bitkub-banner

เกาหลีใต้ออกกฎใหม่ เตรียมแปลงหุ้น-พันธบัตร-กองทุนขึ้นบล็อกเชน เริ่มนำร่องปี 2027

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมการบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (FSC) เสนอร่างกฎเกณฑ์ใหม่ รองรับการออกและซื้อขายหุ้น, พันธบัตรและกองทุนในรูปแบบโทเค็นบนบล็อกเชน โดยมีกำหนดเริ่มใช้กฎหมายวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2027
  • ผู้ให้บริการที่ออกโทเค็นหลักทรัพย์และดูแลบัญชีลูกค้าโดยตรงจะต้องมีทุนขั้นต่ำ 4,000 ล้านวอน พร้อมบุคลากรด้านกำกับดูแลและเทคโนโลยีตามเกณฑ์
  • ร่างกฎใหม่กำหนดวงเงินซื้อสุทธิสำหรับนักลงทุนรายย่อยไม่เกิน 100 ล้านวอนต่อปีในแต่ละตลาดซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ เพื่อคุ้มครองนักลงทุน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่เกาหลีใต้เดินหน้าวางกฎเกณฑ์รองรับหลักทรัพย์แบบโทเค็นอย่างเป็นรูปธรรมถือเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะตลาดสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาอยู่บนบล็อกเชน เพราะอาจเปิดทางให้หุ้น, พันธบัตรและกองทุนเข้ามาใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกับสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น อย่างไรก็ตามผลต่อ Bitcoin หรือเหรียญใดเหรียญหนึ่งโดยตรงนั้นถือว่ายังไม่ชัดเจน เนื่องจากกฎดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ของเกาหลีใต้ ไม่ได้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องซื้อคริปโตเพิ่มเติม

เกาหลีใต้เสนอร่างกฎใหม่ รองรับหลักทรัพย์บนบล็อกเชน

คณะกรรมการบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission หรือ FSC) ประกาศเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ว่าได้เสนอแก้ไขกฎระเบียบรองภายใต้กฎหมายตลาดทุนและกฎหมายการจดทะเบียนหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการออกและซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเค็น

กฎใหม่นี้จะช่วยให้หลักทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น หุ้น, พันธบัตรและกองทุน สามารถออกและจัดการผ่านระบบบัญชีแบบกระจายศูนย์ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีกำหนดเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2027 ร่างกฎดังกล่าวเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 2 ตุลาคมถึง 11 พฤศจิกายน 2026 ก่อนเข้าสู่กระบวนการอนุมัติขั้นต่อไป

ผู้ให้บริการต้องมีทุนขั้นต่ำ 4,000 ล้านวอน

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของร่างกฎใหม่คือการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่ออกโทเค็นหลักทรัพย์และสามารถดูแลบัญชีหลักทรัพย์ของลูกค้าได้โดยตรง

บริษัทเหล่านี้จะต้องมีทุนจดทะเบียนหรือทุนส่วนของผู้ถือหุ้นขั้นต่ำ 4,000 ล้านวอน หรือประมาณ 2.8 ล้านดอลลาร์ พร้อมบุคลากรอย่างน้อย 4 คนตามข้อกำหนด ได้แก่

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการบัญชีหลักทรัพย์อย่างน้อย 1 คน
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมภายในอย่างน้อย 1 คน
  • บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างน้อย 2 คน

นอกจากนี้ ระบบบัญชีแบบกระจายศูนย์จะต้องมีผู้ดูแลร่วมกันตั้งแต่ 2 หน่วยงานขึ้นไป ทั้งหน่วยงานจัดการบัญชีหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ของประเทศ เพื่อให้ระบบมีความต่อเนื่องและตรวจสอบสิทธิในหลักทรัพย์ได้

จำกัดวงเงินลงทุนรายย่อย ไม่เกิน 100 ล้านวอนต่อปี

เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แบบโทเคน FSC เสนอให้กำหนดวงเงินซื้อสุทธิสำหรับนักลงทุนรายย่อยไว้ที่ 100 ล้านวอนต่อปีต่อหนึ่งตลาด OTC หรือประมาณ 70,000 ดอลลาร์

นอกจากนี้ เกาหลีใต้เตรียมเพิ่มประเภทใบอนุญาตตลาด OTC ให้ครอบคลุมการซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทหนี้ เช่น พันธบัตร เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลคาดว่าการซื้อขายตราสารหนี้ระหว่างนักลงทุนรายย่อยอาจเพิ่มขึ้น เมื่อหลักทรัพย์เหล่านี้สามารถซื้อขายในรูปแบบโทเค็นได้

มาตรการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ต้องการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินควบคู่ไปกับการกำหนดข้อจำกัดเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเป็นรูปเป็นร่าง

เริ่มจากกองทุนและพันธบัตร ก่อนขยายสู่ตลาดที่กว้างขึ้น

แม้กฎหมายจะรองรับหุ้น, พันธบัตรและกองทุน แต่การนำมาใช้งานจริงจะดำเนินการเป็นระยะ ไม่ใช่เปิดให้หลักทรัพย์ทุกประเภทเปลี่ยนเป็นโทเค็นและซื้อขายได้พร้อมกันตั้งแต่วันแรก

ตามแผนงานของ FSC ระยะแรกซึ่งเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 จะมุ่งเน้นไปที่

  • กองทุนตลาดเงินและพันธบัตรที่เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่นักลงทุนสถาบัน
  • หุ้นของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งออกผ่านโครงสร้างทรัสต์
  • หลักทรัพย์เพื่อการลงทุนแบบแบ่งส่วนที่เสนอขายต่อประชาชน

ในระยะต่อไป หน่วยงานจะพิจารณาขยายขอบเขตให้ครอบคลุมหลักทรัพย์ที่เสนอขายต่อประชาชนในวงกว้างขึ้น และในระยะสุดท้ายมีเป้าหมายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินบนบล็อกเชน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับ Stablecoin ได้ โดยกำหนดการของระยะหลังยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

เกาหลีใต้กำลังเร่งสร้างตลาดสินทรัพย์โทเค็น

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางที่เกาหลีใต้ผลักดันมาตั้งแต่ต้นปี 2026 หลังรัฐสภาผ่านการแก้ไขกฎหมายที่เปิดทางให้หลักทรัพย์สามารถออกและจัดการผ่านระบบบัญชีแบบกระจายศูนย์ได้ โดย FSC ได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อวางมาตรฐานด้านเทคโนโลยี, การออกหลักทรัพย์, การซื้อขาย และการชำระสะสางบัญชีต่าง ๆ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังรายงานถึงความร่วมมือระหว่าง Kakao Pay Securities และ Dinari ในการทดสอบระบบบล็อกเชนเพื่อเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างของการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับหลักทรัพย์แบบโทเค็น

หากระบบใหม่นี้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจช่วยลดขั้นตอนในการจัดการหลักทรัพย์, เพิ่มความโปร่งใสในการบันทึกสิทธิและสร้างช่องทางการลงทุนรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จริงจะขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง ความพร้อมของผู้ให้บริการ และการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือโทเคนด้วย


เกาหลีใต้กำลังเดินหน้าออกกฎรองรับการนำหุ้น พันธบัตร และกองทุนมาออกและซื้อขายในรูปแบบโทเคน โดยตั้งเป้าเริ่มใช้กรอบกฎหมายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2027 พร้อมกำหนดคุณสมบัติของผู้ให้บริการและวงเงินลงทุนรายย่อยเพื่อสร้างตลาดที่มีการกำกับดูแล

ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า ประเด็นที่ควรจับตาคือการเริ่มใช้งานจริงในปีหน้า โดยเฉพาะการนำกองทุนและพันธบัตรมาอยู่บนบล็อกเชน หากระยะแรกดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เกาหลีใต้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของ RWA ในเอเชีย แต่การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลดีต่อราคาเหรียญใดมากน้อยเพียงใด ยังต้องพิจารณาจากเครือข่ายที่ถูกเลือกใช้ ปริมาณธุรกรรม และความต้องการใช้งานจริง ไม่ใช่จากการประกาศกฎระเบียบเพียงอย่างเดียว

ที่มา : FSC, Cointelegraph, Coinbureau