลุ่ม AI แม้ความเสี่ยงในตลาดยังคงไม่ได้หายไปทั้งหมด เนื่องจากประเด็นความตึงเครียดเรื่องอิหร่าน และสถานการณ์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่พร้อมจะพลิกบรรยากาศของตลาดได้ทุกเมื่อ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นั่งโต๊ะเจรจากันอีกครั้งที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในการประชุมสุดยอดผู้นำรอบที่สองของปีนี้ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่กำลังคึกคักสุดขีด

วาระหลักของการหารือคราวนี้หนีไม่พ้นการต่อลมหายใจให้ข้อตกลงสงบศึกทางการค้าที่ยังเปราะบาง พ่วงด้วยประเด็นหนักอย่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ภาษีนำเข้า และมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังเป็นตัวกำหนดว่า ตลาดหุ้นจะเดินหน้าขาขึ้นต่อไปได้อีกไกลแค่ไหน

วอลล์สตรีทคึกคัก Nasdaq ทำนิวไฮรอบครึ่งปี

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.5% ถือเป็นวันที่ดีที่สุด นับตั้งแต่ 4 สิงหาคม ส่วน Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 2.3% ปิดระดับสูงสุดใหม่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยแรงส่งหลักมาจากกลุ่มหุ้นชิป AI ที่ปรับตัวขึ้นระดับสองหลักแบบยกแผง นำโดย Intel, AMD และ Qualcomm 

ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบกลับร่วงลงกว่า 4% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลก็เริ่มชะลอตัวลง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้

ข้อตกลงปูซานใกล้หมดอายุ

การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่ข้อตกลงสงบศึกชั่วคราว 1 ปีที่ทำไว้ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ จะหมดอายุลงในวันที่ 10 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 

จีนยอมระงับการควบคุมการส่งออกแร่หายากไปแล้ว พร้อมกลับมาซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ แลกกับที่วอชิงตันยอมผ่อนปรนภาษีบางส่วนให้ แค่อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เก็บจากสินค้าจีนตอนนี้ ยังคงลอยตัวอยู่ใกล้ 23% ซึ่งจัดว่า สูงที่สุดในบรรดาประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ Scott Bessent รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงสงบศึกน่าจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้ และกำลังมีความคืบหน้าในการเจรจาลดภาษีตอบแทนแบบยื่นหมูยื่นแมว สำหรับสินค้าที่ไม่วิกฤต 

AI คือสมรภูมิใหม่ ทรัมป์ชี้สหรัฐฯ ต้องเป็นผู้นำ

ด้านประเด็น AI ก็ได้กลายมาเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการเจรจารอบนี้  โดยทรัมป์ได้ออกมาโพสต์ผ่าน Truth Social เน้นย้ำว่า “ใครชนะในศึก AI คือผู้ชนะทั้งหมด! สหรัฐฯ กำลังนำหน้าจีนและทุกประเทศ และเราจะนำต่อไปเรื่อยๆ” โดยทั้งสองฝ่ายยังมีการหารือถึงกรอบการแจ้งเตือนระหว่างสองประเทศ เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ผิดปกติเกี่ยวกับระบบ AI

ประเด็นคว่ำบาตรอิหร่านก็เป็นอีกหนึ่งชนวนที่กดดันการเจรจาไม่แพ้กัน วอชิงตันเดินหน้าตัดช่องทางการเงินของอิหร่าน ซึ่งกระทบจีนโดยตรงในฐานะคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน

ทีมนักวิเคราะห์จาก Bank of America Global Research มองว่า กรณีพื้นฐานของผลการประชุมสัปดาห์นี้ น่าจะเป็นการขยายเวลาข้อตกลงสงบศึกออกไปอีก 1 ปีเต็ม และอาจเห็นจีนตอบแทนด้วยการสั่งซื้อเครื่องบินจาก Boeing เพิ่มเติม ส่วนโอกาสที่จะเห็นการผ่อนปรนคว่ำบาตรชิปเซมิคอนดักเตอร์ หรือเทคโนโลยีขั้นสูงนั้นยังคงริบหรี่มาก

ผลการประชุมสุดยอดสัปดาห์นี้จึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ทิศทางหุ้นกลุ่ม AI และราคาน้ำมันไปจนถึงสิ้นปี

ที่มา : beincrypto


มุมมองผู้เขียน : หากผลการประชุมออกมาตามคาดคือมีการขยายเวลาสงบศึกจริง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีน่าจะยังวิ่งต่อได้อีกสักระยะ แต่ถ้าการเจรจามีปัญหาหรือสะดุดแม้เพียงเล็กน้อย แรงเทขายทำกำไรก็อาจตามมาอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน