สรุปข่าว
- Kakao Pay Securities และ Dinari ร่วมมือกันทดสอบนำเทคโนโลยี Tokenization มาปรับใช้กับหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้
- โครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทดสอบระบบ Proof of Concept พร้อมวางกรอบโครงสร้างพื้นฐานและขั้นตอนทางกฎหมาย
- การทดสอบนี้สอดคล้องกับกระแสการเติบโตของสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) ทั่วโลก
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Kakao Pay Securities ได้จับมือกับ Dinari เพื่อทดสอบการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้แปลงหุ้นเกาหลีใต้ให้อยู่ในรูปของดิจิทัลโทเคน ซึ่งจะช่วยทลายข้อจำกัดด้านการลงทุนและเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม Real-World Assets (RWA) และหุ้นโทเคนที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
Kakao Pay Securities ได้ประกาศจับมือกับแพลตฟอร์ม Web3 อย่าง Dinari เพื่อเตรียมนำเทคโนโลยี Tokenization มาประยุกต์ใช้กับหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ หวังทลายกำแพงการลงทุนและเปิดประตูรับเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ
อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวท้องถิ่น การจับมือในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะสร้างกรอบแนวทางโครงสร้างพื้นฐานรองรับหุ้นเกาหลีใต้ รวมถึงทำการทดสอบระบบ proof of concept, วางขั้นตอนทางกฎหมาย เทคนิค และการดำเนินงานที่จำเป็น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายบริการไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์นี้ยังอยู่ในเฟสแรกเริ่มของการทดสอบแนวคิดเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านเทคโนโลยี กฎหมาย และระบบปฏิบัติการ แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีการเปิดให้เทรดหุ้นโทเคนจริง แต่นี่คือหมุดหมายสำคัญในการปูทางไปสู่การส่งออกสินทรัพย์เกาหลีใต้สู่ตลาดสากล
ทลายข้อจำกัด สู่ยุคหุ้นโทเคนค้ำประกัน 1:1
โจทย์ใหญ่ที่ Kakao Pay ต้องการแก้คือ “ข้อจำกัดในการเข้าถึง” เนื่องจากปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติแทบไม่มีช่องทางซื้อหุ้นเกาหลีใต้ได้โดยตรง และหุ้นส่วนใหญ่ยังไม่มีใบรับฝากหุ้นในต่างประเทศ การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนจึงเข้ามาอุดช่องโหว่นี้ได้
กลไกหลักจะขับเคลื่อนผ่านระบบของ Dinari ด้วยการออกโทเคน “dShares” ที่มีหุ้นจริงค้ำประกันอยู่เบื้องหลังแบบ 1:1 นักลงทุนที่ถือโทเคนจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนเหมือนการถือหุ้นปกติ ทั้งเงินปันผล สิทธิในการออกเสียง และการจับคู่ราคาที่ดีที่สุดระดับสากล (NBBO) ซึ่งปัจจุบัน Dinari ได้ให้บริการโทเคนหุ้นและ ETF สหรัฐฯ กว่า 724 ตัวแก่นักลงทุนใน 85 ประเทศไปแล้ว
หน่วยงานกำกับดูแลสองแห่งเคลื่อนไหวพร้อมกัน
จังหวะการเคลื่อนไหวของ Kakao ในครั้งนี้สอดรับกับรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยล่าสุดคณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) กำลังเร่งขยายกรอบกฎหมายให้ครอบคลุมหลักทรัพย์ดั้งเดิม ทั้งหุ้น พันธบัตร และกองทุนรวม ซึ่งกฎหมายฉบับแก้ไขจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2027 เพื่อมอบสถานะทางกฎหมายให้กับ “โทเคนหลักทรัพย์” อย่างเต็มรูปแบบ
โอกาสทางธุรกิจ และอุปสรรคที่ยังต้องก้าวผ่าน
การทดลองนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กระแสสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Binance Research รายงานว่ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของ RWA แตะ 3.418 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 15 กันยายน เพิ่มขึ้น 85.2% จากต้นปี ขณะที่หุ้นโทเคนเติบโตสูงถึง 390.4%
ด้านธนาคาร Citi คาดการณ์ว่าตลาดการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนอาจมีมูลค่าสูงถึง 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ในกรณีพื้นฐาน
แม้จะมีเม็ดเงินมหาศาลรออยู่ แต่ความท้าทายเรื่องสภาพคล่อง และความเสี่ยงทางกฎหมายที่ IMF เคยเตือนไว้ ก็ยังเป็นด่านหินที่ต้องระวัง หากการนำร่องทดสอบของ Kakao Pay และ Dinari ประสบความสำเร็จ สิ่งนี้จะไม่ใช่แค่การพลิกโฉมตลาดหุ้นเกาหลีใต้ แต่จะเป็นบทพิสูจน์ว่าโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนพร้อมแล้วที่จะรองรับกระแสเงินทุนข้ามพรมแดนในสเกลระดับโลกอย่างแท้จริง
ที่มา: Cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน : ผลการทดสอบในเกาหลีใต้ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำทางด้านการเงินในทวีปเอเชีย จะกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ากระแสการ Tokenization จะสามารถพัฒนาไปได้ต่อหรือไม่ ทำให้นักลงทุนต้องมาลุ้นให้การทดสอบดังกล่าวเป็นไปได้อย่างราบรื่นเพื่อที่อนาคตของวงการคริปโทฯ จะได้สดใสและมีการใช้งานมากขึ้น

