สรุปข่าว
- Conduit ยื่นฟ้อง Tether ที่นิวยอร์ก โดยกล่าวหาว่า Tether อายัด USDT มูลค่า $2.76 ล้านโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
- Conduit ระบุว่า Tether ปฏิเสธที่จะปลดล็อกเงินทุนดังกล่าวคืน
- คดีนี้ชวนให้ตั้งคำถามถึงอำนาจควบคุมเงินทุนแบบรวมศูนย์ของผู้ออก Stablecoin และต้องติดตามว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไรต่อไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
มูลค่า $2.76 ล้านถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดของ Tether จึงไม่น่าส่งผลต่อราคาตลาดโดยตรง แต่คดีนี้ตอกย้ำความเสี่ยงของคู่สัญญาและอำนาจรวมศูนย์ในการอายัดเงินของ Stablecoin รายใหญ่ที่สุด ซึ่งอาจกดดันความเชื่อมั่นเล็กน้อย
เมื่อเวลา 01:53 น. ของวันที่ 7 ต.ค. ตามรายงานจาก Cointelegraph ระบุว่า Conduit ยื่นฟ้อง Tether ต่อศาลในนิวยอร์ก โดยกล่าวหาว่า Tether อายัด USDT มูลค่า $2.76 ล้านโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และปฏิเสธที่จะปล่อยเงินดังกล่าวคืน ณ ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อพิพาทหรือคำตอบจากฝั่ง Tether ที่ยืนยันได้จากแหล่งข่าวที่เรามี

อำนาจอายัดเงินของผู้ออก Stablecoin
USDT เป็น Stablecoin ที่ออกโดยบริษัทเอกชน ซึ่งโดยโครงสร้างแล้วผู้ออกสามารถอายัดที่อยู่กระเป๋าหรือยอดเงินได้ ตามที่เป็นที่รู้กันในวงการ เหตุการณ์นี้จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้งานระดับสถาบันต้องเผชิญเมื่อเงินถูกล็อกโดยฝ่ายผู้ออกเพียงฝ่ายเดียว
ประเด็นที่ต้องจับตา
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือคำชี้แจงของ Tether ต่อข้อกล่าวหา และความเคลื่อนไหวของคดีในศาลนิวยอร์ก หากศาลรับคำร้องและมีคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการอายัดเงิน อาจเป็นบรรทัดฐานสำหรับข้อพิพาทลักษณะเดียวกันในอนาคต
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้ตัวเงินไม่ใหญ่ แต่ประเด็นใหญ่กว่ามาก เพราะมันตอกย้ำว่าถือ USDT ก็เท่ากับถือเงินที่ผู้ออกมีสิทธิ์ล็อกได้ ใครใช้งาน Stablecoin เป็นกอบเป็นกำควรรู้จุดนี้ไว้ ตอนนี้ยังฟังได้แค่ข้างเดียวจากคำฟ้อง ผมจะรอดูว่า Tether ตอบอะไรและศาลมีท่าทีอย่างไรก่อนด่วนสรุป
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI
