bitkub-banner

ลบอาถรรพ์ ก.ย. Bitcoin ปิดบวก 3 เดือนติด จ่อทุบสถิติที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่ปี 2012 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin กำลังจะสร้างสถิติปิดบวก 3 เดือนติดต่อกันในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์คริปโทเคอร์เรนซีนับตั้งแต่ปี 2012
  • ผลตอบแทนของ Bitcoin อยู่ที่ +4.8% ในเดือนกรกฎาคม, +25.2% ในเดือนสิงหาคม และมีแนวโน้มปิดเดือนกันยายนที่ +9.96% หากยังรักษาระดับราคาไว้ที่ $86,100
  • ปัจจุบันโครงสร้างตลาด Bitcoin ได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ของนักลงทุนรายย่อยอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นตลาดสถาบันการเงินแทน

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Bitcoin กำลังใกล้ที่จะเกิดปรากฏการณ์หายากอย่างการพุ่งขึ้น 3 เดือนติดต่อกันในไตรมาส 3 ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาเลยนับตั้งแต่ปี 2012 หากยังรักษาระดับราคาปัจจุบันได้สำเร็จ และถ้าเป็นเช่นนั้น Bitcoin ก็จะมีแนวโน้มเข้าสู่สุดยอดขาขึ้นที่กินระยะเวลายาวนานเฉกเช่นในอดีตอีกเช่นกัน

ตามสถิติที่ผ่านมา “เดือนกันยายน” มักถูกนักลงทุนคริปโทฯ ขนานนามว่าเป็นเดือนปราบเซียนที่ราคาเหรียญทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุด แต่ปีนี้เรื่องราวกลับต่างออกไป เมื่อตลอดระยะเวลา 23 วันที่ผ่านมา ราคา Bitcoin กลับพุ่งทะยานขึ้นไปแล้วกว่า 10% พลิกโฉมหน้าจากเดือนแห่งการเทขาย ให้กลายเป็นเดือนแห่งการทำกำไรอย่างเหนือความคาดหมาย 

การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงนี้ไม่ได้ส่งผลดีแค่ในระยะสั้น แต่กำลังจะพา Bitcoin ไปสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการทำปรากฏการณ์ “Winning Streak” หรือการปิดบวก 3 เดือนติดต่อกันในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งถือเป็นสถิติที่หายากที่เคยเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในประวัติศาสตร์คริปโทฯ เมื่อปี 2012 

อ้างอิงข้อมูลจาก Coinglass จะเห็นได้ว่าราคา Bitcoin ได้พุ่งทะยานขึ้น 4.8% ในช่วงเดือน ก.ค. ตามด้วย 25.2% ในเดือนสิงหาคม และกำลังจะปิดเดือน ก.ย. ที่ +9.96% หากยังคงสามารถรักษาระดับราคาที่ $86,100 ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม หาก Bitcoin กำลังเคลื่อนไหวเหมือนกับปี 2022 ภายในเดือนตุลาคม ตลาดอาจได้เห็นการปรับฐานลงมาราว 9.7% ซึ่งเป็นการพักตัวช่วงสุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่ขาขึ้นที่รุนแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่อาจลากยาวถึง 165 วัน และดันราคาพุ่งทะยานกว่า 2,000% เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

แต่ถึงอนาคตจะดูหอมหวาน นักเทรดก็ไม่ควรชะล่าใจว่าราคาจะต้องเดินตามรอยอดีต เพราะเราต่างเห็นแล้วว่า นับตั้งแต่ที่กลุ่มสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ก้าวเท้าเข้ามา กฎเกณฑ์ดั้งเดิมก็ถูกฉีกทิ้งไป สิ่งที่ชาวคริปโทฯ คาดว่าจะเกิดกลับจางหาย ส่วนสิ่งที่ไม่คาดคิดกลับกลายเป็นความเซอร์ไพรส์ที่เข้ามาเขย่าตลาดแทน 

Vikram Subburaj ซีอีโอของ Giottus กระดานเทรดในประเทศอินเดีย ให้ความเห็นว่าปัจจุบันโครงสร้างตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยกระแสในปี 2026 จะขึ้นอยู่กับว่าเหล่านักลงทุนใหญ่จะยังคงนำเงินเข้ามายังตลาดคริปโทฯ อยู่หรือไหม หลังจากที่โกยกำไรกันไปแล้วอย่างล่ำซำ

สอดคล้องกับข้อมูลเจาะลึกจาก SoSoValue ที่ระบุชัดเจนว่า กระแสเงินทุนยังคงไหลเข้าสู่ตลาดผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง โดยมียอดสะสมพุ่งทะลุ 5.5 พันล้านดอลลาร์ไปแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าสถาบันการเงินยังคงใช้จังหวะนี้ในการช้อนซื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง

บทสรุปของเรื่องนี้กำลังตอกย้ำความจริงที่ว่า Bitcoin  ในปัจจุบันไม่ใช่ทรัพย์สินที่ถูกขับเคลื่อนโดยอารมณ์และความรู้สึกของนักลงทุนรายย่อยอีกต่อไป แต่เป็นตลาดการลงทุนมูลค่าหลายล้านล้านที่สถาบันการเงินเฝ้าจับตาส่วนแบ่งชิ้นโต

ที่มา: Coindesk


มุมมองผู้เขียน : แม้ว่า Bitcoin จะดูมีแววเข้าสู่ขาขึ้นครั้งใหญ่แต่นักลงทุนต้องพึงระลึกเสมอว่าในทุกๆ วักฏจักรผลตอบแทนของ Bitcoin มักน้อยลงเสมอตามกลไกทางธรรมชาติที่กำหนดไว้ ตลาดจึงไม่น่าที่จะได้เห็นการเติบโตระดับสิบเท่าร้อยเท่าอีกต่อไปแล้วถัดจากนี้