สรุปข่าว
- เอลซัลวาดอร์เปิด Sivar แอปโอนเงินที่ใช้ Stablecoin บน Base เจาะตลาด Remittance มูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 3 แสนล้านบาท
- คิดค่าธรรมเนียม 2 ดอลลาร์ หรือราว 67 บาทต่อธุรกรรม และมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วกว่า 25,000 ราย ขณะที่ Coinbase ดูแลโครงสร้างพื้นฐานหลัก
- Stablecoin เริ่มมีบทบาทในชีวิตจริงมากขึ้น ขณะที่ Bitcoin ถูกวางไว้ในฝั่งทุนสำรองและโครงการเชิงนโยบายของประเทศ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
เอลซัลวาดอร์เปิดตัว Sivar แอปชำระเงินที่ใช้ Stablecoin สำหรับโอนเงินกลับประเทศ โดยคิดค่าธรรมเนียม 2 ดอลลาร์ต่อธุรกรรม และมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 25,000 ราย แพลตฟอร์มใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Coinbase และเครือข่าย Base ขณะที่ตลาดโอนเงินกลับประเทศของเอลซัลวาดอร์มีมูลค่าราว 3 แสนล้านบาทต่อปี โดย 92% มาจากสหรัฐฯ การเลือกใช้ Stablecoin ช่วยลดความเสี่ยงด้านราคาที่เกิดจากความผันผวนของ Bitcoin และเกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของบริการจาก MoneyGram และ Tether ในประเทศ
เอลซัลวาดอร์เปิดตัว Sivar แอปพลิเคชันชำระเงินระดับชาติที่ใช้ Stablecoin เจาะตลาดโอนเงินกลับประเทศ หรือ “Remittance” ซึ่งมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ตัวแอปถูกพัฒนาโดยบริษัท Modveon และใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Coinbase ในการชำระธุรกรรมบนเครือข่าย Base
ผู้ใช้ในสหรัฐฯ สามารถเติมเงินผ่านบัตรเดบิต และส่งเงินให้ผู้รับในเอลซัลวาดอร์ผ่าน Wallet ที่อยู่ภายในแอป โดยธุรกรรมจะชำระด้วย Stablecoin ขณะที่ผู้รับสามารถแลกยอดเงินเป็นเงินสดผ่านจุดบริการมากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ
Sivar คิดค่าธรรมเนียม 2 ดอลลาร์ หรือราว 67 บาทต่อธุรกรรม โดยไม่จำกัดวงเงิน และมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเปิดตัวแล้วมากกว่า 25,000 ราย
ตลาดที่ Sivar กำลังเข้าไปเจาะมีมูลค่าราว 9 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 แสนล้านบาทในปี 2025 โดยเงินโอนส่วนใหญ่ถึง 92% มาจากสหรัฐฯ และมีชาวซัลวาดอร์ราว 1.6 ล้านคน ที่พึ่งพาเงินจากญาติ หรือคนรู้จักในต่างประเทศ
เบื้องหลังระบบนี้ Coinbase เข้ามาดูแลโครงสร้างสำคัญ ตั้งแต่การนำเงินเข้าสู่ระบบ, API สำหรับการโอน ไปจนถึงการชำระราคาและส่งมอบ ขณะที่ผู้ใช้จะได้รับ Non-custodial Wallet สำหรับถือและรับเงินด้วยตัวเอง
จุดต่างสำคัญอยู่ที่ Sivar เลือกใช้ Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์ แทน Bitcoin ในการโอนเงิน ผู้รับจึงไม่ต้องกังวลว่า มูลค่าเงินจะเปลี่ยนแปลงระหว่างรับโอนกับนำไปใช้จ่ายเหมือนกรณี Bitcoin ซึ่งราคาผันผวนตามตลาด
แนวทางนี้ต่างจากการผลักดัน Bitcoin ของเอลซัลวาดอร์ในปี 2021 ที่เปิดให้ Bitcoin มีสถานะเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และให้ประชาชนเข้ามาสัมผัสกับสินทรัพย์โดยตรงมากกว่า เครดิตฟรี
ตลาดนี้มีผู้เล่นรายอื่นเข้ามาแล้ว โดย MoneyGram เปิดบริการยอดคงเหลือ USDC ในเอลซัลวาดอร์เมื่อเดือนเมษายน ผ่านความร่วมมือกับ Stellar Development Foundation, Crossmint และ Circle ผู้ใช้สามารถรับเงินเป็นยอดดิจิทัลในสกุลดอลลาร์และถอนเป็นเงินสดผ่านจุดบริการ MoneyGram ได้
ด้าน Tether ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังเอลซัลวาดอร์ในปี 2025 หลังได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ออก Stablecoin และผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดเกิดใหม่
แม้ Stablecoin จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่เอลซัลวาดอร์ยังคงถือ Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศ โดย Bitcoin Office ระบุว่ารัฐถือครองประมาณ 7,789 BTC และยังมีโครงการด้านการศึกษา การฝึกอบรมข้าราชการ และ Bitcoin Zones
อย่างไรก็ตาม IMF ระบุในเดือนกันยายนว่า รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ไม่ได้ใช้ทรัพยากรของรัฐซื้อ Bitcoin เพิ่มนับตั้งแต่การทบทวนโครงการครั้งแรก โดยยอดถือครองที่เพิ่มขึ้นภายหลังมาจากเงินบริจาคของภาคเอกชนตามเอกสารที่รัฐบาลนำมาแสดง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขภายใต้โครงการเงินกู้ 1.4 พันล้านดอลลาร์จาก IMF ซึ่งทำให้การยอมรับ Bitcoin ในภาคเอกชนเป็นไปโดยสมัครใจ และกำหนดให้ชำระภาษีด้วยดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลลดบทบาทในกระเป๋าเงิน Chivo และโอนการดำเนินงานส่วนใหญ่ให้ภาคเอกชน
ปัจจุบันเอลซัลวาดอร์จึงมี Bitcoin อยู่ในฝั่งทุนสำรองและโครงการเชิงนโยบาย ขณะที่ Stablecoin กำลังถูกนำมาใช้กับการโอนเงินและการชำระเงินโดยตรงมากขึ้น โดย Sivar เข้ามาแข่งขันในตลาด Remittance มูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์ของประเทศด้วยค่าธรรมเนียม 2 ดอลลาร์ต่อธุรกรรม
ที่มา:cryptobriefing
มุมมองผู้เขียน: แนวทางที่เอลซัลวาดอร์เลือกใช้ทำให้เห็นว่า Stablecoin กำลังตอบโจทย์การโอนเงินข้ามประเทศได้ตรงจุดกว่า Bitcoin เพราะผู้ส่งและผู้รับยังคงถือมูลค่าในรูปดอลลาร์ โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวนระหว่างการโอน

